PromptPay หรือ Payment Gateway: ค่าธรรมเนียมต่ำอาจแลกกับงานหลังบ้าน

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|2 นาทีในการอ่าน| 3
PromptPay หรือ Payment Gateway: ค่าธรรมเนียมต่ำอาจแลกกับงานหลังบ้าน

ร้านค้าออนไลน์ที่รับ PromptPay ผ่านธนาคารอาจเสียค่ารับชำระน้อยกว่าการใช้ Payment Gateway แต่ต้องดูด้วยว่าใครจับคู่เงินเข้ากับคำสั่งซื้อ ใครจัดการคืนเงิน และลูกค้าต้องการจ่ายด้วยบัตรหรือผ่อนชำระหรือไม่ ธนาคารแห่งประเทศไทย อธิบายว่า PromptPay เป็นระบบรับและโอนเงินที่ต่อยอดเป็นบริการสำหรับนิติบุคคลและ Thai QR Payment ได้ ความสามารถในการจัดการร้านค้าจึงขึ้นกับบริการที่เลือก ไม่ได้ติดมากับชื่อ PromptPay เพียงอย่างเดียว

Payment Gateway เป็นบริการเชื่อมการชำระเงินกับขั้นตอนขายออนไลน์ และอาจรวม QR บัตร และวิธีจ่ายอื่นไว้ในระบบเดียว ร้านค้าไม่จำเป็นต้องเลือกใช้เพียงทางเดียว: อาจรับ QR ผ่านธนาคารสำหรับลูกค้าที่สแกนจ่าย และเปิดเกตเวย์ให้ลูกค้าที่ต้องการใช้บัตร คำตอบว่าทางใดคุ้มกว่าจึงต้องรวมค่าบริการ เวลาตรวจยอด ระยะเวลาที่เงินเข้าบัญชี และงานหลังการขายเข้าด้วยกัน

QR รับโอนตรง QR ร้านค้า และ QR ผ่านเกตเวย์ต่างกันตรงไหน

การให้ลูกค้าโอนเข้าบัญชีหรือสแกน QR ที่ผูกกับบัญชีร้านเป็นวิธีรับเงินที่ตรงที่สุด เมื่อลูกค้าส่งหลักฐานการจ่าย ร้านยังต้องตรวจรายการเงินเข้าจากธนาคารและระบุให้ได้ว่าเป็นคำสั่งซื้อใด หากมีลูกค้าหลายรายจ่ายยอดเท่ากันในช่วงใกล้กัน ภาพสลิปกับจำนวนเงินเพียงอย่างเดียวอาจแยกรายการไม่ได้ งานส่วนนี้เพิ่มตามจำนวนคำสั่งซื้อ แม้ยอดขายรวมจะเท่าเดิม

QR ร้านค้าของธนาคารเพิ่มเครื่องมือได้อีกระดับ แต่ขอบเขตไม่เหมือนกันทุกผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น Krungsri Mung-Mee SHOP ระบุว่าไม่คิดค่าบริการรับ PromptPay มีการแจ้งเตือนเมื่อรับเงินและดูรายการย้อนหลังได้ อีกทั้งบริการบิลมั่งมีสร้างคำสั่งซื้อพร้อม QR และแจ้งร้านเมื่อชำระแล้ว ตัวอย่างนี้แสดงว่าค่าธรรมเนียมต่ำไม่ได้หมายความว่าร้านต้องตรวจสลิปด้วยมือเสมอไป; ต้องดูว่าฟังก์ชันของธนาคารเชื่อมกับวิธีรับออร์เดอร์ของร้านได้แค่ไหน

ส่วนการรับ PromptPay ผ่านเกตเวย์ยังเป็นการให้ลูกค้าสแกนจ่าย แต่ร้านซื้อบริการรับชำระและข้อมูลธุรกรรมจากตัวกลางเพิ่ม ความต่างที่มีผลจริงคือระบบขายรู้สถานะจ่ายเงินได้อย่างไร มีรหัสรายการให้จับคู่กับออร์เดอร์หรือไม่ และรายงานยอดที่ผู้ให้บริการโอนให้ร้านละเอียดเพียงใด เกตเวย์ที่ส่งสถานะกลับเว็บไซต์ได้อาจลดการเปิดแอปธนาคารตรวจทีละรายการ แต่ร้านที่ขายผ่านแชตและไม่ได้เชื่อมออร์เดอร์เข้าระบบก็อาจยังต้องจับคู่ข้อมูลเอง

จึงควรแยกคำว่า QR ออกจากชุดบริการรอบ QR ก่อนเทียบราคา ป้ายรับโอนที่ร้านตรวจเอง แอปร้านค้าของธนาคารที่แจ้งเงินเข้า และเกตเวย์ที่ผูกสถานะกับเลขคำสั่งซื้อมีต้นทุนแรงงานต่างกัน การเลือกจากคำว่า PromptPay อย่างเดียวจะทำให้มองไม่เห็นความแตกต่างนี้

ยอดขายสามระดับทำให้ค่ารับเงินต่างกันเท่าไร

เพื่อให้เห็นขนาดของส่วนต่าง ลองใช้ราคาของผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดแทนอัตราเฉลี่ยทั้งตลาด ใน ตารางค่าบริการ Omise ในไทย การรับ PromptPay คิด 1.65% ต่อรายการ ส่วนบัตรเครดิตและเดบิตคิด 3.65% โดยราคายังไม่รวม VAT 7%; การโอนเงินจากบัญชีผู้ให้บริการไปธนาคารมีค่าบริการอีก 20 บาทต่อครั้งเมื่อยอดโอนไม่เกิน 2 ล้านบาท และ 150 บาทเมื่อสูงกว่านั้น เทียบกับตัวอย่างแอปร้านค้าของธนาคารข้างต้นที่ไม่คิดค่ารับ PromptPay ได้ แต่ไม่ควรนำราคาคู่นี้ไปเรียกว่าอัตรามาตรฐานของทุกธนาคารหรือทุกเกตเวย์

ตัวเลขต่อไปนี้เป็น ตัวอย่างสมมติ ว่าร้านขายได้ตามยอดที่กำหนดและลูกค้าทุกคนจ่ายผ่านช่องทางเดียวตลอดเดือน คูณยอดขายด้วยอัตราค่ารับชำระที่ระบุไว้ โดยยังไม่รวม VAT ค่าโอนออก ค่าใช้ระบบอื่น การคืนเงิน และเวลาพนักงาน บรรทัดบัตรแสดงกรณีที่ยอดขายทั้งหมดชำระด้วยบัตรเพื่อให้เห็นขนาดราคา ไม่ได้สมมติว่าร้านที่มีลูกค้าสแกน QR อยู่แล้วจะเปลี่ยนลูกค้าทั้งหมดไปใช้บัตรได้

  • ยอดขาย 50,000 บาทต่อเดือน: PromptPay ผ่านแอปร้านค้าธนาคารตามตัวอย่างคิดค่ารับชำระ 0 บาท; PromptPay ผ่าน Omise 825 บาท; บัตรผ่าน Omise 1,825 บาท
  • ยอดขาย 500,000 บาทต่อเดือน: ค่ารับชำระตามลำดับคือ 0 บาท, 8,250 บาท และ 18,250 บาท
  • ยอดขาย 2,000,000 บาทต่อเดือน: ค่ารับชำระตามลำดับคือ 0 บาท, 33,000 บาท และ 73,000 บาท

ค่าบริการเหล่านี้โตตามมูลค่าที่ผ่านช่องทาง แต่ภาระตรวจยอดมักสัมพันธ์กับจำนวนรายการมากกว่า ร้านที่ขายเดือนละ 500,000 บาทจากคำสั่งซื้อไม่กี่รายการอาจตรวจเงินเข้าได้ง่ายกว่าร้านที่มียอดเท่ากันจากออร์เดอร์จำนวนมาก การคูณยอดขายด้วยอัตราค่าบริการจึงเป็นเพียงด้านหนึ่งของต้นทุน และควรแยกจำนวนออร์เดอร์ที่ต้องตรวจออกจากยอดขายรวม

หากลูกค้าจ่ายหลายแบบ ให้คูณเฉพาะยอดขายของแต่ละแบบด้วยราคาของช่องทางนั้น ตัวอย่างสมมติ ร้านมียอดขาย 500,000 บาท โดย 400,000 บาทรับผ่าน QR ธนาคารตามเงื่อนไขข้างต้น และ 100,000 บาทรับบัตรผ่านเกตเวย์ ค่ารับชำระบัตรตามอัตราตัวอย่างจะเป็น 3,650 บาทก่อนภาษีและค่าอื่น ไม่ใช่ 18,250 บาท การแยกยอดเช่นนี้ช่วยให้เห็นว่าค่าบัตรเป็นราคาของการรองรับลูกค้ากลุ่มที่ใช้บัตร ไม่ใช่ภาระที่ต้องคิดกับยอดขายทุกบาท

เวลางานก็แปลงเป็นต้นทุนเพื่อเทียบได้อย่างระมัดระวัง หากร้านสมมติว่าชั่วโมงตรวจและแก้รายการมีมูลค่า 200 บาท ส่วนต่าง 825 บาทในกรณียอดขาย 50,000 บาทจะเท่ากับเวลาราว 4 ชั่วโมง ขณะที่ส่วนต่าง 33,000 บาทในกรณียอดขาย 2,000,000 บาทเท่ากับ 165 ชั่วโมง นี่เป็นเพียงจุดเทียบตามสมมติฐาน ไม่ใช่เวลาที่เกตเวย์รับประกันว่าจะประหยัดได้จริง เพราะผลขึ้นกับจำนวนออร์เดอร์และการเชื่อมระบบของร้านด้วย

บัตร ผ่อนชำระ และรายงานเพิ่มคุณค่าให้ใคร

ฟังก์ชันของแต่ละช่องทางต้องดูเป็นรายผลิตภัณฑ์ ไม่ควรสรุปว่าแอปร้านค้าธนาคารรับได้แต่ QR หรือเกตเวย์ทุกรายมีเครื่องมือเหมือนกัน บริการร้านค้าของ KTC แสดง QR PromptPay แยกจาก Payment Gateway ที่รองรับบัตรในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการผ่อนชำระ ขณะเดียวกัน KTC ยังมีแอปร้านค้าที่รับทั้ง QR บัตรและ QR PromptPay ตัวเลือกจึงซ้อนทับกันได้บางส่วน แม้จะใช้ชื่อบริการต่างกัน

  • การรับบัตร: การโอน PromptPay เข้าบัญชีไม่ได้ทำให้ร้านรับบัตรเครดิตโดยอัตโนมัติ ร้านที่มีลูกค้าต้องการใช้บัตรต้องเพิ่มบริการรับบัตรที่รองรับช่องทางขายของตน ไม่ว่าจะเป็นเกตเวย์หรือผลิตภัณฑ์ธนาคารที่มีฟังก์ชันนี้ บัตรต่างประเทศต้องดูรายชื่อบัตรที่รับ เงื่อนไขธุรกิจ และค่าใช้จ่ายของข้อเสนอจริง
  • การผ่อนชำระ: การสแกนจ่ายจากบัญชีเป็นการชำระเต็มยอด ไม่ใช่แผนผ่อนของร้าน บริการรับบัตรบางแบบเปิดให้ผ่อน แต่ร้านต้องดูว่าบัตรใดร่วมรายการ ลูกค้าผ่อนได้กี่งวด และใครรับต้นทุนของแผนผ่อน การมีคำว่า “รับบัตร” ในข้อเสนอจึงยังไม่พอที่จะสรุปว่าเปิดผ่อนได้ทุกใบ
  • การยืนยันการจ่าย: QR ที่ร้านตรวจจากบัญชีด้วยตนเองต้องมีคนหรือระบบระบุว่ารายการเงินเข้าเป็นของออร์เดอร์ใด แอปร้านค้าบางแห่งแจ้งเงินเข้าได้ ส่วนเกตเวย์อาจส่งสถานะกลับระบบขาย ความเร็วในการรู้ว่าลูกค้าจ่ายแล้วจึงขึ้นกับการเชื่อมข้อมูล ไม่ใช่ความเร็วของการสแกนเพียงอย่างเดียว
  • รายงานและการกระทบยอด: ร้านต้องรู้ยอดขายก่อนหักค่าบริการ ค่าบริการที่ถูกหัก ยอดคืน และยอดที่เข้าบัญชี หากรายงานมีเพียงยอดรวมรายวัน แต่ร้านต้องค้นคำสั่งซื้อรายชิ้น งานจับคู่ยังคงอยู่ ฟังก์ชันส่งออกข้อมูลและรหัสอ้างอิงจึงมีค่าเมื่อเข้ากับระบบบัญชีและระบบขายที่ร้านใช้อยู่
  • การคืนเงิน: ร้านที่รับโอนตรงต้องมีขั้นตอนตรวจรายการเดิมและโอนคืนให้ถูกผู้รับ บริการตัวกลางบางแห่งให้สั่งคืนจากรายการรับเงินเดิมได้ แต่ต้องดูว่ารองรับการคืนบางส่วนหรือไม่ เงินกลับถึงลูกค้าอย่างไร และค่าบริการเดิมถูกคืนให้ร้านในกรณีใด

สำหรับร้านที่ขายสินค้าราคาสูง การผ่อนอาจเป็นเหตุผลให้เพิ่มช่องทางบัตร แม้ค่ารับชำระสูงกว่า QR ร้านค้าที่ขายผ่านเว็บไซต์อาจให้ความสำคัญกับสถานะชำระเงินที่กลับไปยังคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ ส่วนร้านที่ขายผ่านแชตอาจได้ประโยชน์จากลิงก์จ่ายหรือบิลที่ผูกกับออร์เดอร์มากกว่า ความคุ้มค่าเกิดจากฟังก์ชันที่ร้านใช้จริง ไม่ใช่จำนวนช่องทางที่แสดงในหน้าขายของผู้ให้บริการ

งานกระทบยอดเริ่มตรงจุดที่ลูกค้าบอกว่าจ่ายแล้ว

ภาพสลิปช่วยให้ค้นรายการได้ แต่ไม่ควรเป็นหลักฐานเดียวสำหรับปล่อยสินค้า ร้านควรเห็นรายการรับเงินจริงในช่องทางธนาคารหรือสถานะที่ผู้ให้บริการส่งกลับมา แล้วจับคู่ยอด เวลา และรหัสอ้างอิงกับคำสั่งซื้อ หากลูกค้าแจ้งจ่ายแล้วแต่ยังไม่พบรายการ การพักออร์เดอร์ไว้ตรวจย่อมทำให้บันทึกขายกับเงินรับไม่คลาดกันตั้งแต่ต้น

ปัญหาจับคู่ไม่ได้เกิดเฉพาะจากสลิปผิด ลูกค้าอาจจ่ายยอดไม่ครบ โอนซ้ำ หรือชำระหลายคำสั่งซื้อรวมเป็นครั้งเดียว ร้านที่รับเงินตรงต้องกำหนดว่ารายการลักษณะนี้จะอยู่สถานะใดจนกว่าจะหาคำสั่งซื้อที่ถูกต้องพบ หากมีคนหลายคนรับออร์เดอร์ผ่านหลายแชต การใช้เพียงชื่อผู้โอนอาจไม่พอ เพราะชื่อในบัญชีธนาคารกับชื่อผู้สั่งซื้ออาจต่างกัน

บริการที่สร้าง QR ผูกกับยอดและคำสั่งซื้อช่วยลดความคลุมเครือได้เมื่อร้านใช้ข้อมูลนั้นตลอดกระบวนการขาย แต่การแจ้งเงินเข้าอย่างเดียวก็ยังไม่เท่ากับการกระทบยอดเสร็จ ร้านต้องเทียบรายการที่ระบบขายระบุว่าจ่ายแล้วกับรายการรับเงินจริง และเทียบยอดที่ผู้ให้บริการหักก่อนโอนกับยอดที่ธนาคารบันทึก วิธีนี้ทำให้รู้ว่ารายการใดตกหล่นและค่าบริการถูกบันทึกอยู่ที่ใด

จำนวนรายการมีผลต่อการออกแบบงานมากกว่ายอดรวมเพียงตัวเดียว ออร์เดอร์มูลค่าเล็กจำนวนมากทำให้การค้นรายการผิดหรือโอนซ้ำใช้เวลาสะสมสูง ขณะที่ออร์เดอร์มูลค่าสูงแต่มีน้อยรายการอาจจัดการด้วยคนได้ แม้ค่าบริการแบบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะดูสูงเมื่อคูณยอดขาย ร้านจึงควรดูทั้งยอดต่อรายการ จำนวนรายการ และความถี่ของปัญหาที่ต้องแก้ก่อนให้มูลค่ากับระบบอัตโนมัติ

จ่ายสำเร็จ เงินเข้าบัญชี และคืนเงินเป็นคนละขั้น

พัสดุสั่งซื้อออนไลน์ถูกส่งคืน ขณะที่ยอดชำระผ่านบัตรยังต้องดำเนินการคืนเงินแยกต่างหาก

เมื่อร้านรับโอนเข้าบัญชีโดยตรง จุดที่เห็นเงินเข้ากับจุดที่ใช้เงินจากบัญชีมักอยู่ในช่องทางธนาคารเดียวกัน แต่บริการร้านค้าหรือเกตเวย์อาจมีบัญชีรับชำระ รอบสรุปยอด และการโอนต่อเข้าบัญชีเงินฝาก ร้านจึงต้องแยกสถานะลูกค้าจ่ายสำเร็จออกจากยอดสุทธิที่พร้อมใช้ ยอดสุทธิอาจลดลงจากค่าบริการ ภาษีที่เกี่ยวข้อง และยอดคืนเงิน แม้ยอดขายหน้าร้านยังแสดงเต็มจำนวน

เงื่อนไขรับเงินของผลิตภัณฑ์เดียวกันยังอาจต่างตามประเภทผู้สมัคร ร้านบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลจึงควรดูบัญชีปลายทางและรอบโอนในข้อเสนอที่ตนสมัครจริง การเห็นแจ้งเตือนจ่ายสำเร็จรวดเร็วมีประโยชน์ต่อการส่งสินค้า แต่ระยะเวลาที่เงินเข้าบัญชีเงินฝากมีผลต่อเงินหมุนเวียน โดยเฉพาะร้านที่ต้องจ่ายค่าสินค้าหรือค่าขนส่งก่อนรับยอดสุทธิจากผู้ให้บริการ

การคืนเงินทำให้เห็นต้นทุนหลังการขายชัดขึ้น คำอธิบายการคืนเงินของ Omise ระบุว่าไม่คิดค่าดำเนินการคืนเงิน แต่คืนค่าบริการเดิมให้ร้านในกรณีคืนเต็มจำนวนก่อนเวลาสรุปยอดเท่านั้น; การคืนบางส่วนหรือคืนเต็มจำนวนหลังสรุปยอดไม่ได้รับค่าบริการเดิมคืน เงื่อนไขนี้ควรตรวจอีกครั้งในสัญญาปัจจุบันของร้าน เพราะต้นทุนของสินค้าที่ถูกยกเลิกอาจต่างจากรายการขายที่สำเร็จและไม่ถูกคืน

ฝั่งรับโอนตรง ร้านต้องเก็บความสัมพันธ์ระหว่างยอดรับ คำสั่งซื้อ และรายการโอนคืนให้ตามย้อนหลังได้ การโอนคืนไปยังบัญชีที่ลูกค้าแจ้งมาใหม่โดยไม่ตรวจคำสั่งซื้อเดิมเพิ่มโอกาสให้ยอดบัญชีกับประวัติขายไม่ตรงกัน ฝั่งเกตเวย์อาจผูกการคืนเข้ากับธุรกรรมเดิมได้สะดวกกว่า แต่ร้านก็ยังต้องบันทึกเหตุผลคืนสินค้า จำนวนที่คืน และสถานะคำสั่งซื้อในระบบขายของตน

เลือกจากรูปแบบลูกค้าและภาระงานจริง

ร้านที่ลูกค้าส่วนใหญ่สแกนจ่าย มีออร์เดอร์ไม่มาก และตรวจเงินเข้าได้รวดเร็ว อาจได้ต้นทุนเหมาะสมจาก QR ร้านค้าของธนาคาร โดยเฉพาะเมื่อแอปธนาคารที่เลือกมีแจ้งเตือนหรือผูกบิลกับคำสั่งซื้ออยู่แล้ว ร้านที่ออร์เดอร์ถี่ ขายผ่านเว็บไซต์ หรือมีลูกค้าต้องการบัตรและผ่อนชำระ ควรให้ค่าน้ำหนักกับข้อมูลสถานะ รายงาน และขั้นตอนคืนเงินมากขึ้น แม้ค่ารับชำระต่อรายการสูงกว่า

หากฐานลูกค้าใช้ทั้ง QR และบัตร การเปิดสองช่องทางอาจเหมาะกว่าการบังคับทุกยอดขายผ่านบริการเดียว ให้ประเมินค่าบริการตามสัดส่วนยอดที่ลูกค้าใช้จริง แล้วบวกค่าโอนออกและเวลาที่คนต้องใช้ตรวจรายการผิด เงินสุทธิที่เข้าบัญชีและจำนวนออร์เดอร์ที่จัดการได้โดยไม่เพิ่มงานแก้ไขเป็นผลลัพธ์ที่บอกความคุ้มค่าได้ชัดกว่าเปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมเพียงตัวเดียว

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0