
Wix หรือ Squarespace: เว็บถูกกว่าอาจเริ่มขายของไม่ได้

ถ้าต้องการให้ลูกค้าสั่งซื้อและจ่ายเงินบนเว็บไซต์ Wix Core คือจุดเริ่มต้นที่ต้องนำมาเทียบ เพราะ ตารางแผน Wix ระบุการรับชำระเงินใน Core แต่ไม่ระบุใน Light ซึ่งเหมาะกับเว็บข้อมูลมากกว่า Light ให้พื้นที่ 2 GB และผู้ร่วมงาน 2 คน ส่วน Core ให้พื้นที่ 50 GB และผู้ร่วมงาน 5 คน การเลือกราคาของ Light มาเป็นต้นทุนร้านค้าจึงทำให้งบต่ำกว่าบริการที่ต้องใช้จริง
ฝั่ง Squarespace เริ่มขายสินค้าได้ตั้งแต่ Basic ตาม ตารางแผน Squarespace แต่แผนนี้คิดค่าธรรมเนียมธุรกรรมร้านค้า 2% และให้ผู้ร่วมงาน 2 คน ขณะที่ Core ลดค่าธรรมเนียมร้านค้าส่วนนี้เป็น 0% และให้ผู้ร่วมงานไม่จำกัด ดังนั้นร้านเล็กควรเริ่มเทียบ Wix Core กับ Squarespace Basic แล้วค่อยดูว่าค่าธรรมเนียม ยอดขาย และคนดูแลเว็บทำให้แผนที่สูงกว่าคุ้มขึ้นหรือไม่ ทั้งสองแพลตฟอร์มยังต้องเชื่อมช่องทางรับเงินที่ธุรกิจไทยสมัครและใช้งานได้จริง
ต้นทุนเว็บไซต์เริ่มที่งานที่เว็บต้องทำ
เว็บแนะนำธุรกิจ ร้านค้า และเว็บสมาชิกมีต้นทุนคนละฐาน แม้ใช้เทมเพลตจากแพลตฟอร์มเดียวกัน เว็บแนะนำกิจการอาจต้องการเพียงหน้าเกี่ยวกับบริการ ผลงาน และช่องทางติดต่อ แต่ร้านค้าต้องมีตะกร้า ขั้นตอนชำระเงิน และการจัดการคำสั่งซื้อ หากเลือกจากราคาเริ่มต้นก่อนนิยามงานเหล่านี้ เจ้าของกิจการอาจพบภายหลังว่าแผนที่จ่ายอยู่เปิดเว็บได้แต่ปิดการขายบนเว็บไม่ได้
ค่าแพ็กเกจเป็นเพียงรายการประจำรายการหนึ่ง สำหรับร้านค้า ให้แยกค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มออกจากค่าประมวลผลที่ผู้ให้บริการชำระเงินเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มอาจขึ้นกับประเภทสินค้าที่ขาย ส่วนค่าประมวลผลอาจเปลี่ยนตามประเทศ วิธีจ่าย และสกุลเงิน จึงไม่ควรนำตัวเลขรับบัตรที่แสดงสำหรับตลาดอื่นมาคิดเป็นต้นทุนของร้านในไทย
รอบบิลก็เปลี่ยนผลเปรียบเทียบ ราคาที่แสดงเป็นรายเดือนอาจเป็นราคาเฉลี่ยของการจ่ายล่วงหน้ารายปี ขณะที่การจ่ายเดือนต่อเดือนและยอดเมื่อถึงเวลาต่ออายุอาจต่างออกไป หากต้องใช้โดเมน อีเมลธุรกิจ หรือส่วนเสริม ให้ดูว่าอะไรอยู่ในแพ็กเกจ อะไรเป็นสิทธิช่วงแรก และอะไรต้องจ่ายแยก การเทียบยอดที่ถูกเรียกเก็บในรอบบิลเดียวกันจึงตอบคำถามเรื่องความคุ้มได้ดีกว่าการมองตัวเลขใหญ่ที่สุดบนหน้าราคา
เว็บแนะนำธุรกิจ: อย่าจ่ายค่าร้านค้าก่อนต้องรับเงิน
กิจการบริการที่ใช้เว็บแสดงรายละเอียดงาน เวลาทำการ ผลงาน และช่องทางให้ลูกค้าติดต่อ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากแผนที่เปิดรับชำระเงิน ถ้าตกลงราคาและรับเงินผ่านช่องทางอื่นอยู่แล้ว Wix Light เป็นฐานเปรียบเทียบที่เหมาะสมกว่า Core ส่วน Squarespace Basic มีความสามารถขายของติดมาด้วย แม้เจ้าของเว็บจะยังไม่ได้ใช้ ความต่างนี้ทำให้คำว่าแผนเริ่มต้นของสองบริการมีความหมายทางธุรกิจไม่เหมือนกัน
สำหรับเว็บลักษณะนี้ พื้นที่เก็บข้อมูลควรสัมพันธ์กับเนื้อหาที่จะเผยแพร่ ร้านที่มีภาพผลงานจำนวนมากย่อมใช้พื้นที่ต่างจากกิจการที่มีเพียงหน้าแนะนำบริการและภาพประกอบไม่กี่ภาพ การดูเฉพาะจำนวนหน้าเว็บจึงไม่พอ ต้องนึกถึงไฟล์ที่อัปโหลดจริงและวิธีนำเสนอวิดีโอด้วย หากเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นข้อความ การขยับแผนเพราะคาดว่าเว็บไซต์อาจโตในอนาคตอาจทำให้จ่ายค่าสิทธิที่ยังไม่ได้ใช้
เวลาแก้เว็บเป็นต้นทุนอีกแบบ Wix เปิดให้จัดองค์ประกอบหน้าได้อิสระมาก เหมาะกับกิจการที่ต้องการหน้าผลงานหรือหน้าบริการที่จัดวางเฉพาะตัว Squarespace ใช้โครงสร้างการจัดหน้าที่เป็นระเบียบกว่า จึงอาจเหมาะกับทีมที่แก้ข้อความและภาพเป็นประจำโดยต้องการให้หลายหน้ายังคงรูปแบบสอดคล้องกัน นี่เป็นเกณฑ์เรื่องวิธีทำงาน ไม่ใช่หลักฐานว่าแพลตฟอร์มใดจะทำให้ยอดขายสูงกว่า
เมื่อเว็บข้อมูลเริ่มมีปุ่มนัดหมายหรือแบบฟอร์มติดต่อ ควรแยกให้ชัดว่าลูกค้าเพียงส่งคำขอ หรือชำระค่าบริการในขั้นตอนนั้น การมีปุ่มติดต่อไม่ได้ทำให้เว็บกลายเป็นร้านค้า แต่การเก็บเงินเพื่อยืนยันนัดหมายเปลี่ยนความต้องการของแพ็กเกจทันที ความแตกต่างเล็กน้อยในขั้นตอนของลูกค้านี้เป็นเหตุผลที่เว็บบริการสองแห่งอาจต้องใช้แผนคนละระดับ แม้หน้าตาเว็บคล้ายกัน
ร้านสินค้าน้อยรายการ: เทียบแผนขายได้กับค่าธรรมเนียมจริง
สมมติว่าร้านมีสินค้าไม่กี่รายการ เจ้าของถ่ายภาพและดูแลคำสั่งซื้อเอง หากต้องการให้ลูกค้ากดซื้อและจ่ายเงินบนเว็บ Wix Light ไม่ใช่ตัวเลือกที่ทำงานครบ ต้องใช้ Wix Core หรือแผนสูงกว่า ส่วน Squarespace Basic รองรับการขายสินค้าได้ตั้งแต่แผนเริ่มต้น การเปรียบเทียบที่ตรงงานจึงเริ่มจากคู่นี้ ไม่ใช่จากราคาแพ็กเกจที่ถูกที่สุดของแต่ละบริษัท
จำนวนรายการสินค้าไม่ได้บอกขนาดค่าธรรมเนียม ร้านที่มีสินค้าเพียงไม่กี่ชิ้นแต่ออกคำสั่งซื้อมูลค่าสูงอาจจ่ายค่าธรรมเนียมตามยอดขายมากกว่าร้านที่มีรายการสินค้าเยอะแต่ขายได้น้อย สมมติยอดขายผ่านร้านอยู่ที่ 50,000 บาท ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 2% จะเป็น 1,000 บาทก่อนรวมค่าประมวลผลการชำระเงิน ตัวอย่างนี้ใช้เพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ประมาณการยอดขายของร้านใด
การขยับจาก Squarespace Basic ไป Core จึงพิจารณาจากผลต่างค่าแพ็กเกจเทียบกับค่าธรรมเนียมร้านค้าที่ประหยัดได้ หากยอดขายยังต่ำและคนทำเว็บมีน้อย Basic อาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล แม้มีค่าธรรมเนียมตามยอดขาย แต่เมื่อยอดขายเพิ่ม ค่าธรรมเนียมที่จ่ายซ้ำทุกคำสั่งซื้ออาจมากกว่าค่าสมัครส่วนต่าง การคำนวณนี้ต้องใช้ราคาที่บัญชีของธุรกิจได้รับจริง เพราะราคาแสดงบนเว็บอาจเปลี่ยนตามประเทศและรอบบิล
งานหลังลูกค้ากดจ่ายเงินก็มีน้ำหนัก เจ้าของร้านต้องแก้ราคา ดูสถานะสินค้า จัดการคำสั่งซื้อ และตอบคำถามก่อนหรือหลังการขาย ถ้าเจ้าของคนเดียวทำทั้งหมด ความเร็วในการแก้หน้าและจัดการรายการอาจสำคัญกว่าจำนวนผู้ร่วมงาน แต่ถ้ามีคนแยกดูสินค้า เนื้อหา และการตลาด สิทธิการเข้าถึงเว็บจะเริ่มมีผลต่อแผนที่ต้องจ่าย
ร้านที่ขายผ่านแชตและใช้เว็บเพียงแสดงสินค้าอยู่ในกรณีต่างออกไป ลูกค้าอาจส่งข้อความเพื่อถามราคาแล้วจ่ายผ่านช่องทางที่ร้านจัดการเอง ในกรณีนั้นเว็บยังไม่ได้ทำหน้าที่รับเงินที่ขั้นตอนชำระเงินบนเว็บไซต์ แต่เจ้าของต้องรับภาระยืนยันยอด ติดตามการจ่าย และปรับสถานะออร์เดอร์เอง หากตั้งใจลดงานมือด้วยการให้ลูกค้าจ่ายได้ทันที ก็ควรนำต้นทุนแผนร้านค้าเข้ามาเทียบตั้งแต่แรก
ร้านที่มีสมาชิก: รายได้สองประเภทใช้ค่าธรรมเนียมต่างกัน
ร้านที่ขายสินค้าทั่วไปพร้อมเก็บค่าสมาชิกเพื่อเปิดคอร์ส วิดีโอ หรือเนื้อหาพิเศษ ไม่ควรใช้ค่าธรรมเนียมหน้าร้านตัวเดียวแทนรายได้ทั้งหมด คำอธิบายค่าธรรมเนียม Squarespace แยกการขายสินค้าและบริการออกจาก Digital Products และเว็บไซต์สมาชิก โดยแผนใหม่คิดค่าธรรมเนียมรายได้เนื้อหาดิจิทัลและสมาชิก 7% ใน Basic, 5% ใน Core, 1% ใน Plus และ 0% ใน Advanced ค่าประมวลผลของผู้รับชำระเงินยังเป็นอีกส่วนหนึ่ง และแผน Plus อาจไม่ปรากฏให้ซื้อในบางประเทศ
ผลคือการเห็นค่าธรรมเนียมร้านค้าทั่วไปของ Core เป็นศูนย์ยังไม่พอสำหรับตัดสินใจเรื่องสมาชิก สมมติร้านมีรายได้จากสินค้าจับต้องได้และรายได้จากค่าสมาชิกในเดือนเดียวกัน ต้องแยกยอดสองก้อนก่อนคำนวณ ส่วนต่างค่าธรรมเนียมของแผนสูงขึ้นอาจมีน้ำหนักมากสำหรับกิจการที่รายได้หลักมาจากเนื้อหา แต่มีน้ำหนักน้อยสำหรับร้านที่สมาชิกเป็นบริการเสริมและขายสินค้าทั่วไปเป็นหลัก
ฝั่ง Wix ระบุเครื่องมือสำหรับขายหรือเปิดให้สมัครรับเนื้อหาในระดับผลิตภัณฑ์ แต่จุดเริ่มสำหรับการรับเงินยังเป็นแผนที่รองรับการชำระเงิน เจ้าของกิจการควรระบุรูปแบบสมาชิกให้ชัดว่าขายสิทธิครั้งเดียว เก็บเป็นรายงวด หรือให้สิทธิต่างกันตามระดับ เพราะแต่ละแบบเปลี่ยนงานดูแลเมื่อการชำระเงินล้มเหลว ลูกค้าต่ออายุ หรือขอยกเลิก แม้หน้าแสดงเนื้อหาจะดูเหมือนกัน
สมาชิกที่ซื้อสิทธิเข้าถึงเนื้อหาเป็นคนละกลุ่มกับผู้ร่วมงานที่แก้เว็บไซต์ ลูกค้าหลายรายไม่ได้กินโควตาผู้ร่วมงานของแผนเว็บ ในทางกลับกัน การมีสมาชิกน้อยก็ไม่ได้หมายความว่าทีมดูแลเว็บใช้สิทธิน้อย หากมีผู้เขียน ผู้จัดการคอร์ส และคนดูแลลูกค้าเข้าระบบหลังบ้านพร้อมกัน ต้องดูจำนวนบัญชีที่แก้ไซต์ได้แยกจากจำนวนลูกค้าที่จ่ายค่าสมาชิก
ทีมและพื้นที่: ต้นทุนโตได้แม้ยอดขายยังไม่โต
การขยับแผนอาจเกิดจากวิธีทำงานของทีมก่อนยอดขาย Wix แยกโควตาผู้ร่วมงานและพื้นที่ตามระดับแพ็กเกจ ส่วน Squarespace จำกัดผู้ร่วมงานใน Basic และเปิดกว้างขึ้นใน Core หากกิจการให้เจ้าของแก้หน้าเว็บคนเดียว ข้อจำกัดนี้อาจไม่สำคัญ แต่เมื่อคนทำสินค้า คนเขียนเนื้อหา และผู้ดูแลการตลาดต้องเข้าไปแก้ไซต์เอง สิทธิผู้ร่วมงานกลายเป็นเงื่อนไขซื้อแพ็กเกจ
สิทธิแยกบัญชีช่วยให้มอบงานตามหน้าที่โดยไม่ต้องใช้ข้อมูลเข้าสู่ระบบชุดเดียวกันทั้งทีม แต่การมีที่นั่งเพิ่มไม่ได้แทนการกำหนดว่าใครมีสิทธิแก้ราคา เผยแพร่หน้า หรือดูคำสั่งซื้อ เจ้าของร้านจึงควรมองทั้งจำนวนคนและระดับสิทธิที่งานแต่ละตำแหน่งต้องใช้ การอัปเกรดเพราะทีมมีผลต่อค่าใช้จ่ายประจำ แม้ยอดขายในเดือนนั้นไม่เปลี่ยน
พื้นที่เก็บข้อมูลของสองบริการก็ไม่ควรนำตัวเลขมาเทียบตรง ๆ Wix แสดงความจุเป็น GB ตามแพ็กเกจ ขณะที่ Squarespace ระบุว่าไม่มีเพดานการใช้พื้นที่เก็บข้อมูลและแยกโควตาโฮสต์วิดีโอออกตามระดับแผน ร้านที่ใช้ภาพสินค้าจำนวนมากจึงควรดูไฟล์ภาพที่ต้องเผยแพร่ ส่วนผู้ขายคอร์สวิดีโอต้องดูเงื่อนไขวิดีโอเป็นการเฉพาะ คำว่าไม่มีเพดานพื้นที่ทั่วไปไม่ได้หมายถึงสิทธิใช้วิดีโอทุกแบบอย่างไม่มีขอบเขต
ภาระดูแลยังต่างตามรูปแบบเว็บไซต์ เว็บบริการที่มีเนื้อหาค่อนข้างคงที่อาจแก้เพียงเวลาทำการหรือผลงานใหม่เป็นครั้งคราว ร้านค้าต้องดูราคา สินค้าคงเหลือ คำสั่งซื้อ และข้อความจากลูกค้า ส่วนเว็บสมาชิกมีเรื่องสิทธิการเข้าถึงและการต่ออายุเพิ่มขึ้น ความคุ้มของแพลตฟอร์มจึงรวมเวลาที่ทีมใช้แก้ข้อมูลและแก้ปัญหาหลังเปิดเว็บ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่หรือราคาแพ็กเกจ
ธุรกิจไทยต้องเลือกช่องทางรับเงินก่อนลงแรงกับร้าน
คำว่า “รับชำระเงิน” ในตารางแพ็กเกจบอกความสามารถของเว็บไซต์ แต่ไม่ได้รับรองว่าผู้ประมวลผลทุกรายจะเปิดบัญชีให้ทุกธุรกิจ รายชื่อผู้ให้บริการในไทยของ Wix แสดง PayPal, Rapyd, Atome, Paymentwall และ Stripe การมีชื่ออยู่ในรายการเป็นจุดเริ่มตรวจสอบเท่านั้น ธุรกิจยังต้องดูประเภทกิจการที่รับสมัคร วิธีจ่ายที่ลูกค้าใช้ได้ เงื่อนไขการจ่ายเงินเข้าบัญชี และค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการที่เลือก
Squarespace ระบุการเชื่อม Stripe และ PayPal สำหรับร้านค้า ขณะที่ รายชื่อประเทศที่ Stripe รองรับ มีประเทศไทยอยู่ด้วย จึงมีเส้นทางที่ธุรกิจไทยควรตรวจต่อในบัญชีของตนเอง แต่การที่ Stripe เปิดบริการในประเทศไม่ได้รับประกันว่ากิจการทุกรูปแบบจะผ่านเงื่อนไขสมัคร หรือวิธีจ่ายทุกแบบจะใช้กับร้าน Squarespace ได้เหมือนกัน เจ้าของร้านควรตรวจการเชื่อมต่อจริงก่อนใช้เวลาแต่งหน้าร้านจำนวนมาก
การรับบัตร การใช้กระเป๋าเงินออนไลน์ และการจ่ายแบบอื่นให้ผลต่อประสบการณ์ลูกค้าไม่เหมือนกัน หากลูกค้าหลักของร้านต้องการช่องทางที่ระบบซึ่งเลือกเชื่อมไม่ได้ ส่วนลดค่าสมัครเว็บไซต์จะไม่แก้ปัญหาที่หน้าชำระเงิน สำหรับร้านในไทยจึงควรดูสกุลเงินที่ตั้งราคาได้ เงินที่จะเข้าบัญชี และค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินควบคู่กัน โดยใช้เงื่อนไขของผู้ประมวลผลที่จะเปิดบัญชีจริง
การตัดสินใจสำหรับสามกรณีจึงต่างกัน เว็บแนะนำธุรกิจที่ยังรับงานผ่านโทรศัพท์หรือแชตเริ่มจากพื้นที่ วิธีแก้หน้า และสิทธิทีม ร้านสินค้าน้อยรายการเริ่มจากแผนที่รับเงินได้แล้วเทียบค่าสมัครกับค่าธรรมเนียมตามยอดขาย ร้านที่มีสมาชิกต้องแยกรายได้สินค้าออกจากรายได้เนื้อหา และดูการเก็บเงินต่ออายุด้วย ก่อนเลือกเทมเพลตหรือย้ายโดเมน ร้านที่ตั้งใจรับเงินบนเว็บควรรู้ก่อนว่าผู้ให้บริการชำระเงินรายใดจะรับธุรกิจของตนและลูกค้าจะจ่ายด้วยวิธีใด
บทความที่เกี่ยวข้อง


Thinkific หรือ Teachable: รายเดือนถูกกว่าอาจแพ้ค่าธรรมเนียม 7.5%

Gumroad หรือ Payhip: สินค้า 10 ดอลลาร์เหลือเงินต่างกัน 71 เซนต์

Shopify หรือ WooCommerce: ร้านไทยอาจเสียเพิ่ม 2% ทุกออเดอร์

Patreon หรือ Fourthwall: ส่วนต่าง 5% แลกกับบ้านของแบรนด์เอง

Stripe หรือ PayPal ในไทย: เงินคืนอาจไม่คืนค่าธรรมเนียมเดิม
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ