ยุทธศาสตร์ชิปไทยตั้งเป้า 8 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่คอขวดคือคน

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|2 นาทีในการอ่าน| 1
ยุทธศาสตร์ชิปไทยตั้งเป้า 8 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่คอขวดคือคน

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมเปิดโรงงานชิปควบคุมพลังงานของ Infineon ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยรายงานของ The Nation ระบุมูลค่าโครงการประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ หรือ 48,000 ล้านบาท การเปิดโรงงานทำให้ไทยมีฐานประกอบและทดสอบแห่งใหม่ที่ดำเนินงานแล้ว ขณะที่งานออกแบบชิปและการผลิตเวเฟอร์เต็มกระบวนการยังเป็นเป้าหมายของยุทธศาสตร์ระยะต่อไป รัฐบาลเชื่อมโครงการนี้กับความพยายามสร้างบุคลากรและผู้ส่งมอบในประเทศ แต่ผลดังกล่าวต้องเกิดจากการขยายงานจริงหลังพิธีเปิด

ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงฉบับแรกที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านั้น ตั้งเป้าเงินลงทุนสะสมประมาณ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ รายได้อุตสาหกรรมต่อปีประมาณ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ และงานใหม่มากกว่า 230,000 ตำแหน่งภายในปี 2593 ตามรายละเอียดแผนของบีโอไอ แผนเดียวกันกำหนดหมุดหมายปี 2573 และ 2583 พร้อมเป้าพัฒนาบุคลากร 86,600 คนภายในปี 2573 ตัวเลขเงินลงทุนและการจ้างงานระยะยาวจึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้เกิด ไม่ใช่ยอดที่เกิดขึ้นจากการเปิดโรงงานแห่งเดียว

โรงงานที่เปิดแล้วทำงานส่วนไหน

ฐานใหม่ของ Infineon เพิ่มความสามารถด้านการประกอบและทดสอบชิปควบคุมพลังงาน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไทยมีพื้นฐานอยู่ก่อนแล้ว ชิปประเภทนี้ควบคุมและแปลงพลังงานไฟฟ้าในระบบที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องจักร และโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน โรงงานจึงเชื่อมกับอุตสาหกรรมปลายทางที่มีอยู่ในประเทศได้โดยตรง ส่วนความเชื่อมโยงนั้นจะสร้างคำสั่งซื้อให้บริษัทไทยมากเพียงใดขึ้นกับการคัดเลือกผู้ส่งมอบและงานพัฒนาร่วมในอนาคต

ข้อมูลการเปิดโรงงานของ Infineon ระบุว่าพื้นที่มีพนักงานราว 350 คน และคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 1,000 คนเมื่ออาคารแรกหรือ Module A ขยายการดำเนินงานเต็มขึ้น บริษัทออกแบบพื้นที่ให้รองรับการขยายได้ถึงห้าอาคาร โดยอาคารที่เปิดแล้วมีห้องคลีนรูม ระบบอัตโนมัติ งานประกอบ งานทดสอบชิป และการทดสอบเวเฟอร์ จำนวนคนและกำลังผลิตของอาคารในอนาคตยังขึ้นอยู่กับการลงทุนและการเปิดดำเนินงานในแต่ละระยะ

การทดสอบเวเฟอร์ช่วยคัดแยกชิ้นส่วนที่ผ่านเกณฑ์ก่อนนำไปประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ งานนี้ต้องใช้เครื่องมือวัด การควบคุมคุณภาพ และวิศวกรที่เข้าใจพฤติกรรมของชิป จึงเพิ่มทักษะที่มีคุณค่าให้ฐานผลิตในไทย อย่างไรก็ตาม งานทดสอบเริ่มจากเวเฟอร์ที่ผลิตมาแล้ว ขณะที่การผลิตเวเฟอร์ต้องสร้างวงจรลงบนแผ่นวัสดุด้วยกระบวนการผลิตอีกชุดหนึ่ง

คำอธิบายห่วงโซ่การผลิตของสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แยกงานวิจัย การออกแบบ การผลิตวงจรบนเวเฟอร์ และการประกอบทดสอบออกเป็นขั้นตอนต่างกัน ความแตกต่างนี้ทำให้เห็นตำแหน่งของโรงงานใหม่ชัดขึ้น: การมีเครื่องทดสอบเวเฟอร์และห้องคลีนรูมเพิ่มความสามารถด้านการผลิต แต่ยังไม่เท่ากับการมีโรงงานผลิตเวเฟอร์ครบกระบวนการในไทย หากจะขยับขึ้นไปอีกขั้น ประเทศต้องดึงทั้งผู้ลงทุน เครื่องมือ ผู้เชี่ยวชาญกระบวนการ และงานออกแบบที่สัมพันธ์กับสายการผลิตนั้นเข้ามา

โรงงานยังมีบทบาทด้านความต่อเนื่องของเครือข่ายผลิตของ Infineon บริษัทสามารถกระจายงานประกอบและทดสอบไปยังฐานในภูมิภาคที่ใกล้ลูกค้าและซัพพลายเออร์มากขึ้น สำหรับไทย ผลที่จับต้องได้ในขณะนี้คือกิจกรรมผลิตและตำแหน่งงานในอาคารแรก ส่วนการเป็นฐานที่มีงานวิจัยและผู้ส่งมอบท้องถิ่นจำนวนมากยังต้องอาศัยการพัฒนาต่อเนื่อง การแยกสิ่งที่เปิดแล้วออกจากสิ่งที่ออกแบบเผื่อขยายจึงจำเป็นต่อการประเมินผลของโครงการ

แผนสามระยะจะเติมช่องว่างอย่างไร

ยุทธศาสตร์เริ่มจากฐานประกอบและทดสอบที่ไทยทำอยู่ แล้วค่อยขยายไปสู่กิจกรรมซึ่งต้องใช้เงินทุนและทักษะต่างออกไป การเรียงลำดับเช่นนี้ทำให้แต่ละช่วงมีโจทย์เฉพาะ ไม่ควรนับการเพิ่มโรงงานปลายน้ำว่าเติมห่วงโซ่ครบแล้ว ระยะแรกเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ชิปที่ซับซ้อนขึ้น ระยะกลางเกี่ยวกับการออกแบบและการผลิตต้นน้ำ ส่วนระยะปลายมุ่งให้กิจกรรมเหล่านั้นเชื่อมเป็นระบบภายในประเทศ

  • ปี 2573: ขยายจุดแข็งด้านประกอบและทดสอบ ยกระดับบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง และเตรียมฐานสำหรับการผลิตเวเฟอร์ งานเตรียมฐานหมายถึงการจัดพื้นที่ สาธารณูปโภค เครื่องมือ และคนให้พร้อมสำหรับผู้ลงทุน ไม่ได้หมายความว่าโรงงานต้นน้ำทุกประเภทจะเปิดดำเนินการภายในปีนั้น
  • ปี 2583: ดึงผู้ลงทุนหลักในงานออกแบบชิป การผลิตเวเฟอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาเติมช่องว่างของห่วงโซ่ ผู้ลงทุนเหล่านี้ต้องทำงานร่วมกับบุคลากรและผู้ส่งมอบที่รองรับมาตรฐานการผลิตได้ มิฉะนั้นกิจกรรมมูลค่าสูงอาจเชื่อมกับเศรษฐกิจในประเทศได้จำกัด
  • ปี 2593: ตั้งเป้าให้ไทยมีห่วงโซ่อุปทานในประเทศที่ครบขึ้น พร้อมเงินลงทุนสะสม รายได้อุตสาหกรรมต่อปี และงานใหม่ตามเป้าระยะยาว ความครบของห่วงโซ่ต้องเห็นจากบริษัท โรงงาน ทีมออกแบบ และคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงรายชื่อกิจกรรมในแผน

เงินลงทุนสะสมกับรายได้ต่อปีเป็นคนละตัวชี้วัด เงินลงทุนสะสมรวมมูลค่าโครงการในช่วงเวลายาว ขณะที่รายได้ต่อปีต้องเกิดจากการขายสินค้าและบริการในปีนั้น โครงการขนาดใหญ่จึงอาจช่วยให้ยอดลงทุนเข้าใกล้เป้าโดยที่รายได้ยังต้องรอการผลิตเต็มกำลัง เช่นเดียวกับงานที่คาดว่าจะเกิดซึ่งต้องแยกจากตำแหน่งที่เปิดรับและคนที่เริ่มทำงานแล้ว

ก่อนยุทธศาสตร์ได้รับอนุมัติ ไทยมีการยื่นขอรับการส่งเสริมลงทุนในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงอยู่แล้ว แต่คำขอเป็นขั้นหนึ่งก่อนการก่อสร้าง ติดตั้งเครื่องจักร และเริ่มผลิตจริง ยอดคำขอจึงบอกความสนใจของนักลงทุนได้มากกว่าความสามารถที่ประเทศมีในวันนี้ การติดตามโครงการที่เปิดดำเนินงานจะช่วยเห็นว่าเงินกำลังเข้าสู่ขั้นตอนใดของห่วงโซ่

แผนให้ความสำคัญกับโฟโตนิกส์ ชิปควบคุมพลังงาน และเซนเซอร์ เพราะแต่ละกลุ่มเชื่อมกับความต้องการปลายทางและความสามารถเดิมของไทย โฟโตนิกส์เกี่ยวกับการส่งและประมวลผลสัญญาณแสง ชิปควบคุมพลังงานเกี่ยวกับการจัดการไฟฟ้า ส่วนเซนเซอร์เกี่ยวกับการตรวจจับสภาพแวดล้อมหรือการเคลื่อนไหว ชื่อกลุ่มเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยกำหนดทิศทางการดึงผู้ลงทุน แต่การทำงานจริงในแต่ละกลุ่มต้องใช้เครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญต่างกัน

เหตุใดเป้าการจ้างงานจึงติดที่ทักษะ

เป้าพัฒนาบุคลากรระยะแรกกับเป้างานใหม่ระยะยาววัดคนละเรื่อง คนที่ผ่านหลักสูตรอาจยังไม่เข้าทำงานในโรงงานหรือทีมออกแบบ ขณะที่ตำแหน่งงานบางประเภทต้องการประสบการณ์เฉพาะซึ่งหลักสูตรระยะสั้นให้ไม่ได้ การนำตัวเลขทั้งสองมาหักลบกันตรง ๆ จึงไม่บอกจำนวนคนที่ขาด แต่ชี้ว่าประเทศต้องสร้างทางเชื่อมจากการเรียนและการฝึกไปสู่การจ้างงานจริง

สายประกอบและทดสอบต้องการช่างเทคนิค วิศวกรคุณภาพ ผู้ดูแลระบบอัตโนมัติ และคนที่แก้ปัญหาเมื่อผลผลิตไม่ผ่านเกณฑ์ งานเหล่านี้มีทักษะสูงและเป็นส่วนสำคัญของโรงงานที่เปิดแล้ว หากกระบวนการทดสอบแม่นยำและผลิตได้สม่ำเสมอ โรงงานย่อมส่งมอบชิ้นส่วนตามข้อกำหนดของลูกค้าได้ดีขึ้น แต่ทักษะชุดนี้ไม่สามารถแทนทีมออกแบบวงจรหรือผู้เชี่ยวชาญการผลิตเวเฟอร์ทั้งหมดได้

งานออกแบบต้องแปลงความต้องการของผลิตภัณฑ์เป็นสถาปัตยกรรมวงจร ตรวจสอบการทำงาน และปรับแบบให้ผลิตได้จริง งานผลิตเวเฟอร์ต้องควบคุมกระบวนการที่สร้างวงจรบนวัสดุและรักษาคุณภาพผลผลิต ส่วนงานวิจัยต้องทดลองวัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีผลิตใหม่ พร้อมส่งผลกลับไปให้ทีมออกแบบและโรงงาน ความเชี่ยวชาญเหล่านี้พัฒนาได้จากการเรียนควบคู่กับเครื่องมือ โครงการจริง และการทำงานกับผู้มีประสบการณ์

ในระดับโรงงาน บีโอไอกำหนดเงื่อนไขด้านบุคลากรไว้พร้อมการส่งเสริมลงทุน โดยประกาศของบีโอไอ ระบุแผนพัฒนาคนไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 600 คน แบ่งเป็นวิศวกรสายการผลิตกว่า 400 คน และสายวิจัยและพัฒนากว่า 200 คน พร้อมส่งคนไทยกว่า 130 คนไปฝึกเทคโนโลยีเฉพาะทางในต่างประเทศ แผนยังครอบคลุมหลักสูตรอย่างน้อย 60 วิชา นักศึกษาปริญญาตรีอย่างน้อย 1,100 คน และงานวิจัยร่วมกับสถาบันไทยอย่างน้อย 18 โครงการ ตัวเลขเหล่านี้เป็นภารกิจและความร่วมมือที่วางไว้ โดยต้องติดตามจำนวนผู้ผ่านการฝึกและงานที่เกิดขึ้นจริง

การแยกสายการผลิตออกจากสายวิจัยในเงื่อนไขดังกล่าวมีความหมายต่อเป้าหมายระดับประเทศ วิศวกรผลิตช่วยให้โรงงานเดินเครื่องและแก้ปัญหาคุณภาพได้ ขณะที่ทีมวิจัยมีโอกาสพัฒนากระบวนการหรือผลิตภัณฑ์ร่วมกับบริษัทในไทย หากการฝึกทั้งหมดมุ่งรองรับเฉพาะกำลังผลิตปัจจุบัน ความสามารถด้านการออกแบบและต้นน้ำก็จะโตช้ากว่าเป้าหมายด้านจำนวนงาน การมีโครงการวิจัยร่วมจึงสำคัญเมื่อมีโจทย์จริงและมีคนทำงานต่อเนื่องหลังโครงการเริ่มต้น

มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของทางเชื่อมนี้ หลักสูตรให้ความรู้พื้นฐาน การฝึกในโรงงานทำให้เห็นข้อกำหนดด้านคุณภาพ และงานวิจัยร่วมเปิดโอกาสให้แก้ปัญหาที่เกิดในกระบวนการผลิตจริง ผลลัพธ์ที่ต้องการไม่ใช่เพียงจำนวนรายวิชาที่เปิด แต่รวมถึงผู้เรียนที่ทำงานกับเครื่องมือได้และทีมที่รับโจทย์จากอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเงื่อนไขของการขยายจากงานปัจจุบันไปสู่งานที่ซับซ้อนขึ้น

เงินลงทุนจะกลายเป็นความสามารถในไทยเมื่อใด

ยุทธศาสตร์วางกลไกทั้งสิทธิประโยชน์ เงินสนับสนุน และสินเชื่อสำหรับดึงการลงทุน ควบคู่กับการพัฒนาคน โครงสร้างพื้นฐานวิจัย พื้นที่อุตสาหกรรมที่มีสาธารณูปโภคพร้อม และการปรับกฎระเบียบ แต่ละส่วนแก้ข้อจำกัดคนละด้าน สิทธิประโยชน์ช่วยให้โครงการตัดสินใจเข้ามาได้ง่ายขึ้น ส่วนไฟฟ้า น้ำ เครื่องมือวิจัย และบุคลากรเป็นเงื่อนไขให้โครงการดำเนินงานและขยายกิจกรรมได้จริง

สำหรับงานผลิตเวเฟอร์ ความพร้อมของพื้นที่มีความหมายมากกว่าการมีที่ดิน โรงงานต้องพึ่งระบบสาธารณูปโภคที่เชื่อถือได้และการควบคุมกระบวนการอย่างเข้มงวด หากผู้ลงทุนต้องสร้างองค์ประกอบเหล่านี้เองทั้งหมด ต้นทุนและเวลาที่ใช้เริ่มโครงการย่อมเพิ่มขึ้น การเตรียมพื้นที่ตามยุทธศาสตร์จึงเป็นงานรองรับการลงทุนต้นน้ำ ไม่ใช่หลักฐานว่ากำลังผลิตต้นน้ำเกิดขึ้นแล้ว

การสร้างผู้ส่งมอบไทยเป็นอีกขั้นของการแปลงเงินลงทุนให้เกิดมูลค่าในประเทศ โรงงานขนาดใหญ่ซื้อชิ้นส่วน บริการ และความเชี่ยวชาญจากหลายฝ่าย แต่ผู้ประกอบการท้องถิ่นจะได้รับงานก็ต่อเมื่อผ่านข้อกำหนดด้านคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และการส่งมอบ ความร่วมมือระหว่างบริษัทใหญ่ สมาคมอุตสาหกรรม และผู้ผลิตในไทยจึงต้องนำไปสู่การคัดเลือกและพัฒนาผู้ส่งมอบจริง จำนวนบริษัทที่เข้าประชุมหรือแสดงความสนใจยังบอกผลทางธุรกิจไม่ได้

ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มากับโรงงานใหม่เปิดพื้นที่ให้เชื่อมงานผลิตกับการทดลอง แต่ความสามารถที่ฝังอยู่ในประเทศขึ้นกับขอบเขตงานที่ทีมไทยได้รับ หากทีมท้องถิ่นร่วมกำหนดวิธีทดสอบ ปรับกระบวนการ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ ความรู้จะสะสมต่างจากการรับคำสั่งผลิตเพียงอย่างเดียว การฝึกคนและงานวิจัยร่วมจึงเป็นกลไกที่ทำให้โรงงานหนึ่งแห่งส่งผลเกินกว่ากำลังผลิตของตัวเอง

ผลของยุทธศาสตร์จะเห็นชัดขึ้นเมื่อโครงการออกแบบชิปหรือผลิตเวเฟอร์เริ่มดำเนินการ มีทีมไทยรับผิดชอบงานเทคนิคที่ซับซ้อน และผู้ประกอบการในประเทศเข้าสู่คำสั่งซื้อของผู้ผลิตรายใหญ่ ระหว่างนั้นโรงงาน Infineon แสดงให้เห็นว่าการประกอบและทดสอบขยายได้จริง ส่วนก้าวต่อไปขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแผนฝึกคน การวิจัย และการลงทุนต้นน้ำให้เป็นกิจกรรมที่ทำงานร่วมกันในไทย

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0