เงินทุนสตาร์ทอัพอาเซียนแตะ 7.25 พันล้านดอลลาร์ แต่ 92% ไหลสู่สิงคโปร์

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|4 นาทีในการอ่าน
เงินทุนสตาร์ทอัพอาเซียนแตะ 7.25 พันล้านดอลลาร์ แต่ 92% ไหลสู่สิงคโปร์

รายงานครึ่งปีของ DealStreetAsia ลงวันที่ 25 กันยายน 2026 ระบุว่า บริษัทที่ได้รับเงินทุนร่วมลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระดมทุนแบบหุ้นได้ 7.25 พันล้านดอลลาร์ จาก 217 ดีล ในครึ่งแรกปี 2026 เป็นยอดเงินสูงสุดนับจากครึ่งแรกปี 2022 แต่จำนวนดีลต่ำที่สุดนับจากอย่างน้อยปี 2018 รอบ Series C ของ DayOne เพียงรายเดียวมีมูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ จึงเป็นแรงหลักที่ทำให้ยอดรวมดูฟื้นตัว

รายละเอียดของ The Business Times ระบุว่า บริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์รับเงินราว 6.7 พันล้านดอลลาร์ จาก 145 ดีล คิดเป็น 92% ของมูลค่าภูมิภาค ส่วนไทยระดมทุนได้ 130 ล้านดอลลาร์ และ Amity Solutions มีสัดส่วน 77% ของยอดไทย ภาพนี้บอกว่ามูลค่าการลงทุนกลับมาแรง แต่จำนวนบริษัทที่ได้เงินไม่ได้ฟื้นในจังหวะเดียวกัน

DayOne เปลี่ยนภาพการฟื้นตัวอย่างไร

เมื่อตัดรอบทุนของ DayOne ออกจากยอดครึ่งปี เงินที่เหลือสำหรับทั้งภูมิภาคคือ 2.75 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 38% ของยอดเดิม ดีลเดียวจึงคิดเป็นประมาณ 62% ของมูลค่าที่ระดมได้ทั้งหมด การหักรายการนี้ช่วยแยกผลของเงินก้อนพิเศษออกจากตลาดที่บริษัทส่วนใหญ่ต้องเข้าไปหาเงินทุนจริง โดยไม่ลดความสำคัญของการระดมทุนของ DayOne เอง

การเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนยิ่งทำให้เห็นแรงของดีลใหญ่ ครึ่งแรกปี 2025 มีเงินระดมทุน 1.86 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นยอดครึ่งแรกปี 2026 จึงสูงขึ้นเกือบสี่เท่าในเชิงมูลค่า แต่การเพิ่มขึ้นของมูลค่าไม่ได้มาพร้อมจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มตาม ตัวเลขสองชุดจึงชี้คนละด้านของตลาด ทั้งขนาดเงินที่ลงจริงและความกว้างของบริษัทที่ได้รับทุน

ความต่างระหว่างยอดก่อนหักกับหลังหักมีผลต่อการตีความคำว่า “ฟื้นตัว” อย่างมาก ยอด 7.25 พันล้านดอลลาร์สูงกว่าครึ่งหลังปี 2025 ที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์เกินสองเท่า แต่ยอด 2.75 พันล้านดอลลาร์หลังหัก DayOne ต่ำกว่าครึ่งปีก่อนราว 21% สองประโยคนี้ใช้ข้อมูลช่วงเดียวกัน แต่ตอบคนละคำถาม: เงินเข้าภูมิภาคมากเท่าไร และกิจกรรมที่เหลือหลังตัดดีลพิเศษขยายตัวหรือไม่

DayOne ดำเนินธุรกิจศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นกิจการที่ต้องใช้เงินลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก รอบ Series C ขนาดนี้จึงมีลักษณะต่างจากการระดมทุนเพื่อจ้างทีม ขายซอฟต์แวร์ หรือทดลองตลาดของสตาร์ทอัพระยะต้น การรวมทุกธุรกิจเป็นยอดเดียวเหมาะกับการวัดเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ระบบ แต่ไม่อาจแปลงตรง ๆ เป็นโอกาสปิดรอบของบริษัทแต่ละราย

การนับดีลขนาดใหญ่เป็นชั้น ๆ ทำให้เห็นว่าภาพรวมไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายการเดียว หลังตัด DayOne ออกจากกลุ่มห้าดีลแรก ดีลใหญ่อีกสี่รายการยังคิดเป็นเงินเกือบหนึ่งพันล้านดอลลาร์จากยอดครึ่งปี นี่เป็นผลคำนวณจากส่วนแบ่งของห้าดีลแรกและมูลค่าของ DayOne ไม่ใช่ข้อมูลรอบทุนแยกเป็นรายบริษัท

ความกระจุกตัวยังไม่ได้หยุดที่ DayOne เท่านั้น ดีลใหญ่ที่สุดห้ารายการมีสัดส่วน 75.5% ของเงินลงทุนทั้งหมด ส่วนยี่สิบรายการแรกกินสัดส่วน 89% เมื่อลบส่วนบนนี้ออก บริษัทที่เหลือเกือบทั้งหมดจึงแบ่งเงินกันเพียงราว 11% หรือประมาณ 800 ล้านดอลลาร์ ภาพของตลาดจึงไม่ได้มีแค่ดีลเดียวที่ใหญ่ผิดสัดส่วน แต่มีชั้นของดีลขนาดใหญ่ที่ดูดมูลค่าไปมาก

จำนวนดีลของทั้งภูมิภาคลดลง 5% จากครึ่งแรกปีก่อน และลดลง 7% จากครึ่งหลังปีก่อน แม้เงินลงทุนรวมเพิ่มอย่างเด่นชัด ความต่างนี้เกิดขึ้นได้เมื่อเงินจำนวนมากไหลไปยังรอบทุนที่มีขนาดสูงขึ้น โดยไม่ต้องมีผู้รับทุนเพิ่ม การลดลงของจำนวนดีลจึงเป็นสัญญาณที่ตรงกับประสบการณ์ของบริษัทที่กำลังหาผู้ลงทุนมากกว่ามูลค่ารวมเพียงตัวเดียว

สำหรับผู้ก่อตั้งที่กำลังเทียบสถานการณ์กับปีก่อน ยอดเงินรวมอาจทำให้คาดว่าขนาดรอบทั่วไปเพิ่มขึ้น ทั้งที่ค่ากลางของรอบและจำนวนธุรกรรมอาจเคลื่อนอีกทางหนึ่ง เงินที่กระจุกในกิจการโครงสร้างพื้นฐานไม่จำเป็นต้องไหลต่อไปยังธุรกิจบริการหรือซอฟต์แวร์ นักลงทุนคนละประเภทอาจมองความเสี่ยง ระยะคืนทุน และขนาดเงินที่ต้องใช้ต่างกัน ความแตกต่างของผู้รับทุนจึงสำคัญพอ ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของยอดรวม

อีกเหตุผลที่ต้องแยกประเภทเงินทุนคือกิจการศูนย์ข้อมูลต้องลงทุนล่วงหน้าในอาคาร ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ประมวลผล เงินที่ระดมได้จึงรองรับสินทรัพย์ที่ต้องสร้างและติดตั้ง ต่างจากธุรกิจดิจิทัลที่ต้นทุนหลักอาจเป็นทีมงานหรือการหาลูกค้า ดังนั้นการเห็นรอบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ไม่ได้แปลว่านักลงทุนจะใช้เกณฑ์เดียวกันกับสตาร์ทอัพที่กำลังพิสูจน์รายได้

ตัวเลขนี้นับเฉพาะการระดมทุนแบบหุ้นตามขอบเขตของรายงาน จึงไม่ใช่มูลค่าเงินทั้งหมดที่บริษัทในภูมิภาคหาได้จากทุกช่องทาง เงินกู้ การให้สินเชื่อ หรือทุนที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลอาจเปลี่ยนภาพการเงินของบางกิจการได้ แต่ไม่ควรถูกรวมเข้าไปในยอดนี้โดยไม่มีหลักฐาน แกนของข่าวจึงอยู่ที่ความกว้างของตลาดหุ้นเอกชนสำหรับสตาร์ทอัพ

ผลของดีลพิเศษยังทำให้ค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรมหลอกสายตาได้ง่าย หากหารยอดทั้งหมดด้วยจำนวนดีล ค่าเฉลี่ยจะถูกผลักขึ้นทันทีจากรายการที่มีขนาดเหนือรอบทั่วไปมาก นักลงทุนที่พิจารณาบริษัทซอฟต์แวร์ระยะต้นจึงอาจไม่ได้เปลี่ยนขนาดเงินที่ยอมลงทุนตามค่าเฉลี่ยนั้น การดูค่ากลางของแต่ละระยะช่วยลดอิทธิพลของดีลที่อยู่นอกกลุ่มเปรียบเทียบ

หากนำยอดหลังหัก DayOne ไปเทียบกับครึ่งแรกปี 2025 โดยไม่ปรับดีลของปีก่อน ยอด 2.75 พันล้านดอลลาร์ยังสูงกว่า 1.86 พันล้านดอลลาร์ราว 48% แต่เมื่อเทียบกับครึ่งหลังปี 2025 ยอดเดียวกันกลับลดลง 21% ความต่างของฐานเวลาอธิบายได้ว่าทำไมคำว่าฟื้นตัวจึงใช้ได้กับการเทียบแบบหนึ่ง แต่ไม่ควรใช้แทนภาพตลาดทั้งปี

สิงคโปร์รับเงิน 92% แต่มีดีลประมาณสองในสาม

สิงคโปร์มี 145 จาก 217 ดีล หรือประมาณ 67% ของจำนวนธุรกรรม ซึ่งต่ำกว่าสัดส่วนมูลค่า 92% อย่างชัดเจน ช่องว่างนี้สะท้อนว่าบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์รับเงินต่อดีลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอื่น โดยรอบของ DayOne เป็นตัวอธิบายสำคัญ ประเทศอื่นรวมกันยังมี 72 ดีล แม้ได้รับเงินรวมเพียงส่วนน้อยของภูมิภาค

หากแบ่งยอดเงินด้วยจำนวนดีลแบบหยาบ เงินต่อธุรกรรมของบริษัทฐานสิงคโปร์ย่อมสูงกว่ากลุ่มประเทศอื่นมาก แต่ค่าเฉลี่ยชนิดนี้ถูก DayOne ดันขึ้นอย่างแรง จึงไม่ใช่ขนาดเช็คที่บริษัททั่วไปควรคาดหวัง ตัวเลขที่มีประโยชน์กว่าคือสัดส่วนเงินหลังหักรอบพิเศษ และจำนวนดีลที่ยังเกิดขึ้นในแต่ละประเทศ สองตัวชี้วัดนี้ช่วยบอกความลึกของตลาดคนละด้าน

ตัวเลข 6.7 พันล้านดอลลาร์เป็นค่าปัดเศษของยอดสิงคโปร์ที่รายงานอย่างละเอียดกว่าเป็น 6.65 พันล้านดอลลาร์ เมื่อลบรอบ DayOne มูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ เงินของบริษัทฐานสิงคโปร์ยังเหลือราว 2.15 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 78% ของยอดภูมิภาคหลังหักดีลนั้น การกระจุกตัวจึงไม่ได้เกิดจาก DayOne เพียงรายเดียว แม้บริษัทนี้ทำให้ความต่างระหว่างสิงคโปร์กับประเทศอื่นกว้างขึ้นมาก

ส่วนแบ่งสิงคโปร์หลังหัก DayOne ยังสูงกว่าครึ่งมาก ในขณะที่เงินที่ตกแก่บริษัทฐานประเทศอื่นรวมกันยังอยู่ใกล้ 0.6 พันล้านดอลลาร์ ผลคำนวณนี้อาศัยยอดภูมิภาคหลังหักและยอดสิงคโปร์ที่ละเอียดกว่า จึงควรอ่านเป็นขนาดโดยประมาณ การกระจุกตัวยังคงอยู่แม้ตัดรายการใหญ่ที่สุดออก และสะท้อนว่าทุนระดับภูมิภาคมีจุดรวมอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของผู้รับเงินจำนวนมาก

วิธีจัดประเทศในข้อมูลนี้ยึดสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่รับเงิน ไม่ใช่ที่ตั้งของลูกค้า พนักงาน ศูนย์ข้อมูล หรือโครงการที่จะใช้เงินลงทุน บริษัทฐานสิงคโปร์อาจขยายกิจการข้ามประเทศได้ ส่วนแบ่งดังกล่าวจึงอธิบายว่าผู้ระดมทุนอยู่ภายใต้ฐานบริษัทของประเทศใด มากกว่าจะบอกว่าเงินทุกดอลลาร์ถูกใช้ภายในสิงคโปร์ ความหมายนี้สำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับไทย ซึ่งบริษัทอาจทำตลาดในไทยแต่เลือกโครงสร้างระดมทุนระดับภูมิภาค

ส่วนต่างระหว่างประเทศไม่ใช่แค่ใครได้เงินมากกว่า ตลาดที่มีดีลจำนวนมากแต่ยอดเฉลี่ยไม่สูง อาจมีช่องทางเข้าถึงเงินสำหรับบริษัทหลายขนาด ขณะที่ตลาดที่มีเงินมากจากรายการเดียวอาจให้ภาพการลงทุนที่ไม่ครอบคลุมผู้ก่อตั้งส่วนใหญ่ การเทียบมาเลเซียกับเวียดนามจึงทำให้เห็นคุณค่าของการมองจำนวนธุรกรรมควบคู่กับยอดรวม ก่อนนำอันดับประเทศไปตีความเป็นความง่ายในการหาเงิน

หากมองเฉพาะประเทศนอกสิงคโปร์ มาเลเซียมีความกว้างของตลาดเด่นกว่าในแง่จำนวนดีล โดยมี 27 ดีล มูลค่า 203 ล้านดอลลาร์ เวียดนามได้เงินมากกว่า คือ 340 ล้านดอลลาร์ จาก 10 ดีล แต่รอบของ Vinpearl มูลค่า 255 ล้านดอลลาร์คิดเป็นสามในสี่ของยอดประเทศ คำว่าตลาดใหญ่จึงเปลี่ยนความหมายตามว่าจะนับมูลค่าทั้งหมด หรือดูจำนวนบริษัทที่ได้เงิน

อินโดนีเซียมี 17 ดีล มูลค่า 104 ล้านดอลลาร์ และไม่มีบริษัทติดกลุ่มยี่สิบรอบใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ส่วนฟิลิปปินส์ระดมทุนได้ 80 ล้านดอลลาร์ โดย Salmon มีสัดส่วน 75% ของยอดประเทศ ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการพึ่งพาธุรกรรมใหญ่ไม่ใช่ลักษณะเฉพาะของสิงคโปร์ แม้ขนาดเงินของแต่ละประเทศจะต่างกันมาก การจัดอันดับด้วยยอดรวมอย่างเดียวอาจทำให้ประเทศที่มีดีลเด่นหนึ่งรายการดูมีตลาดลึกกว่าความเป็นจริง

เวียดนามแสดงความกระจุกตัวอีกแบบหนึ่ง เมื่อหักรอบของ Vinpearl ออกจากยอดประเทศ เงินที่เหลืออยู่ราว 85 ล้านดอลลาร์สำหรับดีลอื่น ส่วนมาเลเซียมีจำนวนดีลมากกว่าเวียดนามเกือบสามเท่า แม้เงินรวมต่ำกว่า ความต่างนี้เตือนว่าตารางอันดับตามมูลค่าอาจสลับตำแหน่งกับตารางตามจำนวนผู้ได้รับทุน และไม่มีตารางใดตารางเดียวอธิบายความหนาแน่นของเครือข่ายผู้ลงทุนได้ครบ

จำนวนบริษัทฐานสิงคโปร์ที่ได้เงินยังมากกว่าประเทศอื่นรวมกันอยู่มาก จึงมีความได้เปรียบด้านจำนวนธุรกรรมควบคู่กับมูลค่า เพียงแต่ความได้เปรียบด้านมูลค่ากว้างกว่ามากเมื่อมีรอบของ DayOne รวมอยู่ด้วย การแยกสองชั้นนี้ช่วยป้องกันการสรุปผิดว่าส่วนแบ่ง 92% หมายถึงเกือบทุกบริษัทที่ปิดดีลในภูมิภาคมีฐานสิงคโปร์

เงินลงทุนยังเคลื่อนไปหากิจการด้านปัญญาประดิษฐ์ กำลังประมวลผล และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีความต้องการเงินต่างจากธุรกิจดิจิทัลที่ขยายได้ด้วยทีมขนาดเล็ก การที่เม็ดเงินกระจุกในกลุ่มนี้ทำให้ยอดรวมภูมิภาคสะท้อนความต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ผู้ก่อตั้งที่ขายบริการแก่ลูกค้าทั่วไปจึงควรอ่านตัวเลขนี้ในฐานะการเปลี่ยนองค์ประกอบของผู้รับทุน ไม่ใช่สัญญาณว่ารอบทุนทุกประเภทมีขนาดใหญ่ขึ้น

เมื่อลบ DayOne ทั้งเงินและจำนวนดีลออก สิงคโปร์ยังมีราว 144 ดีล กับเงินประมาณ 2.15 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ประเทศอื่นรวมกันมี 72 ดีล กับเงินราว 0.6 พันล้านดอลลาร์ ค่าเฉลี่ยต่อดีลของสองกลุ่มยังต่างกัน แม้ช่องว่างแคบลงจากภาพก่อนหัก การคำนวณนี้ชี้ว่าความกระจุกตัวมีทั้งด้านจำนวนผู้รับทุนและขนาดรอบ ไม่ได้หายไปพร้อมดีลใหญ่ที่สุด

เงินของไทยกระจุกตัวเพียงใด

ยอด 130 ล้านดอลลาร์ของไทยมี Amity Solutions เป็นผู้รับเงินส่วนใหญ่ หากใช้สัดส่วน 77% ที่เผยแพร่กับยอดรวมดังกล่าว เงินของบริษัทนี้อยู่ใกล้ 100 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่เหลือสำหรับบริษัทอื่นรวมกันอยู่ราว 30 ล้านดอลลาร์ นี่เป็นการคำนวณจากตัวเลขรวมที่ปัดเศษ จึงเหมาะสำหรับดูขนาดความกระจุกตัว มากกว่าระบุยอดที่ตรวจสอบได้ของแต่ละรอบทุน

เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ ความต่างของไทยจึงมีทั้งเรื่องขนาดเงินและโครงสร้างของผู้รับทุน สิงคโปร์ยังมีมูลค่าระดมทุนสูงมากแม้หัก DayOne แล้ว ขณะที่ยอดไทยหลังหักผู้รับทุนรายใหญ่เหลือฐานที่เล็กกว่ามาก ภาพนี้ไม่ได้วัดคุณภาพของผู้ก่อตั้งไทย แต่ชี้ว่าดีลขนาดใหญ่หนึ่งรายการมีอิทธิพลสูงต่อสถิติประเทศ และโอกาสของบริษัทอื่นต้องดูแยกจากยอดรวม

การหัก Amity Solutions ออกไม่ได้ทำให้เห็นเพียงยอดเงินที่เหลือ แต่ทำให้คำถามเรื่องโอกาสของผู้ก่อตั้งรายอื่นชัดขึ้นด้วย หากเงินส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในหลายดีลขนาดเล็ก ภาพตลาดจะแตกต่างจากกรณีที่ยังมีผู้รับทุนขนาดกลางอีกไม่กี่ราย ข้อมูลยอดรวมเพียงค่าเดียวตอบไม่ได้ว่าบริษัทไทยในระยะ Seed หรือ Series A ได้รับเงินกี่แห่ง จึงไม่ควรนำยอดประเทศไปแทนความเป็นไปได้ของรอบทุนเฉพาะระยะ

ความต่างของฐานสำนักงานใหญ่ยังทำให้การเทียบตัวเลขระดับประเทศมีขอบเขต บริษัทที่ขายในไทยอาจไม่ได้ถูกนับเป็นไทย หากนิติบุคคลที่รับทุนมีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ ในทางกลับกัน ยอดของบริษัทที่นับเป็นสิงคโปร์อาจสนับสนุนการดำเนินงานหลายตลาด ตัวเลขตามสำนักงานใหญ่จึงสะท้อนช่องทางที่ทุนเข้าบริษัท มากกว่าจะเป็นแผนที่ครบถ้วนของเงินที่เข้าสู่กิจกรรมเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ

สำหรับบริษัทไทยระยะเริ่มต้น คำถามที่สัมพันธ์กับโอกาสระดมทุนมากกว่ายอดประเทศคือ นักลงทุนกำลังสนับสนุนกิจการในระยะใด และเงินก้อนถัดไปมาจากกลุ่มเดียวกันได้หรือไม่ ดีลใหญ่ของ Amity Solutions แสดงว่าบริษัทซึ่งอยู่ในสถิติไทยสามารถรับเงินจำนวนมาก แต่ไม่ได้บอกว่าจำนวนผู้ให้ทุนแก่บริษัทที่เพิ่งเริ่มขายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ตัวชี้วัดสองอย่างนี้จึงควรแยกกันในการอ่านตลาด

หากเทียบไทยกับมาเลเซียอย่างตรงไปตรงมา มาเลเซียมีเงินรวมมากกว่าไทย แต่ตัวเลขที่มีนัยต่อผู้ก่อตั้งคือมาเลเซียมีดีลจำนวนมากด้วย ความต่างด้านจำนวนทำให้เห็นว่าทุนกระจายถึงบริษัทหลายรายมากเพียงใด แม้ยังไม่บอกระดับรายได้ คุณภาพของธุรกิจ หรือเงื่อนไขที่ผู้ลงทุนตั้งไว้สำหรับแต่ละรอบ การเห็นทั้งมูลค่าและจำนวนจึงช่วยให้การเปรียบเทียบประเทศไม่หยุดที่อันดับยอดเงิน

ไทยมีสัดส่วนเงินทุนราว 1.8% ของยอดภูมิภาค หากคำนวณจาก 130 ล้านดอลลาร์เทียบกับ 7.25 พันล้านดอลลาร์ สัดส่วนนี้ยิ่งเล็กเมื่อมองควบกับ 92% ของสิงคโปร์ แต่เงินก้อนใหญ่ของ DayOne ก็ทำให้ฐานหารของทุกประเทศสูงผิดปกติ การใช้สัดส่วนเดียวจึงอาจขยายความต่างที่ผู้ก่อตั้งไทยเผชิญในรอบทุนทั่วไปเกินจริง

Seed ได้เงินมากขึ้น ขณะที่ Series A ยังมีคอขวด

ระยะต้นมีภาพสองด้านพร้อมกัน เงินลงทุนรวมเพิ่มขึ้น 56.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็น 1.72 พันล้านดอลลาร์ แต่จำนวนดีลระยะต้นลดลง 11% เหลือ 195 รายการ เงินก้อนที่ใหญ่ขึ้นในบางบริษัทจึงอาจทำให้ยอดระยะต้นสูงขึ้นได้ แม้จำนวนทีมที่ปิดรอบลดลง สำหรับผู้ก่อตั้ง คำว่าเงินระยะต้นเพิ่มจึงไม่ได้เท่ากับมีนักลงทุนพร้อมลงทุนในบริษัทใหม่มากขึ้น

เงินระยะต้นที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นผลจากผู้ลงทุนเลือกให้บริษัทจำนวนน้อยมีเวลาพิสูจน์ตลาดยาวขึ้น การเพิ่มเงินในรอบแรกช่วยลดความจำเป็นต้องกลับมาระดมทุนทันที แต่ก็ทำให้รอบถัดไปถูกคาดหวังให้มีรายได้ ลูกค้า หรือประสิทธิภาพการใช้เงินชัดกว่าเดิม หากจำนวนดีลระยะต้นลดลงพร้อมกัน สัญญาณนี้จึงสะท้อนการคัดเลือกที่เข้มขึ้น มากกว่าการขยายฐานผู้รับทุน

ปลายทางของการระดมทุนรอบถัดไปก็เปลี่ยนไป ค่ากลางของรอบ Series A อยู่ที่ 8 ล้านดอลลาร์ในครึ่งแรกปี 2026 ลดจาก 11.6 ล้านดอลลาร์ในครึ่งหลังปี 2025 ค่ากลางสะท้อนรอบทั่วไปได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อมีธุรกรรมขนาดใหญ่มากปะปนอยู่ หากบริษัทวางแผนใช้เงิน Seed โดยคาดว่ารอบ Series A จะมีขนาดเท่าเดิม การเปลี่ยนแปลงนี้กระทบสมมติฐานเรื่องเวลาและเงินทุนสำหรับขยายทีม

บทวิเคราะห์ของ DealStreetAsia ระบุว่า หลังหัก DayOne ยอดทุนภูมิภาคลดลง 21% จากครึ่งหลังก่อนหน้า และ Minette Navarrete จาก Kickstart Ventures อธิบายท่าทีของผู้ลงทุนว่า “Selectivity is the nature of investing.” ประเด็นนี้ไม่ได้แปลว่ารอบ Seed หยุดเกิดขึ้น แต่สะท้อนว่าการเลือกบริษัทและการจัดเงินสำหรับรอบต่อไปเข้มขึ้น เมื่อเงินจำนวนหนึ่งถูกใช้เพื่อเพิ่มเวลาพิสูจน์ธุรกิจ ผู้รับทุนยังต้องแสดงผลการดำเนินงานก่อนขอเงินสำหรับการขยายตัวอีกขั้น

ช่องว่างระหว่าง Seed กับ Series A มีผลต่อการวางแผนจริง เพราะบริษัทต้องใช้เงินที่ได้มาให้พอจนถึงจุดที่ผู้ลงทุนกลุ่มถัดไปยอมรับ ไม่ใช่เพียงถึงวันที่เงินหมด หากค่ากลางของ Series A เล็กลง บริษัทอาจต้องเลือกระหว่างการขยายตลาดช้าลงกับการหาเงินจากผู้ลงทุนหลายรายขึ้น เงื่อนไขนี้ต่างจากช่วงที่ผู้ก่อตั้งคาดหวังว่ารอบใหม่จะใหญ่กว่ารอบเก่าโดยอัตโนมัติ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขนาดเงินเพียงอย่างเดียว ผู้ลงทุนระยะเติบโตต้องรับความเสี่ยงสูงกว่าในบริษัทที่ต้องใช้ทุนต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีทางออกจากการลงทุนที่ชัดเจน ชั้นเงินทุนสำหรับบริษัทที่มีรายได้และต้องการขยายกิจการในภูมิภาคบางลง บางรายจึงต้องมองหาผู้ร่วมลงทุนจากญี่ปุ่น ฮ่องกง หรือจีนแผ่นดินใหญ่ สำหรับสตาร์ทอัพไทย นี่ทำให้การหาเงินหลัง Seed เป็นโจทย์ที่ต่างจากการหาผู้ลงทุนรายแรก

ตลาดปลายทางสำหรับบริษัทเทคโนโลยีในภูมิภาคยังมีข้อจำกัด เมื่อช่องทางเข้าตลาดหลักทรัพย์มีไม่มาก ผู้ลงทุนระยะเติบโตอาจต้องรอนานกว่าจะขายหุ้นและคืนเงินให้ผู้ลงทุนในกองทุนได้ ระยะรอที่ยาวขึ้นย่อมมีผลต่อความพร้อมของกองทุนที่จะลงเงินในรอบต่อไป โดยเฉพาะดีลที่ต้องใช้ทุนเพิ่มหลายครั้งก่อนมีกำไรหรือออกจากการลงทุน

ภาพของรอบปลายยิ่งขยายความต่างนี้ เงินทุนระยะหลังมีมูลค่า 5.88 พันล้านดอลลาร์ใน 23 ธุรกรรม และส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจาก DayOne เมื่อนำยอดดังกล่าวไปเทียบกับการลดลงของค่ากลาง Series A จะเห็นว่าทุนก้อนใหญ่ไม่ได้กระจายอย่างสม่ำเสมอตามลำดับการเติบโตของบริษัท บริษัทที่ยังไม่ถึงขนาดสำหรับเงินทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือยังไม่มีรายได้มากพอสำหรับผู้ลงทุนระยะเติบโต อาจเผชิญช่องว่างระหว่างรอบ

บริษัทที่ได้รับ Seed ก้อนใหญ่ขึ้นอาจใช้เวลานานขึ้นก่อนเข้าสู่ Series A เพราะต้องพิสูจน์ตลาดให้ถึงเกณฑ์ที่สูงกว่าเดิม ระยะเวลานั้นเป็นโอกาสสำหรับกิจการที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง แต่เป็นแรงกดดันสำหรับบริษัทที่ยังต้องเผาเงินเพื่อหาลูกค้า ข้อมูลครึ่งปีแรกแสดงว่ารูปแบบเงินและจำนวนดีลเปลี่ยนไป ส่วนผลลัพธ์ของบริษัทแต่ละรายต้องดูการดำเนินงานของบริษัทนั้น

ค่ากลาง Series A ที่ลดจาก 11.6 ล้านดอลลาร์เหลือ 8 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นการลดลงราว 31% เมื่อคำนวณจากตัวเลขที่เผยแพร่ ความต่างขนาดนี้อาจเปลี่ยนแผนจ้างงานและระยะเวลาขยายตลาดของบริษัทที่หวังใช้รอบดังกล่าวเป็นทุนหลัก แต่ค่ากลางเป็นเพียงจุดแบ่งของชุดดีล ไม่ได้บอกว่าทุกรอบจะลดลงในอัตราเดียวกัน

ผู้ก่อตั้งไทยควรมองฐานระดมทุนอย่างไร

ส่วนแบ่งของสิงคโปร์เป็นสัญญาณว่าผู้ลงทุนรายใหญ่พบดีลผ่านบริษัทที่มีฐานอยู่ที่นั่นบ่อยมาก แต่ข้อมูลนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าการย้ายสำนักงานใหญ่เป็นสาเหตุให้ได้เงิน การตัดสินใจตั้งบริษัทจึงควรผูกกับตลาดที่ขายจริง แหล่งนักลงทุนที่มีโอกาสเจรจา และขนาดรอบที่ธุรกิจต้องการ บริษัทที่รายได้ ลูกค้า และการดำเนินงานอยู่ในไทยเป็นหลักอาจยังมีเหตุผลที่จะใช้ฐานไทยในช่วงเริ่มต้น

กรอบคิดสำหรับผู้ก่อตั้งจึงเริ่มจากคำถามที่ตรวจได้ในธุรกิจตนเองก่อนว่า ลูกค้าหลักอยู่ประเทศใด นักลงทุนเป้าหมายต้องการลงทุนผ่านนิติบุคคลแบบไหน และเงินจะถูกใช้ที่ใด หากคำตอบส่วนใหญ่ยังอยู่ในไทย การเพิ่มบริษัทต่างประเทศอาจสร้างค่าใช้จ่ายโดยไม่เพิ่มโอกาสระดมทุนอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้ารายได้และการลงทุนข้ามพรมแดนเป็นส่วนหลัก โครงสร้างที่รองรับหลายประเทศอาจช่วยให้การเจรจาเป็นระบบขึ้น

ฐานสิงคโปร์มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อธุรกิจต้องรับทุนจากผู้ลงทุนหลายประเทศ หรือวางแผนขยายกิจการข้ามตลาดตั้งแต่ต้น รูปแบบดังกล่าวอาจช่วยให้ผู้ลงทุนเห็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการใช้เงินในหลายประเทศภายใต้บริษัทเดียว แต่ยังต้องเทียบต้นทุนทางกฎหมาย ภาษี และการบริหารกับประโยชน์ที่ได้รับ สถิติการระดมทุนไม่สามารถแทนเงื่อนไขการลงทุนจริงของบริษัทแต่ละแห่งได้

ไม่มีอัตราส่วนเงินของสิงคโปร์ต่อไทยที่ใช้บอกความน่าจะเป็นของดีลบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้โดยตรง เงินส่วนใหญ่ในตัวเลขสิงคโปร์มาจากผู้รับทุนที่มีขนาดและความต้องการเงินต่างจากบริษัทไทยระยะเริ่มต้น ข้อมูลระดับประเทศมีประโยชน์ในการเห็นแหล่งรวมทุน แต่การเลือกฐานระดมทุนยังต้องอาศัยข้อเสนอจากผู้ลงทุนจริง ลักษณะผู้ถือหุ้น และตลาดที่ธุรกิจตั้งใจเติบโต

ระยะการลงทุนเป็นอีกตัวแบ่งที่สำคัญ บริษัทที่ขอ Seed เพื่อพิสูจน์ว่ามีลูกค้าและรายได้ต้องอธิบายการใช้เงินคนละแบบกับกิจการศูนย์ข้อมูลที่ระดมทุนเพื่อสร้างกำลังการผลิต การเทียบตนเองกับยอดของ DayOne จึงอาจทำให้ประเมินความต้องการเงินสูงเกินเหตุ ส่วนการมองเฉพาะค่ากลาง Seed โดยไม่คิดถึง Series A อาจทำให้ประเมินเงินสำหรับการเติบโตช่วงถัดไปต่ำไป

ทุนจากบริษัทขนาดใหญ่ กองทุนภาครัฐ และสินเชื่อเอกชนอาจเข้ามามีบทบาทในตลาดที่เงินจากกองทุนร่วมลงทุนแบบเดิมเลือกดีลมากขึ้น แหล่งเงินแต่ละแบบมีเงื่อนไขและภาระไม่เหมือนกัน ผู้ก่อตั้งจึงต้องดูว่าธุรกิจต้องการผู้ถือหุ้นระยะยาว เงินกู้ที่ต้องชำระคืน หรือผู้ร่วมลงทุนเชิงกลยุทธ์ ความนิยมของสิงคโปร์ในสถิติเงินทุนไม่อาจตอบแทนคำถามเรื่องชนิดเงินที่เหมาะกับกิจการไทยได้

หากบริษัทไทยต้องระดมทุนข้ามประเทศตั้งแต่ต้น การมีนิติบุคคลที่นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้สะดวกอาจเป็นประเด็นเจรจา แต่การย้ายฐานควรเกิดจากความต้องการของดีลที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงเห็นยอดเงินสูงในสถิติสิงคโปร์ โครงสร้างบริษัทเพิ่มภาระบัญชี กฎหมาย และการจัดการข้ามเขตอำนาจ ซึ่งอาจหนักสำหรับทีมที่ยังอยู่ในขั้นพิสูจน์ตลาด

ข้อมูลครึ่งปีแรกทิ้งโจทย์ที่เป็นรูปธรรมไว้สำหรับครึ่งหลังปี 2026 ว่าจำนวนดีลจะกลับมาเพิ่มขึ้นหรือไม่ เงินหลังตัดธุรกรรมใหญ่จะขยายตัวได้เพียงใด และค่ากลางของ Series A จะหยุดลดลงหรือยัง หากตัวชี้วัดเหล่านี้ปรับดีขึ้นพร้อมกัน ผู้ก่อตั้งไทยจึงจะมีหลักฐานมากขึ้นว่าตลาดทุนสำหรับบริษัททั่วไปเปิดกว้างขึ้นจริง

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0