Stripe หรือ PayPal ในไทย: เงินคืนอาจไม่คืนค่าธรรมเนียมเดิม

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|3 นาทีในการอ่าน
Stripe หรือ PayPal ในไทย: เงินคืนอาจไม่คืนค่าธรรมเนียมเดิม

สำหรับร้านค้าไทยที่รับชำระด้วยบัตร ราคามาตรฐานของ Stripe ในไทย ที่ตรวจเมื่อ 29 กันยายน 2569 คิดค่าบัตรในประเทศ 3.65% บวก 10 บาท และบัตรต่างประเทศ 4.75% บวก 10 บาท; หากคืนเงินค่าบัตร จะไม่มีค่าดำเนินการคืนเงินเพิ่ม แต่ค่าประมวลผลเดิมไม่ถูกคืน เงินสุทธิเมื่อขายสำเร็จจึงเป็นคนละตัวเลขกับต้นทุนที่ร้านต้องรับเมื่อขายแล้วคืนเงิน

สำหรับการรับชำระผ่าน PayPal ตารางค่าธรรมเนียมผู้ขายในไทย ที่ตรวจวันเดียวกันแสดงอัตรา 3.90% บวกค่าคงที่สำหรับผู้ส่งในไทย และ 4.40% บวกค่าคงที่สำหรับผู้ส่งนอกไทย โดยค่าคงที่เมื่อรับเป็นเงินบาทคือ 11 บาท การคืนเงินเต็มจำนวนหรือบางส่วนไม่มีค่าดำเนินการเพิ่ม แต่ค่ารับชำระเดิมไม่คืนเช่นกัน หน้าราคานี้ยังเตือนว่าอัตราบางรายการอาจใช้ไม่ได้กับบัญชีที่เปิดกับ PayPal (Thailand) Limited

อัตราในประเทศและข้ามประเทศวัดจากอะไร

คำว่า “ต่างประเทศ” ของสองบริการอ้างอิงคนละสิ่ง ฝั่ง Stripe แยกอัตราตามบัตรในประเทศหรือบัตรต่างประเทศ ส่วน PayPal แยกตามตลาดที่ผู้ส่งและผู้รับลงทะเบียนหรือถูกระบุว่าเป็นผู้พำนักอยู่ การเห็นที่อยู่จัดส่งต่างประเทศจึงยังบอกอัตราค่ารับชำระไม่ได้ครบ ต้องรู้ลักษณะบัตรหรือบัญชีที่ใช้จ่ายด้วย

ค่าคงที่เป็นอีกส่วนที่ต้องใส่ในสูตรทุกครั้ง สำหรับรายการเงินบาทตามอัตราข้างต้น ค่ารับชำระของ Stripe เท่ากับยอดขายคูณอัตราร้อยละแล้วบวก 10 บาท ส่วน PayPal บวก 11 บาทหลังคำนวณอัตราร้อยละ หากรับผ่าน PayPal เป็นสกุลอื่น ค่าคงที่จะเปลี่ยนตามสกุลเงินที่ได้รับ จึงนำ 11 บาทไปใช้กับยอดดอลลาร์หรือยูโรตรงๆ ไม่ได้

ตัวเลขต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติที่กำหนดยอดขายและยอดรับเป็นเงินบาท โดยใช้ราคามาตรฐานสำหรับการรับชำระเชิงพาณิชย์ เงินสุทธิหมายถึงยอดที่ลูกค้าจ่ายหักค่ารับชำระของรายการนั้น ยังไม่ใช่ยอดที่เข้าบัญชีธนาคารหลังค่าใช้จ่ายทุกประเภท ตัวอย่างไม่ได้รวมภาษี ค่าถอนเงิน บริการเสริม หรือราคาที่ร้านตกลงเป็นรายบัญชี

ขอบเขตนี้ทำให้เห็นผลของอัตราได้ตรงกว่า การนำค่าบัตรของ Stripe ไปเทียบกับค่ารับผ่าน PayPal เป็นการเทียบต้นทุนของช่องทางที่ลูกค้าเลือกใช้จริง ไม่ใช่คำรับรองว่าทั้งสองบริการรองรับวิธีจ่ายเหมือนกันทั้งหมด หากร้านเปลี่ยนไปใช้วิธีชำระอื่น สูตรค่าบัตรในตัวอย่างย่อมไม่ใช่สูตรของรายการใหม่นั้น

ยอดขาย 500, 2,000 และ 10,000 บาท เหลือเท่าไร

ในกรณีในประเทศ ตัวอย่างจับคู่บัตรในประเทศของ Stripe กับผู้ส่งในไทยของ PayPal โดยไม่มีการแปลงสกุลเงิน ผลที่คำนวณได้คือเงินหลังหักค่ารับชำระ ไม่ใช่กำไรจากสินค้า เพราะยังไม่ได้หักต้นทุนสินค้า ค่าจัดส่ง หรือค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น

  • ยอด 500 บาท: Stripe หัก 28.25 บาท เหลือ 471.75 บาท; PayPal หัก 30.50 บาท เหลือ 469.50 บาท
  • ยอด 2,000 บาท: Stripe หัก 83 บาท เหลือ 1,917 บาท; PayPal หัก 89 บาท เหลือ 1,911 บาท
  • ยอด 10,000 บาท: Stripe หัก 375 บาท เหลือ 9,625 บาท; PayPal หัก 401 บาท เหลือ 9,599 บาท

ในสามยอดนี้ Stripe ทำให้เงินหลังค่ารับชำระสูงกว่า 2.25, 6 และ 26 บาทตามลำดับ ส่วนต่างเพิ่มตามยอดขายเพราะอัตราร้อยละต่างกัน ขณะที่ค่าคงที่ต่างกันเพียง 1 บาทต่อรายการ สำหรับยอด 500 บาท ค่าคงที่กินสัดส่วนของยอดขายมากกว่ายอด 10,000 บาท จึงควรคิดเป็นบาทจริงควบคู่กับอัตราร้อยละ

เมื่อเปลี่ยนเงื่อนไขเป็นบัตรต่างประเทศของ Stripe และผู้ส่งนอกไทยของ PayPal แต่ร้านยังรับยอดที่ตั้งไว้เป็นเงินบาทโดยไม่มีการแปลงสกุลเงิน ผลคำนวณเปลี่ยนดังนี้ ตัวอย่างนี้ไม่ได้สมมติว่าที่อยู่ของลูกค้าเพียงอย่างเดียวกำหนดค่าธรรมเนียมของทั้งสองบริการ

  • ยอด 500 บาท: Stripe หัก 33.75 บาท เหลือ 466.25 บาท; PayPal หัก 33 บาท เหลือ 467 บาท
  • ยอด 2,000 บาท: Stripe หัก 105 บาท เหลือ 1,895 บาท; PayPal หัก 99 บาท เหลือ 1,901 บาท
  • ยอด 10,000 บาท: Stripe หัก 485 บาท เหลือ 9,515 บาท; PayPal หัก 451 บาท เหลือ 9,549 บาท

ภายใต้เงื่อนไขข้ามประเทศชุดนี้ PayPal เหลือเงินมากกว่า 0.75, 6 และ 34 บาทตามลำดับ ผลต่างของรายการ 500 บาทมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมรวม ส่วนยอด 10,000 บาททำให้ผลต่างจากอัตราร้อยละเห็นชัดขึ้น ตัวเลขทั้งหมดจะเปลี่ยนทันทีหากมีการแปลงสกุลเงินหรือร้านใช้อัตราตามสัญญาแทนราคามาตรฐาน

วิธีอ่านตัวเลขที่สำคัญคือแยกสามยอดออกจากกัน ได้แก่ ยอดที่ลูกค้าจ่าย ค่ารับชำระที่ผู้ให้บริการเก็บ และยอดคงเหลือหลังรายการสำเร็จ หากร้านตั้งราคาสินค้าโดยดูแต่ร้อยละและลืมค่าคงที่ ต้นทุนต่อคำสั่งซื้อขนาดเล็กจะต่ำกว่าความเป็นจริง แม้ยอดขายรวมของวันจะดูสูงก็ตาม

การแปลงสกุลเงินเพิ่มต้นทุนเมื่อใด

บัตรหรือผู้ส่งจากต่างประเทศไม่ได้ทำให้เกิดการแปลงสกุลเงินในทุกธุรกรรม ต้องแยกที่มาของการชำระเงินออกจากสกุลที่เรียกเก็บและสกุลที่ร้านได้รับ ในตัวอย่างข้ามประเทศข้างต้นจึงยังไม่บวกค่าแปลงเงิน และยังใช้เงินบาทเป็นหน่วยของทั้งยอดขายกับค่าคงที่

หากธุรกรรมบัตรต่างประเทศผ่าน Stripe ต้องแปลงสกุลเงินด้วย อัตราเพิ่ม 2% จะทำให้สูตรตัวอย่างกลายเป็น 4.75% บวก 2% บวก 10 บาทสำหรับยอดที่ใช้คำนวณในที่นี้ เมื่อสมมติให้ส่วนเพิ่มคิดจากยอดขายเงินบาทเดียวกัน เงินหลังค่ารับชำระเปลี่ยนไปดังนี้

  • ยอด 500 บาท: ค่ารวม 43.75 บาท เหลือ 456.25 บาท
  • ยอด 2,000 บาท: ค่ารวม 145 บาท เหลือ 1,855 บาท
  • ยอด 10,000 บาท: ค่ารวม 685 บาท เหลือ 9,315 บาท

เมื่อเทียบกับรายการบัตรต่างประเทศที่ไม่ต้องแปลงเงิน ร้านเหลือน้อยลง 10, 40 และ 200 บาทตามลำดับ นี่คือผลทางคณิตศาสตร์ของส่วนเพิ่ม 2% จากยอดตัวอย่าง ไม่ใช่ค่าคงที่อีกก้อนหนึ่ง การบวกส่วนเพิ่มนี้ให้บัตรต่างประเทศทุกใบจะทำให้ประเมินต้นทุนสูงเกินกรณีที่ไม่มีการแปลงเงินจริง

ฝั่ง PayPal ค่าแปลงเงินรวมอยู่ในอัตราแลกเปลี่ยนธุรกรรม ตารางค่าธรรมเนียม PayPal ฉบับ PDF แสดงส่วนเพิ่มเหนืออัตราฐาน 4% สำหรับการแปลงบางกรณีขณะส่งชำระหรือรับเงินคืนภายหลังหนึ่งวันจากการจ่ายเดิม และ 3% สำหรับการแปลงกรณีอื่น ตัวเลขนี้เป็นส่วนประกอบของอัตราแลกเปลี่ยน จึงไม่ควรนำไปลบจากยอดสุทธิ 467, 1,901 หรือ 9,549 บาทราวกับเป็นค่ารับชำระที่หักเพิ่มเสมอ

ในการขายจริง ผู้ซื้ออาจเป็นฝ่ายเห็นอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อจ่ายเงิน หรือผู้ขายอาจต้องแปลงยอดคงเหลือก่อนนำเงินออกจากบัญชี ผลต่อผู้ขายจึงขึ้นกับสกุลที่ตั้งราคา สกุลที่รับเข้าบัญชี และจุดที่เกิดการแปลง หากร้านยังถือยอดในสกุลเดิม เงินสุทธิที่แสดงเป็นเงินบาทในตัวอย่างข้างต้นก็ไม่ใช่มูลค่าที่แปลงกลับมาแล้ว

ข้อตกลงผู้ใช้ PayPal (Thailand) Limited อธิบายว่าอัตราแลกเปลี่ยนธุรกรรมเปลี่ยนเป็นระยะและรวมค่าแปลงเงินไว้ในอัตรานั้น อีกทั้งการคืนเงินจะย้อนรายการในสกุลเดิม หากยอดคงเหลือสกุลนั้นไม่พอ บริการอาจแปลงเงินจากยอดสกุลอื่นมาชดเชย ร้านที่แปลงเงินรับเข้าบาทไปแล้วจึงอาจมีต้นทุนแลกเปลี่ยนอีกครั้งตอนคืนเงิน

คืนเงินเต็มจำนวนหรือบางส่วน ร้านเสียเท่าไร

การคืนเต็มจำนวนส่งยอดขายกลับให้ผู้ซื้อ แต่ไม่ได้ทำให้ค่ารับชำระของรายการแรกกลับมาด้วย สมมติรายการในประเทศ 2,000 บาทถูกคืนเต็มจำนวน ร้านที่รับผ่านบัตร Stripe มีต้นทุนค่ารับชำระเดิม 83 บาท ส่วนร้านที่รับผ่าน PayPal มีต้นทุนเดิม 89 บาท ทั้งสองจำนวนเกิดจากการรับเงินครั้งแรก ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมใหม่ของคำสั่งคืนเงิน

ในทางกระแสเงินสด ร้านอาจเห็นยอดสุทธิจากรายการแรกเป็น 1,917 หรือ 1,911 บาท แต่ต้องคืนให้ลูกค้าเต็ม 2,000 บาท หากยอดที่รับไว้ยังอยู่ในบัญชีบริการ ยอดส่วนต่างที่ขาดคือค่าธรรมเนียมเดิม หากมีการโอนเงินออกไปก่อนแล้ว ร้านก็ยังต้องจัดหาเงินเพื่อชำระยอดคืนเต็มจำนวน ความต่างด้านเวลาจึงมีผลต่อเงินสดที่ต้องเตรียม แม้ต้นทุนค่ารับชำระสุดท้ายจะเท่าเดิม

การคืนบางส่วนทำให้เงินที่ร้านเก็บจากยอดขายลดลง แต่ค่ารับชำระเดิมไม่ลดตามสัดส่วน สมมติคืน 500 บาทจากรายการในประเทศ 2,000 บาท และไม่มีต้นทุนอื่น เงินสุทธิที่คงอยู่ของ Stripe จะเป็น 1,417 บาทจากเดิม 1,917 บาท ส่วน PayPal จะเป็น 1,411 บาทจากเดิม 1,911 บาท ร้านยังรับผิดชอบค่ารับชำระ 83 หรือ 89 บาทของรายการแรกเต็มจำนวน

ผลนี้สำคัญกับคำสั่งซื้อที่ยกเลิกสินค้าเพียงชิ้นเดียวหรือปรับยอดหลังรับเงินแล้ว หากร้านรับเงินก้อนเดียวก่อนคืนบางส่วน ต้นทุนการประมวลผลยังผูกกับยอดที่เรียกเก็บครั้งแรก ไม่ใช่ยอดขายที่เหลือหลังปรับรายการ การคิดค่าธรรมเนียมจากยอดสุดท้ายอย่างเดียวจึงทำให้กำไรของคำสั่งซื้อที่มีการคืนบางส่วนดูสูงเกินจริง

สำหรับรายการข้ามประเทศที่ไม่มีการแปลงเงิน หากคืนเต็มจำนวนจากยอดสมมติ 2,000 บาท ต้นทุนค่ารับชำระเดิมจะเป็น 105 บาทในกรณีบัตรต่างประเทศของ Stripe และ 99 บาทในกรณีผู้ส่งนอกไทยของ PayPal หากรายการบัตรต่างประเทศเดียวกันต้องแปลงสกุลเงินตามตัวอย่างก่อนหน้า ต้นทุนเดิมของ Stripe จะเพิ่มเป็น 145 บาท ตัวเลขนี้รวมส่วนเพิ่มจากการแปลงในธุรกรรมแรก ซึ่งไม่กลับมาเมื่อคืนยอดขาย

การคืนเงินของร้านกับการโต้แย้งการชำระเงินโดยผู้ซื้อเป็นคนละเหตุการณ์ ตัวเลขในตัวอย่างทั้งหมดเป็นการคืนเงินที่ร้านดำเนินการตามเงื่อนไขราคามาตรฐาน ไม่ได้รวมค่าธรรมเนียมข้อพิพาทหรือผลของการปฏิเสธชำระเงิน ร้านที่ใช้ยอดคืนเงินในอดีตเพื่อประเมินต้นทุนจึงควรแยกรายการสองประเภทนี้ออกจากกัน

สำหรับบัญชี Stripe ที่ตกลงราคาเฉพาะ นโยบายราคาของ Stripe อธิบายว่าข้อตกลงราคาสามารถแทนราคาในหน้ามาตรฐาน และการคืนเงินบัตรอาจมีค่าคงที่ตามข้อตกลงนั้น ดังนั้นต้นทุนคืนเงินตามตัวอย่างใช้ได้กับเงื่อนไขมาตรฐานที่กำหนดไว้ ไม่ใช่ข้อสรุปสำหรับทุกบัญชี

เหตุใดยอดสุทธิในบัญชีจึงอาจต่างจากตัวอย่าง

ตัวเลขเปรียบเทียบตั้งใจหยุดที่ค่ารับชำระ เพราะต้นทุนหลังจากนั้นขึ้นกับวิธีใช้บัญชีของแต่ละร้าน หากรับเงินเป็นสกุลอื่น ค่าคงที่ของ PayPal จะเป็นจำนวนในสกุลที่ได้รับ; หากแปลงเงิน อัตราแลกเปลี่ยนจะเข้ามาเปลี่ยนมูลค่าเงินบาท; หากใช้ราคาที่ตกลงเฉพาะ สูตรมาตรฐานของทั้งสองบริการอาจไม่ตรงกับรายการจริง

ขนาดคำสั่งซื้อก็เปลี่ยนน้ำหนักของค่าธรรมเนียม แม้อัตราร้อยละจะคงเดิม ค่าคงที่ทำให้คำสั่งซื้อเล็กเหลือเงินน้อยลงในสัดส่วนที่สูงกว่า ส่วนคำสั่งซื้อใหญ่ทำให้ส่วนต่างของอัตราร้อยละระหว่างผู้ให้บริการสะสมเป็นเงินบาทมากขึ้น ร้านที่มียอดขายหลายขนาดจึงอาจได้คำตอบต่างกันระหว่างสินค้าราคาต่ำกับสินค้าราคาสูง แม้ใช้ช่องทางรับเงินเดียวกัน

สำหรับการรับจากต่างประเทศ คำตอบยังขึ้นกับว่าเงินข้ามพรมแดนในขั้นใด ลูกค้าอาจใช้บัตรต่างประเทศแต่จ่ายตามยอดเงินบาท หรือร้านอาจรับเงินต่างสกุลและค่อยแปลงภายหลัง สองกรณีนี้มีต้นทุนและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่เหมือนกัน การเห็นคำว่า “ต่างประเทศ” บนรายการจึงยังไม่พอจะสรุปยอดเงินบาทที่ร้านใช้ได้จริง

เมื่อประเมินเงินที่เหลือจากการขายหนึ่งรายการ ให้เริ่มจากยอดเรียกเก็บ หักอัตราร้อยละและค่าคงที่ตามประเภทการชำระเงินจริง แล้วบันทึกการแปลงเงินแยกจากค่ารับชำระ หากรายการถูกคืน ให้ย้อนยอดที่คืนออกจากเงินที่ร้านเก็บไว้โดยคงค่ารับชำระเดิมเป็นต้นทุน วิธีแยกยอดเช่นนี้ทำให้เห็นทั้งเงินที่เหลือหลังขายและเงินที่ต้องใช้เมื่อคืนลูกค้า โดยไม่เอาสองสถานการณ์มาปนเป็นตัวเลขเดียว

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0