
Gumroad หรือ Payhip: สินค้า 10 ดอลลาร์เหลือเงินต่างกัน 71 เซนต์

สำหรับสินค้าดิจิทัลที่ผู้ขายหาลูกค้าเอง Payhip แผนฟรีเหลือเงินต่อรายการมากกว่า Gumroad ในการคำนวณด้วยค่าประมวลผลเดียวกัน ส่วนตัวเลขที่ต่างกัน 71 เซนต์มาจากตัวอย่างเปรียบเทียบของ Getly ซึ่งให้ยอดสุทธิของสินค้าราคา 10 ดอลลาร์เป็น 8.49 ดอลลาร์บน Gumroad และ 9.20 ดอลลาร์บน Payhip ตัวอย่างนั้นไม่ได้ระบุชุดค่าธรรมเนียมที่ทำให้คำนวณซ้ำได้ครบทุกขั้น จึงไม่ควรใช้เป็นยอดเงินที่ผู้ขายไทยจะได้รับจริง
อัตราของ Gumroad สำหรับยอดขายตรงคือ 10% บวก 0.50 ดอลลาร์ต่อรายการ โดยค่าประมวลผลบัตร 2.9% บวก 0.30 ดอลลาร์แยกต่างหาก ขณะที่แผนฟรีของ Payhip คิดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 5% และยังมีค่าประมวลผลของผู้ให้บริการชำระเงิน เมื่อนำค่าประมวลผล 2.9% บวก 0.30 ดอลลาร์มาเป็นสมมติฐานร่วม สินค้า 10 ดอลลาร์จะเหลือ 7.91 ดอลลาร์บน Gumroad และ 8.91 ดอลลาร์บน Payhip หรือห่างกัน 1 ดอลลาร์ก่อนภาษีและการแปลงสกุลเงิน
ตัวเลข 71 เซนต์ต่างจากการคำนวณใหม่ตรงไหน
ปัญหาของตัวอย่างเดิมอยู่ที่วิธีคิดค่าธรรมเนียมซึ่งไม่สอดคล้องกันทั้งหมด ยอดหัก 1.51 ดอลลาร์จากราคา 10 ดอลลาร์คิดเป็น 15.1% ของราคา แม้ตัวอย่างจะเรียกว่าอัตราประมาณ 13% ส่วนยอดหัก 0.80 ดอลลาร์ของ Payhip คิดเป็น 8% พอดี การนำเปอร์เซ็นต์โดยประมาณสองตัวนี้ไปคูณกับสินค้าอีกระดับราคาจึงทำให้ค่าธรรมเนียมคงที่ต่อรายการหายไป หรือถูกปะปนอยู่ในเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีคำอธิบาย
ผู้ขายที่ต้องตัดสินใจเรื่องราคาและจำนวนขายควรแยกตัวเลขสองชุดนี้ให้ชัด ชุดแรกเป็นผลลัพธ์ที่บทเปรียบเทียบเผยแพร่และเป็นที่มาของส่วนต่าง 71 เซนต์ ชุดที่สองเป็นแบบจำลองจากอัตราที่แพลตฟอร์มประกาศ โดยบังคับให้ทั้งสองฝั่งใช้ค่าประมวลผลสมมติเท่ากัน ผลต่าง 1 ดอลลาร์จึงอธิบายได้จากส่วนแบ่งแพลตฟอร์มที่ต่างกัน 5% ของราคาสินค้า บวกค่าคงที่ 0.50 ดอลลาร์ของ Gumroad ไม่ใช่ผลทดสอบการจ่ายเงินจริงของบัญชีไทย
การเทียบแบบนี้ช่วยตอบว่าโครงสร้างค่าธรรมเนียมทำให้เงินเหลือต่างกันเท่าไร แต่ไม่ได้ทำนายยอดขาย จำนวนลูกค้าที่แพลตฟอร์มหามาให้ หรืออัตราที่ธนาคารใช้แลกเงินในวันรับเงิน หากลูกค้าเลือกวิธีจ่ายอื่นแทนบัตร หรือผู้ประมวลผลคิดอัตราตามประเทศและสกุลเงินต่างออกไป ยอดสุทธิหลังธุรกรรมจะเปลี่ยน แม้ราคาสินค้าและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มจะเท่าเดิม
ค่าธรรมเนียมต่อรายการกินสัดส่วนเท่าไร
ในแบบจำลองนี้ เงินสุทธิของยอดขายตรง Gumroad คำนวณจากราคาขายลบ 10% ลบ 0.50 ดอลลาร์ แล้วลบค่าประมวลผลสมมติ 2.9% บวก 0.30 ดอลลาร์ สำหรับ Payhip แผนฟรี ให้ลบ 5% ของราคาและค่าประมวลผลสมมติชุดเดียวกัน การใช้สมมติฐานร่วมไม่ได้หมายความว่าบัญชีผู้ขายไทยของทั้งสองบริการจะได้รับอัตราค่าประมวลผลเท่ากันจริง จุดประสงค์คือแยกผลของค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มออกจากตัวแปรของผู้ให้บริการชำระเงิน
สินค้าราคาต่ำได้รับผลจากค่าธรรมเนียมคงที่มากเป็นพิเศษ สำหรับราคา 10 ดอลลาร์ Gumroad หักค่าคงที่ของแพลตฟอร์มและค่าประมวลผลสมมติรวมกัน 0.80 ดอลลาร์ก่อนคิดค่าธรรมเนียมที่เป็นเปอร์เซ็นต์ ขณะที่ Payhip ในแบบจำลองมีค่าคงที่จากการประมวลผลเพียง 0.30 ดอลลาร์ หากขายชิ้นเล็กราคาต่ำหลายรายการ ผลของค่าคงที่นี้เกิดซ้ำทุกคำสั่งซื้อ จึงดูยอดเงินสุทธิจากราคาเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อได้ตรงกว่าดูอัตราเปอร์เซ็นต์เพียงอย่างเดียว
เมื่อราคาสูงขึ้น เงินที่ต่างกันต่อรายการเพิ่มตามราคา เพราะส่วนต่างของค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ค่าคงที่ 0.50 ดอลลาร์ของ Gumroad เท่าเดิม ในทางกลับกัน สัดส่วนค่าธรรมเนียมทั้งหมดต่อราคาขายจะลดลงเมื่อกระจายค่าคงที่ไปบนสินค้าที่แพงกว่า ความต่างระหว่างสองแนวคิดนี้สำคัญต่อผู้ขายที่มีทั้งไฟล์ราคาต่ำและชุดสินค้าราคาสูงอยู่ในร้านเดียวกัน
Gumroad ยังมีเงื่อนไขลดค่าธรรมเนียมยอดขายตรงเมื่อยอดขายที่ชำระแล้วในเดือนปฏิทินถึง 20,000 ดอลลาร์ โดยคำสั่งซื้อใหม่หลังถึงเกณฑ์คิด 5% บวก 0.50 ดอลลาร์ และเกณฑ์เริ่มใหม่ในเดือนถัดไป ในแบบจำลองค่าประมวลผลเดียวกัน อัตราที่ลดแล้วจะทำให้ Payhip แผนฟรีเหลือเงินมากกว่าเพียง 0.50 ดอลลาร์ต่อรายการ ไม่ว่าราคาสินค้าเท่าไร เงื่อนไขนี้มีผลกับยอดขายตรงที่เข้าเกณฑ์หลังถึงยอดสะสม ไม่ใช่การปรับย้อนหลังให้ทุกคำสั่งซื้อในเดือนนั้น
สินค้า 10, 50 และ 200 ดอลลาร์เหลือเงินเท่าไร
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติสำหรับการขายหนึ่งรายการ ใช้ราคาสินค้าก่อนภาษี ค่าประมวลผลบัตร 2.9% บวก 0.30 ดอลลาร์เท่ากันในยอดขายตรง และ Payhip แผนฟรี คอลัมน์ Gumroad Discover ใช้อัตรา 30% แบบรวมค่าประมวลผล จึงไม่หักค่าบัตรซ้ำ ส่วนยอดจาก Payhip Marketplace ใช้ค่าธรรมเนียมแผนฟรีเหมือนยอดขายตรงตามเงื่อนไขของ Marketplace ยอดทั้งหมดเป็นดอลลาร์ก่อนการแปลงเป็นบาท
- ราคา 10 ดอลลาร์: Gumroad ขายตรงเหลือ 7.91 ดอลลาร์; Gumroad Discover เหลือ 7.00 ดอลลาร์; Payhip แผนฟรีเหลือ 8.91 ดอลลาร์ ทั้งยอดขายตรงและยอด Marketplace ของ Payhip มีผลลัพธ์เท่ากันในแบบจำลองนี้ ส่วนต่างของยอดขายตรงคือ 1.00 ดอลลาร์ และส่วนต่างเมื่อเทียบ Payhip กับ Gumroad Discover คือ 1.91 ดอลลาร์
- ราคา 50 ดอลลาร์: Gumroad ขายตรงเหลือ 42.75 ดอลลาร์; Gumroad Discover เหลือ 35.00 ดอลลาร์; Payhip แผนฟรีเหลือ 45.75 ดอลลาร์ ส่วนต่างของยอดขายตรงคือ 3.00 ดอลลาร์ หากเทียบรายการที่ Marketplace พาลูกค้ามา ส่วนต่างต่อรายการคือ 10.75 ดอลลาร์
- ราคา 200 ดอลลาร์: Gumroad ขายตรงเหลือ 173.40 ดอลลาร์; Gumroad Discover เหลือ 140.00 ดอลลาร์; Payhip แผนฟรีเหลือ 183.90 ดอลลาร์ ส่วนต่างของยอดขายตรงคือ 10.50 ดอลลาร์ และส่วนต่างระหว่างช่องทาง Marketplace ทั้งสองเป็น 43.90 ดอลลาร์
ที่ราคา 50 ดอลลาร์ ตัวอย่างการหักเงินทำให้เห็นสูตรโดยไม่ต้องเดาอัตรารวม Gumroad หักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 5.00 ดอลลาร์ ค่าคงที่ 0.50 ดอลลาร์ และค่าประมวลผลสมมติ 1.75 ดอลลาร์ จึงเหลือ 42.75 ดอลลาร์ Payhip หักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 2.50 ดอลลาร์ และค่าประมวลผลสมมติ 1.75 ดอลลาร์ จึงเหลือ 45.75 ดอลลาร์ ราคาอื่นใช้วิธีเดียวกัน โดยปัดผลลัพธ์เป็นเซนต์ตามจำนวนเงินในตัวอย่าง
ค่าใช้จ่ายที่ยังไม่อยู่ในตัวเลขเหล่านี้อาจมีผลกับรายรับจริง เช่น ภาษีที่เกี่ยวกับธุรกรรม ค่าธรรมเนียมการจ่ายข้ามประเทศ ค่าธรรมเนียมการแลกสกุลเงิน การคืนเงิน หรือส่วนแบ่งให้ผู้แนะนำสินค้า เงื่อนไขแต่ละอย่างขึ้นกับการตั้งค่าร้าน วิธีจ่าย และประเทศของลูกค้า จึงไม่ควรนำยอดสุทธิในรายการตัวอย่างไปเท่ากับยอดที่เข้าบัญชีธนาคารโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อบัญชีรับเงินอยู่ในประเทศไทยแต่ตั้งราคาสินค้าเป็นดอลลาร์
Marketplace เปลี่ยนทั้งส่วนแบ่งและโอกาสขาย
Gumroad Discover และ Payhip Marketplace เป็นกรณีที่ลูกค้าอาจพบสินค้าผ่านพื้นที่ของแพลตฟอร์ม แต่อัตราหักเงินต่างกันชัดเจน Gumroad ใช้อัตรา 30% รวมค่าประมวลผลกับยอดที่มาจาก Discover ส่วนเงื่อนไข Marketplace ของ Payhip ระบุว่าไม่เก็บค่าธรรมเนียม Marketplace เพิ่มจากค่าธรรมเนียมตามแผน ร้านต้องมียอดขายรวมอย่างน้อย 10 ดอลลาร์จากลูกค้าจริง ผ่านการตรวจบัญชี และส่งสินค้าดิจิทัลให้พิจารณาอนุมัติก่อน จึงไม่ได้หมายความว่าร้านที่เพิ่งเปิดจะเข้าพื้นที่ค้นพบสินค้าได้ทันที
การเปรียบเทียบต่อรายการจึงต้องจับคู่ช่องทางให้ถูก หากครีเอเตอร์ส่งลูกค้าจากช่องทางของตนเองไปซื้อ ให้เทียบยอดขายตรงกับยอดขายตรง หากต้องการประเมินรายการที่แพลตฟอร์มพาลูกค้ามา ให้เทียบ Discover กับ Marketplace โดยใช้เงื่อนไขการเข้าร่วมของแต่ละแห่งประกอบ อัตราที่หักต่ำกว่าไม่รับประกันว่าลูกค้าจะมองเห็นสินค้า หรือว่าจำนวนการขายรวมจะมากกว่าอีกแพลตฟอร์ม
สำหรับผู้ขายที่มีผู้ติดตามอยู่แล้ว เงินสุทธิต่อคำสั่งซื้อจากยอดขายตรงมีน้ำหนักมาก เพราะไม่ต้องพึ่งพื้นที่ค้นพบสินค้าในการหาผู้ซื้อทุกราย สำหรับผู้ขายที่ยังไม่มีฐานลูกค้า ส่วนแบ่งที่สูงขึ้นของ Discover เป็นราคาที่ต้องชั่งกับโอกาสได้ลูกค้าใหม่ การคำนวณนี้บอกได้ว่าต้องเหลือเงินต่อรายการเท่าไร แต่ตอบไม่ได้ว่าช่องทางใดจะสร้างคำสั่งซื้อเพิ่มได้กี่รายการ จึงไม่ควรนำส่วนต่างต่อรายการไปอ้างเป็นกำไรต่อเดือนโดยไม่มีข้อมูลปริมาณขาย
เงินดอลลาร์ในตัวอย่างจะเข้าบัญชีไทยอย่างไร
เพื่อให้เห็นขนาดของส่วนต่างเป็นเงินบาท สมมติอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์โดยใช้เพื่อคูณผลคำนวณเท่านั้น ยอดขายตรงราคา 10 ดอลลาร์ในแบบจำลองจะเท่ากับ 276.85 บาทบน Gumroad และ 311.85 บาทบน Payhip ต่างกัน 35 บาท ส่วนราคา 50 ดอลลาร์จะต่างกัน 105 บาท และราคา 200 ดอลลาร์ต่างกัน 367.50 บาท อัตรา 35 บาทนี้ไม่ใช่อัตราของแพลตฟอร์ม ผู้ประมวลผล หรือธนาคาร และยอดที่ได้รับจริงอาจมีต้นทุนการแปลงเงินเพิ่ม
คู่มือรับเงินของ Gumroad ระบุว่าผู้ขายในประเทศไทยรับเงินเข้าบัญชีธนาคารท้องถิ่นเป็นบาท ตารางประเทศแสดงข้อความกำกับประเทศไทยว่า THB ขั้นต่ำ 600 บาท แต่ส่วนอธิบายรอบจ่ายในหน้าเดียวกันระบุยอดคงเหลือขั้นต่ำทั่วไป 100 ดอลลาร์ และอธิบายว่าตัวเลขขั้นต่ำในวงเล็บของตารางเป็นเกณฑ์ที่สูงกว่า ข้อความสองส่วนนี้ทำให้ไม่อาจสรุปจากตารางเพียงอย่างเดียวว่ามีเงิน 600 บาทแล้วจะได้รับการโอน ผู้ขายจึงควรยึดเกณฑ์ที่แสดงในบัญชีรับเงินจริงเมื่อวางแผนกระแสเงินสด
สำหรับรอบจ่ายรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายไตรมาสของ Gumroad ยอดขายต้องอยู่ในยอดคงเหลืออย่างน้อย 7 วันก่อนมีสิทธิ์เข้ารอบจ่าย การโอนเข้าธนาคารอาจใช้เวลาอีก 2–7 วันทำการตามประเทศและธนาคาร เงินจากการขายจึงมีช่วงรอก่อนถึงบัญชี แม้ระบบบันทึกคำสั่งซื้อและยอดสุทธิแล้ว อีกเงื่อนไขหนึ่งคือ Gumroad แปลงสกุลเงินตามอัตรา ณ เวลาขายสำหรับการจ่ายเข้าธนาคารท้องถิ่น ไม่ใช่รอใช้อัตราแลกเปลี่ยนในวันโอน
ฝั่ง Payhip ส่งยอดขายไปยังผู้ให้บริการชำระเงินที่ร้านเชื่อมต่อ เช่น Stripe หรือ PayPal และหน้าแผนราคาบอกว่าเงินจากธุรกรรมถูกส่งต่อทันทีหลังซื้อ ความหมายของคำว่าได้รับเงินทันทีในกรณีนี้จึงเป็นเงินถึงบัญชีผู้ประมวลผล ไม่ใช่คำรับประกันว่าเงินบาทถึงธนาคารไทยทันที ระยะเวลาถอนเงิน รอบโอน สกุลเงินปลายทาง และอัตราแลกเปลี่ยนต้องดูจากบัญชีผู้ให้บริการที่ใช้งานจริง
- Gumroad เข้าธนาคารไทย: รับเป็นเงินบาทตามช่องทางธนาคารท้องถิ่นของแพลตฟอร์ม ต้องคำนึงถึงยอดขั้นต่ำที่บัญชีแสดง รอบจ่าย และเวลาที่ธนาคารใช้รับโอน
- Payhip ผ่าน Stripe: ใช้ได้เมื่อผู้ขายเชื่อมบัญชีผู้ประมวลผลที่ผ่านเงื่อนไขของบริการ เงินจากการขายเข้าสู่ผู้ประมวลผลก่อน แล้วจึงรอรอบจ่ายเข้าบัญชีธนาคารตามการตั้งค่าของบัญชีนั้น
- Payhip ผ่าน PayPal: เงินจากลูกค้าที่ใช้ช่องทางนี้เข้าสู่บัญชี PayPal ที่เชื่อมไว้ การถอนเป็นเงินบาทและค่าธรรมเนียมปลายทางเป็นอีกขั้นหนึ่งนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มในแบบจำลอง
ตารางความพร้อมข้างต้นแยกเส้นทางเงินมากกว่าตัดสินว่าช่องทางใดเร็วกว่าเสมอ ผู้ขายบางรายอาจให้ความสำคัญกับการรับเงินเข้าธนาคารไทยผ่านแพลตฟอร์มเดียว ขณะที่บางรายมีบัญชีผู้ประมวลผลพร้อมใช้อยู่แล้วและรับรอบจ่ายของบัญชีนั้นได้ จุดที่มีผลต่อเงินสดจริงคือทั้งจำนวนเงินหลังหักค่าธรรมเนียมและวันที่เงินถอนใช้ได้ การเลือกจากตัวเลขดอลลาร์ต่อรายการเพียงค่าเดียวจึงตอบโจทย์การรับเงินในไทยได้ไม่ครบ
แผนจ่ายรายเดือนของ Payhip คุ้มเมื่อใด
Payhip มีแผน Plus เดือนละ 29 ดอลลาร์ คิดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 2% และแผน Pro เดือนละ 99 ดอลลาร์ ไม่คิดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ทั้งสองแผนยังต้องเสียค่าประมวลผลให้ผู้ให้บริการชำระเงินตามเงื่อนไขของบริการนั้น การเลือกแผนจึงควรใช้ยอดขายรวมต่อเดือน ไม่ใช่ราคาของสินค้าชิ้นเดียว เพราะค่าสมาชิกเป็นต้นทุนรายเดือน ส่วนค่าธรรมเนียมที่ประหยัดได้เพิ่มตามยอดขาย
เมื่อเทียบ Plus กับแผนฟรี ส่วนแบ่งแพลตฟอร์มลดลง 3 จุดเปอร์เซ็นต์ จึงต้องมียอดขายราว 966.67 ดอลลาร์ต่อเดือนเพื่อให้เงินที่ประหยัดได้เท่าค่าสมาชิก 29 ดอลลาร์ หากขายสินค้า 50 ดอลลาร์ได้ 20 รายการ ยอดขายรวม 1,000 ดอลลาร์จะประหยัดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 30 ดอลลาร์ แต่จ่ายค่าสมาชิก 29 ดอลลาร์ ส่วนต่างที่เหลือเหนือแผนฟรีมีเพียง 1 ดอลลาร์ก่อนต้นทุนอื่น ตัวอย่างนี้สมมติว่าค่าประมวลผลและลักษณะคำสั่งซื้อเหมือนกันทุกแผน
เมื่อเทียบ Plus กับ Pro ค่าสมาชิกเพิ่ม 70 ดอลลาร์ต่อเดือนเพื่อประหยัดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มอีก 2% จุดที่ค่าธรรมเนียมส่วนนี้ชดเชยค่าสมาชิกเพิ่มคือยอดขาย 3,500 ดอลลาร์ต่อเดือน การซื้อ Pro ก่อนถึงระดับยอดขายดังกล่าวอาจทำให้ต้นทุนรวมสูงกว่า Plus แม้อัตราค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มต่อรายการเป็นศูนย์ สำหรับร้านที่ยอดขายแกว่งมาก ควรมองยอดรวมของเดือนที่ขายได้น้อยด้วย เพราะค่าสมาชิกยังเกิดขึ้นในเดือนที่จำนวนคำสั่งซื้อลดลง
แพลตฟอร์มใดเหมาะกับรูปแบบการขาย
ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่เข้ามาจากช่องทางของผู้ขายเอง Payhip แผนฟรีให้เงินสุทธิต่อรายการมากกว่าในแบบจำลองทั้งสามระดับราคา และไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกก่อนเริ่มขาย หากขายได้มากพอ แผน Plus อาจลดต้นทุนรวมต่อเดือนลงอีก ส่วนผู้ขายที่ต้องการใช้ Gumroad Discover ควรประเมินยอดจากช่องทางนี้ด้วยอัตรา 30% แยกจากยอดขายตรง เพราะค่าตอบแทนต่อรายการต่างกันมากเมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น
สำหรับผู้ขายไทย คำตอบสุดท้ายขึ้นกับเส้นทางที่ลูกค้าซื้อจริงและวิธีที่ผู้ขายรับเงิน Payhip ได้เปรียบด้านค่าธรรมเนียมยอดขายตรงภายใต้สมมติฐานร่วม ส่วน Gumroad มีเส้นทางรับเงินเข้าธนาคารไทยเป็นบาทที่ระบุไว้โดยตรง การเลือกแพลตฟอร์มจึงต้องมองยอดสุทธิหลังขายควบคู่กับเกณฑ์จ่ายเงิน รอบโอน และต้นทุนแปลงสกุลเงินของบัญชีที่จะใช้งานจริง
อ่านเพิ่มเติม:
บทความที่เกี่ยวข้อง


Ko-fi หรือ Buy Me a Coffee: ทิปครั้งเดียวเท่ากัน แต่รายได้ประจำต่างกัน

Patreon หรือ Fourthwall: ส่วนต่าง 5% แลกกับบ้านของแบรนด์เอง

Stripe หรือ PayPal ในไทย: เงินคืนอาจไม่คืนค่าธรรมเนียมเดิม

Wise Business หรือ Airwallex: บริษัทไทยต้องผ่านด่านประเทศก่อนเทียบราคา

Thinkific หรือ Teachable: รายเดือนถูกกว่าอาจแพ้ค่าธรรมเนียม 7.5%
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ