ไทยวาง Sovereign AI กับ NVIDIA แต่บริการใดพร้อมใช้จริงแล้ว

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|2 นาทีในการอ่าน
ไทยวาง Sovereign AI กับ NVIDIA แต่บริการใดพร้อมใช้จริงแล้ว

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ และแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยฯ หารือกับ Ettikan Kandasamy Karuppiah ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ NVIDIA เพื่อวางแนวทาง Thailand Sovereign AI ตามข่าวรัฐบาลที่เผยแพร่หลังการประชุม โดยรัฐมนตรีย้ำหลัก “Safety by Design”. วาระครอบคลุมโมเดลภาษาไทย โครงสร้างคลาวด์ ความปลอดภัยของข้อมูลรัฐ และบริการประชาชน พร้อมการเตรียมต่ออายุบันทึกความเข้าใจ ตั้งคณะทำงาน และทดสอบระบบเตือนภัยในระยะถัดไป

ส่วนที่ประชาชนเข้าถึงได้แล้วคือ TH-AI Passport ซึ่งเปิดรับผู้มีสัญชาติไทยอายุอย่างน้อย 15 ปี ภายใต้กรอบ 5 ล้านสิทธิ์ โดยเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 และไม่คิดค่าใช้จ่ายตลอดโครงการจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570. ผู้สมัครเรียนรู้และทดลองใช้เครื่องมือ AI ผ่านแพลตฟอร์ม AiPASS ได้ตามเงื่อนไขสิทธิ์ ส่วนโมเดลภาษาไทย โครงสร้างคลาวด์ที่หารือ และการเชื่อม Earth-2 ยังเป็นวาระพัฒนา

แยกสถานะบริการออกจากแผนความร่วมมือ

คำชี้แจงหลังการพบกันรวมงานที่ก้าวหน้าไม่เท่ากันไว้ในข่าวเดียว นิตยสารการเงินธนาคารรายงานวาระโมเดลภาษาไทย คลาวด์รัฐ Earth-2 และการเตรียมต่ออายุบันทึกความเข้าใจในบริบทของยุทธศาสตร์เดียวกัน การอยู่ในวาระเดียวกันไม่ได้ทำให้สิทธิ์เข้าถึงหรือกำหนดเปิดใช้เหมือนกัน สถานะที่มีผลต่อผู้ใช้แยกได้ดังนี้

  • ใช้งานแล้ว: TH-AI Passport มีเว็บไซต์และแอป AiPASS ให้ลงทะเบียน ยืนยันตัวตน เรียนบทเรียน และใช้เครื่องมือ AI ตามเงื่อนไขของโครงการ ประชาชนมีช่องทางสมัครและระยะเวลาโครงการที่ระบุชัด
  • อยู่ระหว่างเตรียม: ฝ่ายไทยกับ NVIDIA เตรียมต่ออายุบันทึกความเข้าใจ ตั้งคณะทำงานร่วม และเตรียมเปิดตัวโครงการที่ข่าวการหารือเรียกว่า Thai AI PASS งานเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นจัดความร่วมมือและกำหนดรายละเอียด
  • เป้าหมายระยะถัดไป: โมเดลภาษาไทยบนสถาปัตยกรรม NVIDIA NeMoTron การทดสอบ Earth-2 กับงานเตือนภัย การจัดสรรกำลังประมวลผลเพื่อภารกิจสาธารณะ และการเชื่อมข้อมูลบริการรัฐ ยังต้องผ่านการพัฒนาและกำหนดวิธีเข้าถึง

ชื่อที่คล้ายกันเป็นจุดที่ทำให้สถานะคลาดเคลื่อนได้ง่าย ข่าวการประชุมใช้คำว่า Thai AI PASS ในแผนเตรียมเปิดตัว ส่วนหน้ารับสมัครที่เปิดอยู่ใช้ชื่อ TH-AI Passport และ AiPASS ข้อมูลที่เผยแพร่ยังไม่ระบุว่าความร่วมมือกับ NVIDIA จะเพิ่มสิทธิ์ใดให้บัญชีของผู้ใช้ปัจจุบัน จึงไม่อาจอ่านเรื่องโมเดลหรือระบบเตือนภัยเป็นคุณสมบัติที่ผู้สมัครได้รับทันที

คำว่า Sovereign AI ในการหารือหมายถึงเป้าหมายให้ไทยควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล และโมเดลที่ใช้กับภารกิจของประเทศ ขณะที่ TH-AI Passport เป็นโครงการเข้าถึงทักษะและเครื่องมือซึ่งมีหน้าสมัครจริง ทั้งสองเรื่องเชื่อมกันผ่านนโยบายขยายการใช้ AI แต่ให้ผลต่อประชาชนคนละช่วงเวลาและคนละระดับ การมีบริการเรียนรู้ที่เปิดอยู่จึงบอกความคืบหน้าด้านการเข้าถึงของประชาชนได้ โดยยังไม่บอกสถานะการติดตั้งระบบสำหรับหน่วยงานรัฐ

การต่ออายุบันทึกความเข้าใจและการตั้งคณะทำงานเป็นขั้นที่อาจกำหนดว่าใครรับผิดชอบส่วนใดของแผน สำหรับประชาชน สิ่งที่มีผลมากกว่าชื่อข้อตกลงคือบริการที่จะเปิดจริงและสิทธิ์ที่บัญชีเดิมได้รับ สำหรับหน่วยงานรัฐ ขอบเขตข้อมูล ผู้ดูแลระบบ และเกณฑ์ความปลอดภัยจะเป็นเงื่อนไขก่อนนำโมเดลหรือคลาวด์ไปใช้กับงานราชการ ข่าวการหารือยังไม่ได้แจกแจงเงื่อนไขเหล่านี้เป็นบริการรายหน่วยงาน

TH-AI Passport ใช้ได้อย่างไร และสิทธิ์มีขอบเขตใด

โครงการปัจจุบันให้คนไทยที่ผ่านเกณฑ์สร้างบัญชีผ่านเว็บไซต์หรือแอป AiPASS และยืนยันตัวตนผ่านแอปทางรัฐหรือ ThaID ผู้สมัครต้องมีอีเมลที่ใช้งานได้ พร้อมยอมรับเงื่อนไขการใช้งานและนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขั้นตอนเหล่านี้ทำให้สิทธิ์ผูกกับผู้ลงทะเบียนเป็นรายบุคคล การมีแอปทางรัฐอยู่ในโทรศัพท์จึงไม่ได้ทำให้ได้บัญชี AiPASS โดยอัตโนมัติ

บริการวางการเรียนรู้ควบคู่กับการทดลองใช้โมเดล AI หลายค่าย ผู้ใช้เห็นเครื่องมือที่รองรับภายในแพลตฟอร์มเดียวและใช้งานตามสิทธิ์ของบัญชีตน วิธีนี้เปิดให้ผู้เริ่มต้นลองงานหลายประเภทโดยมีบทเรียนประกอบ แทนการมองสิทธิ์เป็นเพียงช่องแชตสำหรับถามตอบ แต่รายชื่อผู้ให้บริการบนหน้าเว็บไม่ได้รับรองว่าทุกบัญชีจะใช้ทุกโมเดลในระดับเดียวกันได้ทันที

การไม่คิดค่าใช้จ่ายตลอดระยะโครงการเป็นคนละเงื่อนไขกับการคงสิทธิ์ระดับสูงสุด เว็บไซต์โครงการผูกการรักษาระดับดังกล่าวกับคะแนนจากการเรียนรู้รายเดือน และมีช่วงส่งเสริมสิทธิ์เริ่มต้นสำหรับผู้ลงทะเบียนภายในกำหนด ผู้ใช้จึงเข้าถึงแกนหลักของโครงการได้แล้ว ขณะที่ระดับการใช้เครื่องมือขึ้นกับการเรียนและเงื่อนไขสิทธิ์ที่กำหนด คำว่า AI Pro ในข้อความประชาสัมพันธ์จึงต้องอ่านควบคู่กับเงื่อนไขนี้

ระยะเวลาของโครงการและสิทธิ์ของแต่ละบัญชีควรแยกกันเช่นกัน วันสิ้นสุดโครงการบอกกรอบที่รัฐบาลระบุสำหรับบริการโดยรวม ส่วนความสามารถที่ใช้ได้ในแต่ละช่วงขึ้นกับสถานะการเรียนและข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม ความแตกต่างนี้มีผลต่อคนที่สมัครเพื่อเรียนรู้เป็นหลักและคนที่ต้องการใช้เครื่องมือขั้นสูงต่อเนื่อง เพราะทั้งสองกลุ่มอาจอยู่ในโครงการเดียวกันแต่เข้าถึงระดับบริการต่างกัน

บัญชีสำหรับประชาชนยังมีขอบเขตต่างจากทรัพยากรสำหรับสร้างระบบ AI การใช้เครื่องมือผ่าน AiPASS ไม่ได้มอบสิทธิ์บริหารคลาวด์ของรัฐ เข้าถึงข้อมูลราชการ หรือรับ GPU สำหรับงานวิจัย หากนักพัฒนาต้องการนำโมเดลไปประกอบบริการของตน ต้องมีช่องทางและเงื่อนไขการเข้าถึงที่ระบุสำหรับงานพัฒนาโดยตรง การลงทะเบียนของประชาชนไม่ใช่หลักฐานว่าช่องทางดังกล่าวเปิดแล้ว

ความต่างอีกด้านอยู่ที่บทบาทของแอปทางรัฐ ใน TH-AI Passport แอปนี้ใช้ยืนยันตัวตนของผู้สมัคร ส่วนแผนที่หารือกับ NVIDIA พูดถึงการยกระดับแอปทางรัฐให้เชื่อมบริการและข้อมูลจากหลายหน่วยงาน การทำหน้าที่ยืนยันตัวตนได้ในปัจจุบันจึงไม่เท่ากับการเปิดระบบตอบคำถามใบอนุญาต ระบบรายงานถนนชำรุด หรือบริการใหม่ทุกอย่างที่อยู่ในแผนเชื่อมข้อมูล

โมเดลภาษาไทยและคลาวด์รัฐยังต้องกำหนดวิธีใช้งาน

แกนของ Thailand Sovereign AI ในการหารือคือความสามารถที่ไทยกำกับได้เอง รัฐมนตรีวางเป้าหมายให้ประเทศเป็นเจ้าของและควบคุมโครงสร้าง ข้อมูล และโมเดล AI เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ เป้าหมายนี้กว้างกว่าการเปิดบัญชีใช้เครื่องมือสำเร็จรูป เพราะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจว่าข้อมูลหน่วยงานอยู่ที่ใด ใครประมวลผลได้ และโมเดลจะรองรับภารกิจภาษาไทยอย่างไร

การพัฒนาโมเดลภาษาไทยถูกผูกกับสถาปัตยกรรม NVIDIA NeMoTron แต่ข่าวการหารือยังไม่ได้ระบุชื่อโมเดลไทยรุ่นที่เสร็จแล้ว ช่องทางให้บริการ หรือกำหนดเปิดใช้แก่บุคคลทั่วไป สำหรับประชาชน ผลที่จะสัมผัสได้ในอนาคตต้องปรากฏผ่านบริการที่รองรับภาษาไทยและเปิดสิทธิ์ให้ใช้จริง สำหรับหน่วยงานรัฐ โมเดลเดียวกันจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเชื่อมกับข้อมูลที่ได้รับอนุญาตและขั้นตอนงานที่รับผิดชอบได้

การพูดถึงสถาปัตยกรรมสำหรับพัฒนาโมเดลไม่ได้ตอบด้วยตัวเองว่าใครจะฝึกโมเดล ใครดูแลข้อมูลภาษาไทย หรือใครเป็นผู้ให้บริการเมื่อระบบพร้อมใช้ คำตอบเหล่านี้มีผลต่อความต่อเนื่องของบริการและการแก้ไขข้อผิดพลาดในงานภาครัฐ จึงเป็นรายละเอียดที่คณะทำงานต้องกำหนดก่อนที่เป้าหมายด้านอธิปไตย AI จะกลายเป็นระบบที่หน่วยงานนำไปใช้งานประจำได้

คลาวด์กลางภาครัฐที่เสนอแยกการใช้งานตามความอ่อนไหว ตั้งแต่งานความมั่นคง งานภายในหน่วยงาน บริการข้อมูลประชาชน ไปจนถึงระบบและข้อมูลสำหรับนักพัฒนากับสตาร์ตอัป ข่าวระบุแนวคิด Trusted Computing และการเข้ารหัสเพื่อดูแลข้อมูลประชาชน การแยกชั้นสะท้อนว่าข้อมูลแต่ละประเภทต้องมีขอบเขตการเข้าถึงต่างกัน ผู้ใช้ทั่วไปจึงไม่ควรคาดว่าการเปิดพื้นที่สำหรับนักพัฒนาจะทำให้ข้อมูลทุกชั้นเปิดใช้ร่วมกัน

ชั้นสำหรับนักพัฒนามีความหมายเฉพาะเมื่อกำหนดได้ว่ามีข้อมูลหรือบริการใดเรียกใช้ได้ วิธีขอสิทธิ์เป็นอย่างไร และใครรับผิดชอบเมื่อมีการนำข้อมูลไปสร้างผลิตภัณฑ์ หากเปิดเพียงพื้นที่ประมวลผลโดยไม่มีกติกาข้อมูล นักพัฒนาก็ยังต่อยอดบริการภาครัฐได้จำกัด ในทางกลับกัน หน่วยงานเจ้าของข้อมูลต้องกำหนดขอบเขตเผยแพร่ก่อนเชื่อมระบบข้ามหน่วยงาน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับข้อมูลประชาชน

ข่าวการหารือไม่ได้ระบุรายชื่อระบบราชการที่ย้ายขึ้นโครงสร้างตามแผนแล้ว หรือวันเปิดพื้นที่สำหรับนักพัฒนา สิ่งที่ปรากฏในขั้นนี้คือหลักการออกแบบบริการและความปลอดภัยที่รัฐบาลต้องการผลักดัน เมื่อมีบริการจริง สถานะของแต่ละระบบจะขึ้นกับประกาศของหน่วยงานเจ้าของงาน ไม่ได้ขึ้นกับการเรียกโครงสร้างทั้งหมดด้วยชื่อยุทธศาสตร์เดียวกัน

ข้อเสนอ Compute Allocation เป็นอีกชั้นของแผน รัฐมนตรีพูดถึงเงื่อนไขให้นักลงทุนศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่แบ่งกำลังประมวลผลแก่ภาครัฐเพื่อใช้กับภารกิจสาธารณะ โดยเชื่อมประเด็นทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำของศูนย์ข้อมูล หากรูปแบบนี้เดินหน้า หน่วยงานรัฐอาจมีทรัพยากรเพิ่มตามข้อตกลงที่กำหนด แต่ข่าวยังไม่ระบุผู้ลงทุน ปริมาณกำลังประมวลผล หรือเกณฑ์จัดสรรให้โครงการวิจัยรายใด

งานวิจัยเป็นอีกกลุ่มที่รัฐมนตรีกล่าวถึงในการผลักดันการใช้ GPU การเอ่ยถึงกลุ่มนี้บอกทิศทางการใช้ทรัพยากร แต่ยังไม่ใช่ประกาศเปิดรับนักวิจัยเพื่อจองกำลังประมวลผล ผลต่อผู้พัฒนาจึงต่างจากผลต่อผู้สมัคร TH-AI Passport อย่างชัดเจน กลุ่มแรกต้องรอกติกาโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึงข้อมูล ส่วนกลุ่มหลังมีบริการเรียนรู้และเครื่องมือให้ใช้ตามเงื่อนไขอยู่แล้ว

Earth-2 และแอปทางรัฐจะส่งผลต่อประชาชนเมื่อใด

ด้านบริการประชาชน รัฐบาลต้องการให้แอปทางรัฐเป็นช่องทางหลักสำหรับงานดิจิทัลที่เชื่อมข้อมูลจากหน่วยงาน โดยมีสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ DGA และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ BDI เกี่ยวข้องกับการบูรณาการ เป้าหมายนี้ชี้ไปที่การติดต่อรัฐผ่านช่องทางที่เชื่อมงานได้มากขึ้น แต่การเชื่อมฐานข้อมูลและกำหนดสิทธิ์ให้แต่ละหน่วยงานยังเป็นงานของระบบหลังบ้าน

ตัวอย่างที่รัฐมนตรีหยิบขึ้นมามีระบบตอบคำถามเรื่องใบอนุญาตและช่องทางรายงานจุดชำรุดของถนน ข่าวยังกล่าวถึงระบบส่งต่อผู้ป่วยและระบบป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ งานเหล่านี้มีผู้รับผิดชอบและข้อมูลต่างประเภทกัน จึงต้องกำหนดว่าเรื่องใดให้ AI ตอบได้ เรื่องใดต้องส่งต่อเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานใดรับผลการแจ้งจากประชาชน รายการตัวอย่างจึงบอกทิศทางบริการมากกว่าสถานะเปิดใช้งานของแต่ละระบบ

ระบบส่งต่อผู้ป่วยเกี่ยวข้องกับข้อมูลและการประสานงานต่างจากการแจ้งถนนชำรุด ส่วนงานป้องกันมิจฉาชีพต้องมีช่องทางรับและจัดการสัญญาณที่เชื่อถือได้ การรวมชื่อบริการเหล่านี้ไว้ใต้ยุทธศาสตร์เดียวไม่ได้ลบความแตกต่างของเจ้าของข้อมูลหรือขั้นตอนปฏิบัติ ผลต่อประชาชนจะชัดเมื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ละงานระบุขอบเขตบริการและช่องทางรับเรื่องอย่างเป็นทางการ

Earth-2 ถูกวางไว้สำหรับการทดสอบระบบเตือนภัยพิบัติในระยะถัดไป ควบคู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ การเปลี่ยนผลวิเคราะห์เป็นคำเตือนที่ประชาชนได้รับจริงต้องกำหนดพื้นที่ครอบคลุม วิธีตรวจสอบผล หน่วยงานผู้รับผิดชอบ และช่องทางเผยแพร่ ข่าวการหารือยังไม่ให้วันเริ่มทดสอบในไทยหรือวันเปิดบริการแจ้งเตือนจากการเชื่อมระบบนี้

ภาพแสดงข้อมูลอากาศที่อยู่ในแผนก็มีหน้าที่ต่างจากคำเตือนภัยที่ส่งถึงประชาชน การแสดงผลช่วยให้ผู้รับผิดชอบเห็นข้อมูล แต่การแจ้งเตือนต้องมีเกณฑ์ตัดสินใจและขั้นตอนส่งสารที่ชัดเจน ความต่างนี้ทำให้การกล่าวถึง Earth-2 ในข่าวควรอ่านเป็นแผนทดสอบความสามารถ ไม่ใช่การรับรองว่าประชาชนสมัครรับคำเตือนจากระบบดังกล่าวได้แล้ว

ขั้นต่อไปของเรื่องนี้อยู่ที่การต่ออายุบันทึกความเข้าใจ การตั้งคณะทำงาน และการระบุว่าระบบใดจะเริ่มทดสอบหรือเปิดใช้ก่อน เมื่อมีประกาศรายบริการ ประชาชนจะเห็นได้ว่าตนได้รับสิทธิ์อะไรผ่านบัญชีเดิมหรือช่องทางใหม่ ขณะที่นักพัฒนาและหน่วยงานรัฐจะทราบว่าข้อมูล โมเดล และกำลังประมวลผลส่วนใดเปิดให้ใช้ภายใต้เงื่อนไขใด

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0