
Stripe Billing หรือ Chargebee: 0.7% ถูกกว่า แต่อาจติด payment gateway เดียว

สำหรับ SaaS ที่รับชำระผ่านช่องทางหลักช่องทางเดียว Stripe Billing มีค่าระบบเริ่มต้นต่ำกว่า Chargebee Flow แบบจ่ายตามใช้: อัตรา Stripe Billing 0.7% คิดตามยอด Billing โดยไม่มีค่าบริการประจำ ส่วนธุรกรรม Billing ที่ประมวลผลนอก Stripe ก็อยู่ในฐานคิดค่าบริการด้วย การเลือก Stripe Billing จึงไม่ได้บังคับให้รับเงินทั้งหมดผ่าน Stripe Payments แต่ธุรกิจที่ใช้เส้นทางรับเงินอื่นต้องจัดการการเชื่อมต่อและการกระทบยอดให้เหมาะกับระบบของตน
หากต้องกำหนดเส้นทางรับเงินผ่านหลาย payment gateway ความต่างด้านค่าระบบอาจมีน้ำหนักน้อยลง ราคา Chargebee Flow มีทางเลือกแบบไม่มีค่าประจำที่ 0.80% ของยอดออกใบแจ้งหนี้ และทางเลือก 99 ดอลลาร์ต่อเดือนบวก 0.65% โดยรวมการจัดการ subscription การคิดค่าบริการตามการใช้งาน และพอร์ทัลลูกค้า ค่าประมวลผลของ gateway ยังต้องคิดแยกไม่ว่าจะเลือกระบบ billing ใด
ยอดบิลสามระดับทำให้ส่วนต่างเปลี่ยนอย่างไร

แบบจำลองนี้สมมติให้ยอด Billing ที่เข้าเกณฑ์ของ Stripe เท่ากับยอดออกใบแจ้งหนี้ของ Chargebee ในแต่ละเดือน และใช้ราคาแบบจ่ายตามใช้ของ Stripe เทียบกับทางเลือกทั้งสองแบบของ Flow โดยยังไม่รวมค่าประมวลผล ภาษี ส่วนลดตามสัญญา หรือบริการเสริม สมมติฐานเรื่องฐานยอดมีความสำคัญ เพราะผู้ให้บริการใช้ชื่อฐานคิดค่าบริการต่างกัน และอัตรา Billing ของ Stripe ไม่ครอบคลุมใบแจ้งหนี้แบบครั้งเดียว
- 10,000 ดอลลาร์ต่อเดือน: Stripe Billing 70 ดอลลาร์; Flow แบบไม่มีค่าประจำ 80 ดอลลาร์; Flow แบบมีค่าประจำ 164 ดอลลาร์ ส่วนต่างระหว่างทางเลือกที่ถูกที่สุดของแต่ละค่ายคือ 10 ดอลลาร์ต่อเดือน
- 50,000 ดอลลาร์ต่อเดือน: Stripe Billing 350 ดอลลาร์; Flow แบบไม่มีค่าประจำ 400 ดอลลาร์; Flow แบบมีค่าประจำ 424 ดอลลาร์ หากเทียบตัวเลือกที่ถูกที่สุด Stripe ต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อเดือน
- 200,000 ดอลลาร์ต่อเดือน: Stripe Billing 1,400 ดอลลาร์; Flow แบบไม่มีค่าประจำ 1,600 ดอลลาร์; Flow แบบมีค่าประจำ 1,399 ดอลลาร์ ทางเลือก Flow ที่มีค่าประจำต่ำกว่า Stripe เพียง 1 ดอลลาร์ต่อเดือน
ทางเลือกสองแบบของ Flow มีต้นทุนเท่ากันที่ยอดออกใบแจ้งหนี้ประมาณ 66,000 ดอลลาร์ต่อเดือน เหนือระดับนั้น ค่าประจำ 99 ดอลลาร์เริ่มถูกชดเชยด้วยอัตราที่ต่ำกว่า แต่จุดคุ้มกันภายใน Flow ไม่ใช่จุดที่ Chargebee ชนะ Stripe โดยอัตโนมัติ หากเทียบ Flow แบบมีค่าประจำกับ Stripe แบบจ่ายตามใช้โดยใช้ฐานยอดเดียวกัน Flow จะเริ่มถูกกว่าเมื่อยอดเกินประมาณ 198,000 ดอลลาร์ต่อเดือน
Stripe ยังมีแผนรายปีที่ชำระเป็นรายเดือนและกำหนดเพดานยอด Billing ไว้แต่ละระดับ แบบจำลองข้างต้นไม่ได้สมมติว่าธุรกิจทำสัญญารายปี เพราะความคุ้มค่าของแผนนั้นขึ้นกับยอดที่ใช้จริงและภาระผูกพันตามสัญญา ธุรกิจที่ยอดแกว่งมากควรแยกยอดเดือนปกติออกจากเดือนที่มีการเรียกเก็บครั้งใหญ่ มิฉะนั้นค่าเฉลี่ยรายเดือนอาจทำให้เลือกแผนผิดจากรูปแบบการใช้งานจริง
ค่ารับชำระเงินเป็นคนละบรรทัดกับค่าระบบ billing
อัตราในแบบจำลองเป็นค่าซอฟต์แวร์ที่จัดการรอบบิล การสร้างรายการเรียกเก็บ และสถานะ subscription ส่วนค่าประมวลผลเกิดเมื่อ gateway รับเงินจากลูกค้า ธุรกิจที่ใช้ Stripe Payments ใต้ Stripe Billing จ่ายค่าระบบและค่ารับชำระเงินตามเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์ หากใช้ Stripe เป็น gateway ใต้ Chargebee ก็ยังมีค่ารับชำระเงินของ Stripe เพิ่มจากค่า Flow เช่นกัน
สำหรับบัญชี Stripe ในไทย ราคา Stripe Payments ในไทย ระบุค่าบัตรในประเทศ 3.65% บวก 10 บาทต่อธุรกรรมที่สำเร็จ ค่าบัตรต่างประเทศ 4.75% บวก 10 บาท และเพิ่ม 2% หากต้องแปลงสกุลเงิน ตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาการรับชำระเงิน ไม่ใช่อัตราของ Stripe Billing จึงไม่ควรนำเปอร์เซ็นต์บัตรไทยไปบวกตรง ๆ กับตัวอย่างยอดบิลสกุลดอลลาร์โดยไม่แยกประเภทบัตร สกุลเงิน และจำนวนรายการ
ยอดบิลรวมเท่ากันอาจมีค่าประมวลผลต่างกันมาก SaaS ที่เก็บเงินจากลูกค้าจำนวนมากด้วยรายการขนาดเล็กต้องรับภาระค่าธรรมเนียมคงที่ต่อรายการมากกว่าธุรกิจที่ออกบิลจำนวนน้อยแต่ยอดสูง ส่วนธุรกิจที่ขายทั่วโลกต้องดูว่าลูกค้าใช้บัตรในประเทศของบัญชีผู้ค้าหรือบัตรต่างประเทศ และมีการแปลงสกุลเงินหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบ gateway หลายราย ควรวางค่าอนุมัติรายการ การคืนเงิน และข้อพิพาทไว้ในงบเดียวกับค่าธรรมเนียมที่เสนอ ไม่ใช่ดูเพียงอัตราหน้าราคา สำหรับการรับเงินจากลูกค้าไทย ต้นทุน PromptPay กับเกตเวย์ ยังเชื่อมกับงานกระทบยอดหลังบ้านด้วย
หลาย gateway คุ้มเมื่อช่วยแก้ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริง

เครือข่าย payment gateway ของ Chargebee ระบุการเชื่อมต่อมากกว่า 40 ราย รวม Stripe, Adyen และ GoCardless พร้อมการกำหนดเส้นทางตามวิธีชำระเงิน สกุลเงิน หรือที่ตั้งลูกค้า จึงสามารถให้ลูกค้าเดิมอยู่กับ gateway เดิมและส่งลูกค้าใหม่ไปอีกช่องทางตามกฎที่ตั้งไว้ ความสามารถนี้ช่วยธุรกิจที่ต้องเพิ่มวิธีชำระเงินท้องถิ่นหรือค่อย ๆ เปลี่ยนผู้ประมวลผลโดยไม่ย้ายธุรกรรมทั้งหมดพร้อมกัน
จำนวน gateway ที่เชื่อมต่อได้ไม่เท่ากับจำนวนวิธีชำระเงินที่บัญชีผู้ค้ารายหนึ่งใช้งานได้จริง ความพร้อมขึ้นกับประเทศที่จดทะเบียนบัญชี ประเภทกิจการ วิธีชำระเงินที่ gateway รายการนั้นรองรับ และสัญญาของผู้ค้า SaaS ที่ใช้ Stripe รับเงินได้ครอบคลุมตลาดของตนอยู่แล้วอาจไม่มีเหตุผลทางต้นทุนที่จะเพิ่มชั้นระบบเพื่อเผื่อช่องทางสำรอง แต่ถ้าลูกค้าองค์กรกำหนดผู้รับชำระเงิน หรือแต่ละตลาดต้องใช้วิธีชำระเงินต่างกัน ค่าเชื่อมต่อและค่าดูแลหลายเส้นทางอาจสำคัญกว่าส่วนต่างค่าระบบรายเดือน
การรับเงินนอก Stripe ที่นับอยู่ในยอดของ Stripe Billing เป็นคนละประเด็นกับการมีเครื่องมือกำหนดเส้นทางข้าม gateway ในระบบเดียว ธุรกิจที่มีการเชื่อมต่อภายนอกอยู่แล้วอาจใช้ข้อมูลรอบบิลร่วมกับเส้นทางรับเงินนั้นได้ แต่ต้องคิดค่าแรงพัฒนา การติดตามรายการที่จ่ายสำเร็จ และการกระทบยอดเองตามโครงสร้างที่ใช้ ความได้เปรียบของ Chargebee จึงเด่นขึ้นเมื่อการเปลี่ยนเส้นทางรับชำระเป็นงานประจำ มากกว่าการเพิ่ม gateway เพียงครั้งเดียว
ฟีเจอร์ใดรวมอยู่แล้ว และงานใดต้องเผื่องบเพิ่ม
การนับจำนวนฟีเจอร์โดยไม่แยกขอบเขตงานอาจทำให้เปรียบเทียบผิด ทั้งสองระบบรองรับการจัดการ subscription แต่ซอฟต์แวร์ billing การประมวลผลเงิน การรับรู้รายได้ และงานภาษีเป็นคนละส่วนของต้นทุน รายการต่อไปนี้แยกความสามารถที่อยู่ในแผนที่เปรียบเทียบออกจากงานที่ต้องตรวจราคาหรือขอบเขตเพิ่ม
- Subscription และพอร์ทัลลูกค้า: ทั้ง Stripe Billing และ Chargebee Flow รวมความสามารถพื้นฐานในการจัดการรอบบิลและให้ลูกค้าจัดการข้อมูลของตน ส่วนโดเมนพอร์ทัลแบบกำหนดเองของ Stripe มีค่าบริการเพิ่ม
- การคิดค่าบริการตามการใช้งาน: Stripe Billing มีความสามารถพื้นฐานผ่าน Meters API ขณะที่การวัดและตั้งราคาแบบซับซ้อนด้วย Metronome ต้องพิจารณาผลิตภัณฑ์และราคาแยก Flow รวมการรับข้อมูลการใช้งานและรูปแบบราคาแบบผสมไว้ในแผน โดยมีขีดจำกัดการใช้งานของแผน
- ใบเสนอราคา: Stripe Billing รวม Quotes สำหรับการเสนอราคาก่อนเริ่ม subscription ส่วน Chargebee มี CPQ Lite ให้ใช้ภายใต้จำนวนใบเสนอราคาเริ่มต้น หากต้องใช้การอนุมัติหลายขั้นหรือใบเสนอราคาซับซ้อน CPQ แบบเต็มเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องคิดงบต่างหาก
- บัญชีและภาษี: Chargebee แยก RevRec สำหรับการรับรู้รายได้ และระบุว่าการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์กับการเชื่อมต่อบางระบบภาษีมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม Stripe ก็แยกผลิตภัณฑ์ด้านภาษีและการรับรู้รายได้ออกจาก Billing จึงต้องเทียบงานบัญชีที่ต้องทำจริงก่อนสรุปราคารวม
- การรับชำระ: ค่าบัตรและวิธีชำระเงินอื่นไม่ได้หายไปเมื่อเลือก Flow หรือ Billing หากเปลี่ยน gateway ต้องนำราคาและเงื่อนไขของ gateway ใหม่เข้ามาในแบบจำลองด้วย
สำหรับ SaaS ที่คิดราคาเป็นแพ็กเกจคงที่ งานจัดการรอบบิล พอร์ทัล และการติดตามการชำระเงินอาจครอบคลุมความต้องการหลักอยู่แล้ว ธุรกิจที่คิดค่าบริการตามการใช้งาน เพิ่มส่วนลดตามสัญญา หรือขายผ่านทีมงานควรดูว่าข้อมูลการใช้งานไหลเข้าระบบอย่างไร ใครแก้ราคาได้ และข้อมูลใดต้องส่งต่อให้ฝ่ายการเงิน ความซับซ้อนเหล่านี้มีต้นทุนด้านการตั้งค่าและการดูแล แม้ชื่อฟีเจอร์จะปรากฏว่าอยู่ในแผน
เมื่อค่าโยกย้ายสูงกว่าส่วนต่างรายเดือน
คู่มือย้ายข้อมูลของ Chargebee ครอบคลุมข้อมูลลูกค้า subscription ใบลดหนี้ และใบแจ้งหนี้ย้อนหลัง หากเปลี่ยน gateway อาจต้องจับคู่ token บัตรกับลูกค้าเพิ่ม ขั้นตอนย้ายข้อมูลเริ่มในระบบทดสอบก่อนทำซ้ำในระบบจริง งานจึงไม่ได้จบที่การคัดลอกรายชื่อลูกค้า แต่ต้องรักษาวันต่ออายุ สถานะการชำระเงิน ประวัติเอกสาร และการเชื่อมต่อกับระบบบัญชีให้สอดคล้องกัน
ตัวอย่างสมมติ: SaaS ที่มียอดบิล 50,000 ดอลลาร์ต่อเดือนและใช้ Flow แบบไม่มีค่าประจำ จะลดค่าระบบได้ 50 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 600 ดอลลาร์ต่อปี หากย้ายมา Stripe Billing แบบจ่ายตามใช้โดยเงื่อนไขอื่นเท่าเดิม ถ้าค่าแรงย้ายข้อมูล ทดสอบรอบบิล และแก้การเชื่อมต่อเกิน 600 ดอลลาร์ การย้ายเพราะค่าระบบอย่างเดียวจะยังไม่คืนทุนในปีแรก ที่ยอดบิล 200,000 ดอลลาร์ ส่วนต่างของตัวเลือกที่ถูกที่สุดเหลือเพียง 1 ดอลลาร์ต่อเดือน จึงยิ่งต้องให้น้ำหนักกับค่าโยกย้ายและรูปแบบรับเงินที่ธุรกิจต้องใช้จริง
เกณฑ์เลือกจึงอยู่ที่ต้นทุนรวมในช่วงเวลาเดียวกัน: ค่าระบบจากยอดที่เข้าเกณฑ์ ค่าประมวลผลตามส่วนผสมธุรกรรม ค่าผลิตภัณฑ์เสริม และค่าเชื่อมต่อหรือย้ายข้อมูล Stripe Billing เหมาะกับโครงสร้างรับเงินที่เรียบง่ายและยอดที่ทำให้ค่าระบบต่ำกว่า ส่วน Chargebee Flow มีน้ำหนักเมื่อการใช้หลาย gateway เป็นเงื่อนไขการขายหรือการดำเนินงานที่เกิดขึ้นแล้ว
อ่านเพิ่มเติม:
บทความที่เกี่ยวข้อง


PromptPay หรือ Payment Gateway: ค่าธรรมเนียมต่ำอาจแลกกับงานหลังบ้าน

Thinkific หรือ Teachable: รายเดือนถูกกว่าอาจแพ้ค่าธรรมเนียม 7.5%

Stripe หรือ Omise: ค่าบัตรเท่ากัน แต่ 10 บาทต่อรายการเปลี่ยนผู้ชนะ

Wise Business หรือ Airwallex: บริษัทไทยต้องผ่านด่านประเทศก่อนเทียบราคา

Ko-fi หรือ Buy Me a Coffee: ทิปครั้งเดียวเท่ากัน แต่รายได้ประจำต่างกัน
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ