
จดเครื่องหมายการค้า: ค่าคำขอ 1,000 บาทอาจกลายเป็น 9,000 บาท

การยื่นจดเครื่องหมายการค้าในไทยคิดค่าคำขอแยกตามจำพวกสินค้าและบริการ โดย ตารางค่าธรรมเนียมกรมทรัพย์สินทางปัญญา กำหนดว่าในหนึ่งจำพวก หากมีไม่เกิน 5 รายการ คิดรายการละ 1,000 บาท แต่ถ้าเกิน 5 รายการ จะเปลี่ยนเป็นเหมาจำพวกละ 9,000 บาท ส่วนค่ารับจดเป็นเงินอีกงวด คิดรายการละ 600 บาท หรือเหมาจำพวกละ 5,400 บาทตามเกณฑ์เดียวกัน จุดเปลี่ยนจึงอยู่ที่จำนวนรายการในแต่ละจำพวก ไม่ใช่จำนวนสินค้าทั้งหมดของธุรกิจ
ผู้ประกอบการยื่นคำขอผ่าน e-Trademark ได้ แต่การส่งคำขอและชำระค่าคำขอยังไม่ใช่การได้รับทะเบียน คู่มือกระบวนงานของกรม ระบุระยะเวลารวม 13 เดือน 91 วัน ตั้งแต่ตรวจเอกสาร ตรวจเครื่องหมาย และพิจารณาคำขอ ไปจนถึงประกาศโฆษณา 60 วัน แจ้งชำระค่ารับจด และจัดทำหนังสือสำคัญ ก่อนยื่นจึงต้องเตรียมรูปเครื่องหมาย หลักฐานของผู้ขอ และรายการสินค้าหรือบริการที่ระบุชัดเจน
คิดค่าธรรมเนียมสองงวดอย่างไร
ค่าคำขอเป็นเงินที่ต้องเตรียมสำหรับการยื่น ส่วนค่ารับจดจะเกิดขึ้นเมื่อคำขอผ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้องและมีหนังสือแจ้งให้ชำระ การรวมเงินทั้งสองงวดช่วยวางงบสำหรับกรณีที่ได้รับจดทะเบียน แต่ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นยอดที่ต้องจ่ายพร้อมกันตั้งแต่วันแรก หากคำขอไม่ผ่านการพิจารณา การตั้งงบว่าต้องจ่ายเฉพาะเงินงวดแรกก็ยังไม่สะท้อนต้นทุนของการได้ทะเบียนจริง
วิธีคำนวณคือแยกรายการตามจำพวกก่อน แล้วนับจำนวนในแต่ละจำพวกโดยอิสระ เมื่อจำนวนยังอยู่ในเกณฑ์รายรายการ ให้นำจำนวนรายการคูณอัตราของเงินงวดนั้น หากเกินเกณฑ์ ให้ใช้อัตราเหมาของจำพวกนั้นทั้งก้อน ไม่ใช่คิดรายการแรกแบบรายรายการแล้วบวกเงินเฉพาะรายการที่เกิน วิธีคิดเดียวกันใช้กับค่ารับจด แต่เป็นคนละอัตราและคนละช่วงของกระบวนการ
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมติของเครื่องหมายหนึ่งคำขอ และคิดเฉพาะค่าธรรมเนียมราชการ หากมีสินค้า 1 รายการในจำพวกเดียว ค่าคำขอเป็น 1,000 บาท และค่ารับจดเมื่อผ่านเป็น 600 บาท รวม 1,600 บาท หากเพิ่มเป็น 5 รายการในจำพวกเดิม ค่าคำขอเป็น 5,000 บาท ค่ารับจดเป็น 3,000 บาท รวม 8,000 บาท ตัวเลขรวมเป็นงบตลอดทางในกรณีที่ได้รับจด ไม่ใช่ราคาของการส่งคำขอเพียงครั้งเดียว
จุดที่ต้องระวังคือรายการถัดไปในจำพวกเดิม กรณีสมมติที่เพิ่มจาก 5 เป็น 6 รายการ ทำให้ค่าคำขอเปลี่ยนจาก 5,000 เป็น 9,000 บาท และค่ารับจดเปลี่ยนจาก 3,000 เป็น 5,400 บาท งบสองงวดจึงเปลี่ยนจาก 8,000 เป็น 14,400 บาท ส่วนต่าง 6,400 บาทเป็นผลจากการเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งจำพวก ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมรายรายการของสินค้าใหม่เพียงชิ้นเดียว
การเพิ่มรายการหลังจากเข้าสู่อัตราเหมามีผลต่างออกไป หากกรณีสมมติเดิมมี 7 รายการในจำพวกเดียว อัตราค่าคำขอและค่ารับจดของจำพวกนั้นยังเป็นอัตราเหมาเท่าเดิม การเพิ่มรายการจึงไม่ได้ทำให้ค่าธรรมเนียมราชการเพิ่มทุกครั้งแบบเส้นตรง อย่างไรก็ดี รายการที่ยื่นควรเป็นสินค้าหรือบริการที่ต้องการคุ้มครองจริง และต้องบรรยายให้ชัด การใส่รายการเพิ่มเพราะเห็นว่าจ่ายเหมาจ่ายแล้วอาจทำให้คำขอยาวขึ้นโดยไม่ตอบโจทย์ธุรกิจ
ถ้ามีหลายจำพวก ให้คำนวณแต่ละจำพวกแล้วจึงบวกยอด ตัวอย่างสมมติที่จำพวกแรกมี 3 รายการ และจำพวกที่สองมี 6 รายการ จะมีค่าคำขอ 3,000 บาทบวก 9,000 บาท เท่ากับ 12,000 บาท หากรับจดทั้งหมด ค่ารับจดอีกงวดเป็น 1,800 บาทบวก 5,400 บาท เท่ากับ 7,200 บาท รวมสองงวดเป็น 19,200 บาท การนับรวมเป็น 9 รายการแล้วใช้อัตราเหมาของจำพวกเดียวจะให้ยอดผิด เพราะคำขอนี้มีสองจำพวก
ตัวอย่างเดียวกันยังชี้ให้เห็นว่ารายการที่เพิ่มในจำพวกใดส่งผลต่อจำพวกนั้น หากเพิ่มรายการในจำพวกแรกจาก 3 เป็น 4 รายการ จำพวกแรกยังคิดรายรายการ ส่วนจำพวกที่สองยังคิดเหมา หากเพิ่มในจำพวกแรกจนพ้นเกณฑ์ จำพวกแรกจึงเปลี่ยนไปใช้อัตราเหมาของตัวเอง เจ้าของกิจการที่มีทั้งสินค้าและบริการควรทำรายการแยกช่องไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้มองเห็นทั้งขอบเขตที่ขอคุ้มครองและยอดที่ต้องเตรียม
กำหนดรายการสินค้าให้ตรงกับสิ่งที่จะใช้เครื่องหมาย
คำว่า ‘รายการ’ หมายถึงรายการสินค้าหรือบริการที่ระบุในคำขอ ไม่ใช่จำนวนหน่วยสินค้า รุ่นสินค้า หรือจำนวนชิ้นที่ขายได้ การมีสินค้าหลายแบบจึงไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าจะมีรายการตามจำนวนแบบนั้น ขณะเดียวกันการขายผ่านหลายช่องทางก็ไม่ได้ทำให้ค่าธรรมเนียมเพิ่มตามจำนวนช่องทาง สิ่งที่ใช้คำนวณคือถ้อยคำของรายการที่ยื่นและจำพวกที่รายการเหล่านั้นสังกัด
เริ่มจากเขียนสิ่งที่ธุรกิจจะนำชื่อหรือโลโก้ไปใช้จริงเป็นรายการสั้น ๆ แยกสินค้าที่ขายออกจากบริการที่ให้ แล้วตรวจคำเรียกและจำพวกในฐานข้อมูลของกรม ถ้อยคำกว้างอย่าง ‘สินค้าทุกชนิด’ ไม่ช่วยให้เห็นขอบเขตที่ต้องการคุ้มครอง ส่วนคำเรียกที่ละเอียดเกินไปอาจทำให้เจ้าของกิจการเข้าใจผิดว่าทุกรุ่นต้องเป็นคนละรายการ เป้าหมายคือบอกชนิดสินค้าและบริการได้ชัดพอให้พิจารณาคำขอและคำนวณค่าธรรมเนียมได้
สำหรับกิจการที่ขายของพร้อมให้บริการภายใต้เครื่องหมายเดียวกัน ควรตรวจว่ารายการเหล่านั้นอยู่จำพวกเดียวกันหรือไม่ การใช้ชื่อเดียวกันบนสินค้าและในงานบริการไม่ได้ทำให้รายการทุกอย่างไปรวมอยู่ในจำพวกเดียวโดยอัตโนมัติ เมื่อแยกจำพวกได้ถูกต้องแล้ว จึงนับรายการภายในแต่ละจำพวกและเปรียบเทียบกับเกณฑ์ค่าธรรมเนียม การวางรายการในจำพวกที่ไม่ตรงเพียงเพื่อให้ยอดต่ำลงไม่ใช่วิธีคำนวณต้นทุนที่ใช้ได้จริง
ก่อนตัดรายการที่ทำให้ยอดข้ามเกณฑ์ ให้ถามว่ารายการนั้นอยู่ในแผนใช้เครื่องหมายจริงหรือไม่ หากตัดออก ขอบเขตคำขอที่ยื่นก็ไม่ครอบคลุมรายการที่ตัด การประหยัดเงินงวดแรกจึงต้องเทียบกับความคุ้มครองที่ต้องการ ไม่ใช่ดูเพียงว่ารายการสุดท้ายเพิ่มต้นทุนเท่าใด ในทางกลับกัน รายการที่ยังไม่มีแผนใช้ชัดเจนอาจไม่จำเป็นต้องใส่ไว้เพียงเพราะอัตราเหมารองรับจำนวนมากกว่าเกณฑ์
การจัดรายการตั้งแต่ก่อนกรอกแบบยังช่วยให้ตรวจยอดได้ง่าย เจ้าของกิจการสามารถทำตารางที่มีชื่อรายการ จำพวก และเหตุผลที่ต้องใช้เครื่องหมายกับรายการนั้น จากนั้นรวมจำนวนเฉพาะรายการในจำพวกเดียวกัน ตารางนี้เป็นเครื่องมือวางแผนของผู้ยื่น ไม่ใช่เอกสารราชการที่ต้องแนบทุกกรณี ประโยชน์ของมันคือช่วยเห็นทันทีว่าจำพวกใดอยู่ใกล้จุดเปลี่ยนอัตรา และจำพวกใดคิดเหมาอยู่แล้ว
ค้นชื่อและโลโก้ก่อนจ่ายค่าคำขอ
การค้นก่อนยื่นช่วยให้เห็นเครื่องหมายที่อาจเกี่ยวข้องกับชื่อหรือโลโก้ของธุรกิจ หน้าตรวจสอบเครื่องหมายสำหรับประชาชน มีทางไปยังบริการตรวจความเหมือนคล้าย สืบค้นรายการสินค้าและบริการ ตรวจสถานะคำขอ และดูรายการคำขอที่ประกาศโฆษณา จึงใช้เริ่มตรวจทั้งตัวเครื่องหมายและขอบเขตสินค้าที่เกี่ยวข้องได้ ก่อนเสียเวลาเตรียมคำขอและชำระเงิน
สำหรับชื่อธุรกิจ อย่าค้นเฉพาะคำที่สะกดตรงทุกตัว ลองพิจารณารูปคำที่ออกเสียงใกล้กัน การเว้นวรรคที่ต่างกัน และส่วนเด่นของชื่อที่ผู้ซื้ออาจจดจำเหมือนกัน หากเป็นโลโก้ ให้ดูทั้งองค์ประกอบภาพและคำที่ปรากฏในภาพ ไม่ควรอาศัยเพียงผลค้นของชื่อข้อความ เพราะเครื่องหมายที่มีองค์ประกอบภาพใกล้เคียงอาจไม่ปรากฏจากการค้นคำแบบเดียวกัน
ผลค้นควรอ่านคู่กับรายการสินค้าหรือบริการที่เจ้าของเครื่องหมายอื่นยื่นไว้ การพบคำเหมือนกันเพียงอย่างเดียวไม่เล่าความสัมพันธ์ทั้งหมดของคำขอ และการไม่พบผลตรงตัวก็ยังไม่ใช่คำอนุมัติล่วงหน้า การพิจารณารับจดต้องดูว่าเครื่องหมายมีลักษณะบ่งเฉพาะ ไม่มีลักษณะต้องห้าม และไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ การค้นจึงช่วยประเมินก่อนยื่น แต่ผลสุดท้ายเป็นขั้นตอนของนายทะเบียน
หากผลค้นพบเครื่องหมายใกล้เคียง ควรจดว่าใกล้กันตรงคำ เสียง หรือรูปใด และเกี่ยวกับรายการสินค้าหรือบริการประเภทไหน ข้อมูลนี้ช่วยให้เจ้าของกิจการตัดสินใจว่าจะปรับชื่อ ปรับภาพ หรือขอคำปรึกษาเฉพาะกรณีก่อนลงทุนกับเครื่องหมายต่อไป การเปลี่ยนเครื่องหมายก่อนยื่นอาจกระทบงานออกแบบและบรรจุภัณฑ์ แต่การรู้ประเด็นตั้งแต่ต้นช่วยให้ตัดสินใจจากข้อเท็จจริงมากกว่าจากความรู้สึกว่าชื่อยังดูไม่ซ้ำ
เตรียมหลักฐานและยื่นผ่านระบบออนไลน์
เอกสารหลักเริ่มจากคำขอแบบ ก.01 พร้อมรูปเครื่องหมายและข้อมูลผู้ขอ หากผู้ขอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องเตรียมหลักฐานระบุตัวตน หากเป็นนิติบุคคล ต้องเตรียมหนังสือรับรองนิติบุคคล ผู้ยื่นควรตรวจให้ชื่อเจ้าของเครื่องหมายในคำขอตรงกับหลักฐาน เพราะบุคคลหรือบริษัทที่ระบุจะเป็นเจ้าของคำขอ ไม่ใช่ผู้ที่เพียงช่วยออกแบบชื่อหรือเป็นผู้กรอกข้อมูลแทน
กรณีให้ตัวแทนดำเนินการ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานประกอบตามเงื่อนไขของคำขอ เครื่องหมายบางลักษณะต้องมีเอกสารเฉพาะเพิ่ม เช่น สิ่งบันทึกเสียงหรือคำบรรยายเสียงสำหรับเครื่องหมายเสียง คำบรรยายกลุ่มสีสำหรับเครื่องหมายที่อ้างความคุ้มครองเป็นกลุ่มสี และคำพรรณนารูปร่างสำหรับเครื่องหมายรูปทรง หากใช้ภาพบุคคลหรือลายมือชื่อเป็นเครื่องหมาย ยังมีเรื่องหนังสือยินยอมของเจ้าของภาพหรือลายมือชื่อนั้นด้วย
คำขอทั่วไปจึงไม่ควรใช้รายการเอกสารของกิจการอื่นเป็นเช็กลิสต์ตายตัว ให้ไล่จากลักษณะเครื่องหมายและฐานะของผู้ขอ แล้วดูว่ามีการตั้งตัวแทนหรือขอสิทธิพิเศษใดเพิ่มเติมหรือไม่ การรวบรวมหลักฐานก่อนเริ่มกรอกช่วยลดโอกาสที่คำขอค้างเพราะเอกสารไม่ครบ โดยเฉพาะเมื่อผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทไม่ได้เป็นคนเข้าใช้งานระบบเอง
ช่องทางออนไลน์ของกรมคือระบบยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ โดย หน้าเข้าสู่ระบบ e-Trademark แสดงทางเข้า ThaiD สำหรับบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และบัญชีผู้ใช้สำหรับนิติบุคคลกับบุคคลต่างชาติ ผู้ยื่นจึงควรเลือกทางเข้าตามฐานะของเจ้าของคำขอ ก่อนเตรียมรูปเครื่องหมายและรายการสินค้าให้พร้อมสำหรับกรอกในระบบ
ระหว่างกรอก ให้ตรวจชื่อและที่อยู่ผู้ขอ รูปเครื่องหมาย ประเภทเครื่องหมาย จำพวก และถ้อยคำของแต่ละรายการเป็นชุดเดียวกัน หากข้อความรายการที่กรอกไม่ตรงกับตารางที่ใช้คำนวณ ยอดค่าคำขอที่เห็นตอนท้ายอาจต่างจากงบที่เตรียมไว้ การตรวจเฉพาะยอดรวมโดยไม่ย้อนดูจำนวนรายการในแต่ละจำพวกจึงไม่พอ โดยเฉพาะคำขอที่มีจำพวกหนึ่งอยู่ใกล้เกณฑ์เปลี่ยนอัตรา
หลังส่งคำขอ ให้เก็บเลขคำขอ หลักฐานการยื่น และหลักฐานชำระค่าธรรมเนียมไว้ด้วยกัน ข้อมูลเหล่านี้ใช้ตามเรื่องและตรวจว่าระบบบันทึกคำขอที่ตั้งใจยื่นจริง หากพบว่าข้อมูลเครื่องหมายหรือรายการสินค้าผิด ควรดูหนังสือแจ้งหรือช่องทางแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับคำขอนั้น ไม่ควรสมมติว่าการแก้ข้อความภายหลังทำได้เสมอโดยไม่มีผลต่อการพิจารณา
จากวันยื่นถึงวันรับจดต้องรออะไรบ้าง
ลำดับหลังยื่นเริ่มจากตรวจความครบถ้วนของเอกสาร จากนั้นจึงตรวจเครื่องหมายและให้เจ้าหน้าที่พิจารณาว่ารับจดได้หรือไม่ ช่วงนี้เกี่ยวข้องทั้งตัวชื่อหรือโลโก้และรายการสินค้าหรือบริการที่ระบุไว้ การได้เลขคำขอจึงบอกว่ามีเรื่องเข้าสู่กระบวนการ แต่ยังไม่บอกว่าเครื่องหมายผ่านหลักเกณฑ์หรือรายการที่ยื่นจะได้รับความคุ้มครองทั้งหมด
หากเอกสารหรือคำขอมีข้อบกพร่อง เจ้าหน้าที่อาจแจ้งให้แก้ไขหรือส่งหลักฐานเพิ่มเติม ผู้ขอควรอ่านสิ่งที่ถูกขอให้แก้และกำหนดเวลาในหนังสือแจ้งให้ครบ เพราะการตอบกลับเรื่องรูปเครื่องหมายกับเรื่องรายการสินค้าเป็นคนละประเด็น การส่งเอกสารที่ไม่ตรงคำขอแก้ไขอาจทำให้เรื่องยังค้างอยู่ แม้จะได้ส่งไฟล์กลับไปแล้วก็ตาม
เมื่อผ่านการพิจารณาในขั้นที่เกี่ยวข้อง กรมจะจัดทำรายละเอียดเพื่อประกาศโฆษณาคำขอ ช่วงประกาศเป็นโอกาสให้ผู้มีเหตุคัดค้านดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าของคำขอจึงควรติดตามรายการประกาศและหนังสือแจ้ง ไม่ใช่ดูเพียงว่าสถานะในระบบเคยเปลี่ยนเป็น ‘ผ่านการตรวจ’ หรือไม่ การประกาศเป็นขั้นตอนก่อนรับจด และคำคัดค้านอาจทำให้ต้องมีการพิจารณาเพิ่ม
ถ้าไม่มีเหตุให้กระบวนการหยุด และกรมแจ้งให้ชำระค่ารับจด จึงคำนวณเงินงวดหลังตามรายการและจำพวกที่ได้รับอนุญาตให้จด การเตรียมงบตามคำขอที่ยื่นไว้ทั้งหมดเป็นการเผื่อเงินอย่างรอบคอบ แต่ยอดที่ต้องชำระจริงควรยึดหนังสือแจ้งในคดีของตน เพราะรายการที่ผ่านการพิจารณาอาจต่างจากรายการที่ขอไว้ตอนแรก หลังชำระแล้ว ยังมีขั้นตอนจัดทำหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน
กรอบเวลาของกระบวนงานช่วยวางแผนเปิดตัวแบรนด์ แต่ไม่ควรนำวันส่งคำขอไปใช้แทนวันที่จะได้ผลจดทะเบียน คำสั่งให้แก้ไขเอกสาร การพิจารณารายการสินค้า หรือการคัดค้านทำให้ระยะเวลาของคำขอแต่ละรายต่างกันได้ หากธุรกิจต้องพิมพ์บรรจุภัณฑ์หรือเตรียมโฆษณาล่วงหน้า การแยกแผนใช้เครื่องหมายออกจากแผนรอผลจดทะเบียนจะทำให้ประเมินเวลาและเงินที่ต้องกันไว้ได้ตรงกว่า
บทความที่เกี่ยวข้อง


คนไทย 66.8% เชื่อ AI ช่วยชีวิตและงาน แต่ผู้ใช้จริงยังมีเพียง 31.56%

Canva หรือ Adobe Express: ฟรีเหมือนกัน แต่ลบพื้นหลังได้ไม่เท่ากัน

Wise Business หรือ Airwallex: บริษัทไทยต้องผ่านด่านประเทศก่อนเทียบราคา

Bitkub หรือ Binance TH: คู่เงินบาทราคาเท่ากัน จุดต่างอยู่หลังซื้อ

ตราบริษัทหายไม่ต้องประชุมผู้ถือหุ้น แต่ต้องแก้ทะเบียนให้ถูก
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ