ไทยจับมือ Google วางมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว รับลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|2 นาทีในการอ่าน| 1
ไทยจับมือ Google วางมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว รับลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์

รัฐบาลไทยระบุ ว่าเมื่อ 23 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบ Ruth Porat ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Alphabet และ Google ที่สำนักงาน Google ณ Pier 57 นครนิวยอร์ก เพื่อหารือการพัฒนามาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การหารือเกิดขึ้นควบคู่กับแผนลงทุนเดิมของ Google มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุมดาต้าเซ็นเตอร์ในชลบุรีและ Google Cloud Region ในกรุงเทพฯ วงเงินนี้จึงเป็นแผนที่ประกาศไว้ก่อนการพบกัน ไม่ใช่เงินลงทุนก้อนใหม่ที่เพิ่งตกลงในนิวยอร์ก

The Nation รายงานว่าประเด็นบนโต๊ะหารือรวมถึงพลังงานสะอาด ประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า การจัดการน้ำ และชุมชนรอบพื้นที่ตั้ง Porat ระบุว่าบริษัทได้ลงทุนในพื้นที่ชลบุรีภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกแล้ว ส่วนรัฐบาลต้องการใช้ความรู้และประสบการณ์ของ Google ช่วยยกระดับแนวทางสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ของไทย สถานะที่แยกให้ออกในเวลานี้คือ โครงการลงทุนเดินหน้าแล้ว บริการคลาวด์ในกรุงเทพฯ เปิดแล้ว แต่มาตรฐานสีเขียวที่หารือกันยังต้องพัฒนาเป็นหลักเกณฑ์

ชลบุรีเป็นโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ เป็น Cloud Region ที่เปิดแล้ว

แผนลงทุนของ Google มีองค์ประกอบต่างหน้าที่กัน ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นสถานที่สำหรับระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สนับสนุน ขณะที่ Cloud Region คือพื้นที่ให้บริการคลาวด์ที่ลูกค้าเลือกใช้เพื่อประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูล การระบุชื่อชลบุรีกับกรุงเทพฯ ในแผนเดียวกันจึงไม่ได้หมายความว่าสถานที่ทั้งสองเปิดดำเนินงานในวันเดียวกัน ความต่างนี้สำคัญ เพราะประโยชน์ด้านบริการกับภาระด้านไฟฟ้าและน้ำเกิดขึ้นและตรวจวัดคนละขั้นตอน

ประกาศของ Google เมื่อ 30 กันยายน 2567 วางแผนลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกำหนดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกของบริษัทในไทยไว้ที่ชลบุรี และ Cloud Region ไว้ที่กรุงเทพฯ บริษัทอธิบายว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะรองรับความต้องการใช้ Google Cloud นวัตกรรม AI และบริการของบริษัท ส่วน Cloud Region จะทำให้องค์กรในไทยเข้าถึงทรัพยากรประมวลผลและบริการคลาวด์ได้จากภูมิภาคในประเทศ นั่นคือขอบเขตของคำประกาศเดิมก่อนรัฐบาลหยิบแผนนี้มาหารือร่วมกับเรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

สำหรับชลบุรี คำกล่าวว่ามีการลงทุนในพื้นที่แล้วบอกความคืบหน้าของโครงการ แต่ยังไม่บอกว่าสถานที่เปิดให้บริการแล้วหรือใช้ทรัพยากรจริงเท่าใด ข้อมูลจากการพบกันที่นิวยอร์กไม่ได้ระบุวันเปิดดำเนินงาน ขนาดกำลังไฟฟ้า หรือปริมาณน้ำของโครงการ การประเมินผลกระทบต่อพื้นที่จึงต้องอาศัยรายละเอียดของอาคาร ระบบหล่อเย็น และการจ่ายสาธารณูปโภคเมื่อมีการเปิดเผย ไม่ใช่อาศัยวงเงินลงทุนรวมของทั้งแผนเพียงตัวเดียว

สถานะของกรุงเทพฯ ชัดกว่า เพราะ Google Cloud ประกาศเปิด Cloud Region ในกรุงเทพฯ เมื่อ 21 มกราคม 2569 พร้อมทางเลือกให้ลูกค้าเก็บข้อมูลที่กำหนดไว้ภายในประเทศไทย บริการในภูมิภาคนี้ช่วยให้องค์กรเข้าถึงความสามารถด้านคลาวด์และ AI จากที่ตั้งในประเทศได้ แต่การเก็บข้อมูลในประเทศยังขึ้นกับบริการและการตั้งค่าที่ลูกค้าเลือก การเปิด Cloud Region จึงเป็นข้อเท็จจริงด้านบริการที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ได้ใช้แทนหลักฐานว่าดาต้าเซ็นเตอร์ชลบุรีเปิดใช้งานแล้ว

ที่ตั้งของบริการมีผลต่อองค์กรซึ่งต้องการกำหนดว่าข้อมูลบางชุดจะจัดเก็บหรือประมวลผลที่ใด โดยเฉพาะงานที่มีข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลหรือความหน่วงของระบบ อย่างไรก็ดี ชื่อ Cloud Region บอกขอบเขตการให้บริการ ไม่ได้แจกแจงการใช้ไฟฟ้าและน้ำของสถานที่ทุกแห่งที่เกี่ยวข้องกับบริการนั้น การติดตามต้นทุนทรัพยากรจึงต้องกลับไปดูข้อมูลของแต่ละสถานที่และวิธีดำเนินงานจริง

กรอบสีเขียวต้องตอบเรื่องไฟฟ้า น้ำ และพื้นที่ตั้ง

ประเด็นสิ่งแวดล้อมในการหารือกับ Google มีความหมายกว้างกว่าการใช้คำว่า “สีเขียว” รัฐบาลพูดถึงพลังงานสะอาด ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และความเป็นอยู่ของชุมชนรอบโครงการ หากจะใช้หัวข้อเหล่านี้พิจารณาดาต้าเซ็นเตอร์ได้จริง เกณฑ์ต้องบอกว่าข้อมูลใดต้องรายงาน ใครเป็นผู้ตรวจ และใช้ผลอย่างไรในการอนุญาตหรือกำกับดูแล ข้อมูลการหารือที่เผยแพร่ยังไม่ได้กำหนดค่าผ่านเกณฑ์เฉพาะสำหรับโครงการของ Google

รายงานการประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์วันที่ 23 กันยายน 2569 ระบุว่าที่ประชุมพิจารณาใช้ปริมาณพลังงานเป็นเกณฑ์เกี่ยวกับการขออนุญาต การลงทะเบียน รายงานประจำปี และแผนบริหารทรัพยากร พร้อมพิจารณาพื้นที่ตั้งตามผังเมืองและกลไกกลั่นกรองการจัดสรรไฟฟ้ากับน้ำ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยังกล่าวถึงการพัฒนาระบบ Dashboard TH-DC เพื่อติดตามสถานะโครงการตั้งแต่ยื่นคำขอจนถึงการดำเนินงาน รายการเหล่านี้เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์และพัฒนาระบบติดตาม จึงยังไม่ใช่ตัวเลขประสิทธิภาพที่ทุกโครงการต้องผ่าน

ตัวเลขด้านไฟฟ้าควรแยกอย่างน้อยระหว่างกำลังไฟฟ้าที่โครงการขอรองรับกับไฟฟ้าที่ใช้จริง กำลังไฟฟ้าตามแผนช่วยหน่วยงานมองภาระที่อาจเกิดกับโครงข่าย ส่วนการใช้จริงจะแสดงภาระเมื่อสถานที่ดำเนินงานแล้ว ทั้งสองค่าอาจเปลี่ยนตามระยะก่อสร้าง การติดตั้งอุปกรณ์ และปริมาณงานประมวลผล หากนำตัวเลขคนละประเภทไปเทียบกันโดยไม่บอกช่วงเวลา ก็อาจประเมินความต้องการของพื้นที่สูงหรือต่ำเกินจริง

การใช้ไฟฟ้ารวมยังไม่เท่ากับไฟฟ้าที่ส่งถึงอุปกรณ์ประมวลผล อาคารต้องจ่ายไฟให้ระบบระบายความร้อน การจ่ายไฟภายใน และส่วนสนับสนุนอื่นด้วย การเปรียบเทียบประสิทธิภาพจึงต้องดูทั้งไฟฟ้ารวมและส่วนที่ใช้กับงานคอมพิวเตอร์ภายใต้ช่วงเวลาวัดเดียวกัน สถานที่ที่มีภาระประมวลผลต่างกันอาจใช้ไฟฟ้ารวมต่างกันมาก แม้ระบบอาคารมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน

คำว่าใช้พลังงานสะอาดก็ต้องมีขอบเขตการนับที่ชัดเจน ข้อมูลที่จำเป็นอาจรวมถึงแหล่งพลังงาน วิธีจัดหา ปริมาณที่นับให้โครงการ และช่วงเวลาที่นำมาเทียบกับการใช้ไฟฟ้า การซื้อพลังงานสะอาดตามสัญญากับการมีไฟฟ้าจากแหล่งนั้นรองรับการใช้ในช่วงเวลาหนึ่งเป็นคำถามคนละข้อ หากกฎในอนาคตไม่ระบุวิธีคำนวณ ผู้ประกอบการอาจใช้คำเดียวกันทั้งที่รายงานผลบนฐานต่างกัน

ด้านน้ำต้องดูมากกว่าปริมาณที่รับเข้าพื้นที่ ระบบหล่อเย็นแต่ละแบบอาจมีความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ไฟฟ้ากับการใช้น้ำต่างกัน ข้อมูลเรื่องแหล่งน้ำ ปริมาณที่นำมาใช้ น้ำที่หมุนเวียนกลับ และน้ำที่ระบายออกจะช่วยให้เห็นผลต่อพื้นที่ชัดขึ้น ความสำคัญของตัวเลขเหล่านี้ขึ้นกับฤดูกาลและแหล่งน้ำของจังหวัดด้วย เพราะปริมาณเท่ากันอาจสร้างแรงกดดันต่างกันในแต่ละพื้นที่

เกณฑ์เรื่องชุมชนต้องผูกกับผลที่เกิดนอกขอบอาคาร เช่น ความต้องการไฟฟ้าและน้ำของโครงการสัมพันธ์กับความสามารถในการให้บริการแก่ผู้ใช้อื่นในพื้นที่อย่างไร การกลั่นกรองพื้นที่ตั้งตามผังเมืองช่วยพิจารณาว่ากิจการขนาดหนึ่งเหมาะกับบริเวณใด ส่วนข้อมูลโครงการที่ปรับปรุงต่อเนื่องช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังได้รับอนุญาต ทั้งหมดนี้เป็นหน้าที่ของระบบกำกับดูแลที่กำลังพัฒนา ไม่ใช่ผลด้านสิ่งแวดล้อมที่พิสูจน์ได้แล้วจากการพบผู้บริหารบริษัท

การกำกับดูแลจะกำหนดต้นทุนจริงของโครงสร้างพื้นฐาน AI

ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นฐานให้บริการประมวลผลที่องค์กรนำไปใช้กับ AI ได้ แต่ความสามารถที่ขยายขึ้นต้องมีไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และพื้นที่รองรับ การหารือครั้งนี้จึงทำให้คำถามเรื่องทรัพยากรอยู่ในวงเดียวกับการดึงดูดการลงทุน หากรัฐกำหนดเพียงขั้นตอนรับโครงการโดยไม่มีข้อมูลการใช้ทรัพยากรจริง ก็จะมองเห็นมูลค่าเงินลงทุนก่อนเห็นภาระที่ระบบสาธารณูปโภคต้องรับ

แนวคิดใช้ปริมาณพลังงานเป็นเกณฑ์กำกับดูแลอาจทำให้โครงการที่มีขนาดหรือภาระต่างกันถูกพิจารณาต่างกัน แต่รายละเอียดจะขึ้นกับนิยามที่ออกจริง หน่วยงานต้องระบุว่าจะใช้กำลังไฟฟ้าที่ขอ การใช้ไฟฟ้าที่คาดการณ์ หรือการใช้จริงเป็นตัวตั้ง และจะปรับสถานะอย่างไรเมื่อโครงการขยายกำลังประมวลผล การเลือกตัวตั้งมีผลต่อทั้งผู้ยื่นขออนุญาตและผู้วางแผนโครงข่าย เพราะข้อมูลแต่ละชุดตอบคนละคำถาม

ระบบติดตามสถานะโครงการมีคุณค่าหากเชื่อมขั้นตอนอนุญาตเข้ากับข้อมูลพื้นที่ตั้งและทรัพยากร หน่วยงานจะเห็นว่าพื้นที่ใดมีคำขออยู่ระหว่างพิจารณา โครงการใดได้รับอนุญาตแล้ว และโครงการใดเริ่มดำเนินงาน การนับทุกคำขอเป็นความต้องการไฟฟ้าที่เกิดขึ้นทันทีอาจทำให้ภาพรวมคลาดเคลื่อน ขณะเดียวกัน การมองเฉพาะสถานที่ที่เปิดแล้วก็อาจทำให้เตรียมสาธารณูปโภคช้าเกินไป

กรอบระดับประเทศยังต้องสัมพันธ์กับลักษณะของแต่ละพื้นที่ ชลบุรีเป็นที่ตั้งโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ของ Google และอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก แต่การมีชื่อโครงการในพื้นที่ไม่ได้บอกว่าสายส่งไฟฟ้า แหล่งน้ำ หรือผังเมืองทุกจุดรองรับได้เท่ากัน การพิจารณาความเหมาะสมจึงต้องใช้ข้อมูลที่ละเอียดกว่าชื่อจังหวัด พร้อมแยกความต้องการในระยะก่อสร้างออกจากช่วงเปิดดำเนินงาน

สำหรับบริษัทที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความชัดเจนของเกณฑ์ช่วยให้รู้ตั้งแต่ต้นว่าต้องเตรียมข้อมูลและออกแบบระบบตามข้อกำหนดใด สำหรับรัฐ เกณฑ์เดียวกันช่วยให้เปรียบเทียบโครงการที่ยื่นเข้ามาบนฐานร่วมกันได้ หากมาตรฐานระบุวิธีวัดไฟฟ้า น้ำ และพลังงานสะอาดอย่างตรวจสอบได้ การตัดสินใจเรื่องพื้นที่และทรัพยากรก็จะสัมพันธ์กับภาระของโครงการมากกว่าตัวเลขเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว

มูลค่าเศรษฐกิจที่คาดการณ์ยังไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้น

เงินลงทุน บริการที่เปิดแล้ว และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นข้อมูลต่างประเภท เงินลงทุนแสดงแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท การเปิด Cloud Region เป็นสถานะบริการที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจขึ้นกับการนำบริการไปใช้ในอนาคต จึงไม่ควรรวมตัวเลขเหล่านี้เป็นผลลัพธ์เดียวของการหารือเรื่องมาตรฐานสีเขียว

Google เคยประเมินในประกาศแผนลงทุนเดิมว่าโครงสร้างพื้นฐานที่วางแผนจะมีส่วนเพิ่มมูลค่าให้ GDP ไทยประมาณ 1.4 แสนล้านบาทภายในปี 2572 และสร้างงานเฉลี่ย 14,000 ตำแหน่งต่อปีในช่วงปี 2568–2572 ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ที่บริษัทอ้างจากการศึกษาของ Deloitte โดยครอบคลุมแผนลงทุนที่ประกาศในเวลานั้น จึงไม่ได้หมายความว่ามูลค่าและงานทั้งหมดเกิดขึ้นแล้ว

เมื่อเปิด Cloud Region ในกรุงเทพฯ Google Cloud เสนอประมาณการอีกชุดว่าในช่วงห้าปีภูมิภาคคลาวด์นี้อาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1.4 ล้านล้านบาท และรองรับงานเฉลี่ย 130,000 ตำแหน่งต่อปี ตัวเลขชุดหลังกล่าวถึง Cloud Region และใช้กรอบเวลาของการคาดการณ์หลังเปิดบริการ ขณะที่ตัวเลขชุดก่อนกล่าวถึงแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในวันที่ประกาศ การเทียบสองชุดโดยไม่แยกขอบเขตโครงการ ช่วงเวลา และวิธีประเมิน จะทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นยอดที่ต้องบวกกันหรือเป็นผลที่จ่ายออกมาแล้ว

ผลด้านสิ่งแวดล้อมก็ต้องแยกตามสถานะเช่นเดียวกัน การหารือร่วมกันทำให้เห็นหัวข้อที่จะใช้กำหนดมาตรฐาน แต่ยังไม่ให้ข้อมูลพอจะสรุปประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าหรือน้ำของดาต้าเซ็นเตอร์ชลบุรี สิ่งที่จะเปลี่ยนข้อเสนอให้เป็นเกณฑ์ใช้งานจริงคือการประกาศนิยาม วิธีวัด และขั้นตอนรายงานข้อมูลของบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เมื่อนั้นจึงจะเห็นได้ชัดว่ากรอบสีเขียวมีผลต่อการอนุญาตและการดำเนินงานของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทยอย่างไร

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0