
Bitkub หรือ Binance TH: คู่เงินบาทราคาเท่ากัน จุดต่างอยู่หลังซื้อ

ถ้าซื้อคริปโตด้วยเงินบาทแล้วขายกลับเป็นเงินบาท Bitkub และ Binance TH คิดค่าธรรมเนียมพื้นฐานเท่ากันที่ 0.25% ต่อรายการ ตามรายละเอียดคู่เทรดของ Bitkub และวิธีคำนวณของ Binance TH ซึ่งยังระบุอัตรา 0.1% สำหรับคู่สินทรัพย์ดิจิทัลตามเงื่อนไขของแต่ละบริการด้วย อัตราค่าธรรมเนียมที่เท่ากันไม่ได้ทำให้ราคาเหรียญที่จับคู่ได้เท่ากัน ยอดสุทธิจึงอาจต่างกันตั้งแต่คำสั่งซื้อแรก
คำตอบสำหรับผู้ซื้อถือคือเปรียบเทียบจำนวนเหรียญที่จะได้รับจากเงินบาทเท่ากัน แล้วรวมค่าขายหรือค่าถอนตามปลายทางที่ตั้งใจใช้ ส่วนผู้ซื้อขายถี่ต้องดูว่ามีคู่คริปโตที่ต้องการหรือไม่ และการลดค่าธรรมเนียมระหว่างรอบคุ้มกับการแปลงเงินบาทเข้าออกหรือเปล่า ไม่มีอัตราเดียวที่ตัดสินผู้ชนะได้สำหรับทุกเหรียญ ทุกขนาดคำสั่ง และทุกวิธีถอน
คู่เงินบาทมีค่าธรรมเนียมเท่ากัน แต่คำสั่งอาจได้คนละราคา
ค่าธรรมเนียมซื้อขายเป็นสัดส่วนของมูลค่าธุรกรรม ส่วนราคาเหรียญเกิดจากคำสั่งซื้อและขายที่รออยู่ในแต่ละตลาด หากซื้อแบบรับราคาเสนอขายที่มีอยู่ คำสั่งจะเริ่มจับคู่กับราคาขายที่ดีที่สุดก่อน เมื่อปริมาณตรงนั้นหมด ส่วนที่เหลืออาจถูกจับคู่ในราคาสูงขึ้น การขายทำงานในทิศกลับกัน โดยอาจต้องรับราคาเสนอซื้อที่ต่ำลงเพื่อให้ขายครบ
ความต่างนี้เห็นชัดขึ้นเมื่อยอดซื้อมีขนาดใหญ่เทียบกับปริมาณเหรียญที่รอขาย ผู้ซื้ออาจเห็นราคาล่าสุดใกล้กันบนสองบริการ แต่ราคาล่าสุดบอกเพียงธุรกรรมที่เกิดไปแล้ว ไม่ได้บอกว่ามีเหรียญพอขายให้คำสั่งใหม่ทั้งหมดในระดับราคานั้น การเปรียบเทียบจึงควรใช้ยอดซื้อจริงและจำนวนเหรียญสุทธิที่คำสั่งจะได้รับ มากกว่าหยิบราคาล่าสุดมาลบกัน
คำสั่งจำกัดราคาช่วยกำหนดเพดานราคาซื้อหรือราคาขั้นต่ำของการขาย แต่คำสั่งอาจรอจับคู่ ไม่ครบจำนวน หรือไม่ถูกจับคู่เลย นั่นคือต้นทุนอีกชนิดหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทันที ในทางกลับกัน คำสั่งที่จับคู่ทันทีให้ความแน่นอนเรื่องการทำรายการมากกว่า แต่ราคาที่ได้อาจเลื่อนไปตามปริมาณในสมุดคำสั่ง
คู่เหรียญเป็นหน่วยเปรียบเทียบที่สำคัญ สภาพคล่องของ BTC/THB ไม่จำเป็นต้องบอกอะไรเกี่ยวกับเหรียญอื่นบนบริการเดียวกัน และปริมาณซื้อขายรวมของแพลตฟอร์มก็ไม่ใช่ปริมาณที่รออยู่ในคู่ที่ผู้ใช้กำลังส่งคำสั่ง ข้อสรุปว่าที่ใดถูกกว่าจึงต้องผูกกับเหรียญ ขนาดคำสั่ง และช่วงเวลาของรายการนั้น
รอบซื้อและขายที่ 10,000 ถึง 1,000,000 บาท
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแยกค่าธรรมเนียมออกจากความผันผวน สมมติว่ามูลค่าคำสั่งซื้อและคำสั่งขายเท่ากัน ราคาเหรียญไม่เปลี่ยน และยังไม่รวมส่วนต่างราคา การเลื่อนของราคา หรือค่าถอน หนึ่งรอบหมายถึงซื้อหนึ่งครั้งและขายหนึ่งครั้ง จึงมีค่าธรรมเนียมสองรายการ
- ที่มูลค่ารายการละ 10,000 บาท คู่เงินบาทคิดประมาณ 25 บาทเมื่อซื้อและ 25 บาทเมื่อขาย รวม 50 บาท ทั้งบน Bitkub และ Binance TH หากเป็นสองรายการในคู่คริปโตที่คิด 0.1% จะรวมประมาณ 20 บาท ก่อนรวมการหา USDT มาใช้
- ที่มูลค่ารายการละ 100,000 บาท รอบซื้อและขายผ่านคู่เงินบาทคิดประมาณ 500 บาท ส่วนสองรายการผ่านคู่คริปโตที่คิด 0.1% คิดประมาณ 200 บาท ส่วนต่าง 300 บาทนี้ยังไม่ใช่เงินที่ประหยัดได้จริงหากต้องแปลงเงินบาท
- ที่มูลค่ารายการละ 1,000,000 บาท คู่เงินบาทคิดประมาณ 5,000 บาทต่อรอบ ส่วนคู่คริปโตที่คิด 0.1% คิดประมาณ 2,000 บาทต่อรอบ ก่อนต้นทุนเข้าและออกจากคู่คริปโต
สูตรอย่างย่อคือมูลค่าคำสั่ง × อัตราค่าธรรมเนียม × จำนวนรายการ ตัวเลขข้างต้นปัดให้อ่านง่าย เพราะค่าธรรมเนียมของการซื้ออาจถูกหักจากสินทรัพย์ที่ได้รับ ทำให้จำนวนเหรียญที่นำไปขายและมูลค่าคำสั่งขายจริงต่ำกว่าสมมติฐานเล็กน้อย หากราคาเปลี่ยนระหว่างซื้อกับขาย ค่าธรรมเนียมขาขายก็เปลี่ยนตามมูลค่าขาย ไม่ได้คงที่ตามเงินต้น
ผู้ที่ซื้อครั้งเดียวแล้วถือยาวมักจ่ายค่าซื้อทันที ส่วนค่าขายจะเกิดเมื่อขายจริง หากถอนเหรียญไปยังกระเป๋าภายนอกก่อนขาย ต้นทุนปลายทางจะเป็นค่าถอนเหรียญแทนค่าถอนเงินบาท การบวกค่าขายและค่าถอนเงินบาทให้ทุกกรณีจึงทำให้ต้นทุนของผู้ซื้อถือสูงเกินเส้นทางที่เขาใช้จริง
คู่ USDT ถูกกว่าต่อคำสั่ง แต่ทางอ้อมมีรายการเพิ่ม
คู่คริปโตที่คิด 0.1% ช่วยลดค่าธรรมเนียมเฉพาะรายการซื้อขายในคู่นั้น ผู้เริ่มด้วยเงินบาทยังต้องซื้อ USDT ก่อน และผู้ที่ต้องการกลับมาถือเงินบาทต้องขาย USDT อีกครั้ง เส้นทางบาท → USDT → เหรียญ → USDT → บาทจึงมีสี่รายการ แทนการซื้อเหรียญด้วยบาทและขายกลับเป็นบาทโดยตรงสองรายการ
ภายใต้สมมติฐานว่ามูลค่าแต่ละรายการคงเดิม ค่าธรรมเนียมของเส้นทางอ้อมคือ 0.25% สองครั้ง บวก 0.1% สองครั้ง รวมประมาณ 0.7% ของมูลค่าตั้งต้น คิดเป็นประมาณ 70 บาทที่ยอด 10,000 บาท 700 บาทที่ยอด 100,000 บาท และ 7,000 บาทที่ยอด 1,000,000 บาท เส้นทางตรงคิดประมาณ 0.5% หรือ 50, 500 และ 5,000 บาทตามลำดับ ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่รวมส่วนต่างราคาของคู่ USDT/THB
ความต่างระหว่าง 0.5% กับ 0.7% อธิบายว่าทำไมการเห็นอัตรา 0.1% บนคู่ BTC/USDT จึงยังตอบไม่ได้ว่าคนเริ่มด้วยเงินบาทจะจ่ายน้อยลง การซื้อ USDT เองเป็นการซื้อขายหนึ่งรายการ ไม่ใช่การฝากเงินโดยไม่มีต้นทุนซื้อขาย เมื่อขายเหรียญเป็น USDT แล้วต้องการถอนเงินบาท รายการขาย USDT ก็เพิ่มเข้ามาอีกขาหนึ่ง
รูปแบบบริการมีผลต่อคู่ที่ใช้ได้ Bitkub ระบุว่าคู่ USDT ที่เปิดให้บริการ เช่น BTC/USDT, XRP/USDT, XAUT/USDT และ SUI/USDT อยู่ในรูปแบบนายหน้า ขณะที่คู่เงินบาทบางคู่เป็นบริการศูนย์ซื้อขาย ความต่างนี้ทำให้การนำค่าธรรมเนียม 0.25% ของคู่เงินบาทไปแทนทุกคู่บน Bitkub ผิดขอบเขต เช่นเดียวกับการนำ 0.1% ไปใช้กับเหรียญที่ไม่มีคู่ USDT ให้ซื้อขาย
แม้คู่เหรียญมีอยู่จริง ราคาในเส้นทางอ้อมยังขึ้นกับทั้งราคา USDT เมื่อซื้อด้วยบาท ราคาเหรียญเมื่อซื้อด้วย USDT และราคาขายสองช่วงขากลับ หากช่วงใดมีส่วนต่างเสนอซื้อกับเสนอขายกว้างขึ้น การลดค่าธรรมเนียมบนคู่คริปโตอาจถูกหักล้างได้ การถือ USDT ระหว่างรอบยังทำให้มูลค่าที่วัดเป็นเงินบาทเปลี่ยนไปตามราคาซื้อขาย USDT/THB
ซื้อขายถี่แค่ไหนจึงเห็นผลจากอัตราคู่คริปโต

ผู้ที่พักมูลค่าไว้ใน USDT แล้วซื้อขายเหรียญหลายรอบจ่ายค่าแปลงเงินบาทเข้าและออกเพียงตอนต้นกับตอนจบ ในแบบจำลองมูลค่าคำสั่งคงเดิม ให้จำนวนรอบซื้อและขายเป็น n ค่าธรรมเนียมเส้นทางคู่บาทเท่ากับประมาณ 0.5% × n ส่วนเส้นทางผ่าน USDT เท่ากับประมาณ 0.5% สำหรับการแปลงเข้าออก บวก 0.2% × n สำหรับรอบซื้อขายเหรียญ
ถ้าทำครบสองรอบที่มูลค่ารายการละ 100,000 บาท เส้นทางคู่บาทคิดประมาณ 1,000 บาท ส่วนเส้นทางผ่าน USDT คิดประมาณ 900 บาท ส่วนต่างตามตารางมีเพียง 100 บาท หากทำครบห้ารอบที่มูลค่าเดียวกัน คู่บาทคิดประมาณ 2,500 บาท ส่วนเส้นทางผ่าน USDT คิดประมาณ 1,500 บาท ส่วนต่างเพิ่มเป็น 1,000 บาท เพราะค่าธรรมเนียมแปลงเข้าออกไม่ได้เพิ่มตามจำนวนรอบ
แบบจำลองนี้ถือว่ามูลค่าของทุกรายการเท่ากันและไม่มีผลกำไรหรือขาดทุนจริง ในตลาดจริง มูลค่าคำสั่งรอบถัดไปเปลี่ยนตามราคาเหรียญและจำนวนสินทรัพย์ที่เหลือหลังหักค่าธรรมเนียม ผลต่าง 1,000 บาทจึงเป็นเพดานสำหรับการพิจารณาต้นทุนชนิดอื่นในตัวอย่าง ไม่ใช่ผลประหยัดที่รับประกัน
หากราคาจับคู่ในเส้นทาง USDT เสียเปรียบรวมกันเกินส่วนต่างค่าธรรมเนียมที่คำนวณได้ เส้นทางนั้นก็แพงกว่าได้ ผู้ซื้อขายถี่จึงได้ประโยชน์จากอัตราต่อรายการที่ต่ำลงก็ต่อเมื่อคู่เหรียญรองรับคำสั่งของตนในราคาที่เหมาะสม และไม่ได้ต้องแปลงกลับเป็นเงินบาทหลังจบทุกรอบ
พฤติกรรมซื้อถี่แต่ถอนเหรียญออกทุกครั้งเป็นอีกกรณีหนึ่ง ค่าธรรมเนียมซื้อขายอาจลดตามคู่ที่ใช้ แต่ค่าถอนเกิดซ้ำตามจำนวนครั้งที่ย้ายสินทรัพย์ ในทางกลับกัน ผู้ที่เก็บเหรียญไว้บนบริการระหว่างการซื้อขายจะยังไม่มีค่าถอนเหรียญจริง การใช้จำนวนรอบเท่ากันจึงไม่ได้แปลว่าต้นทุนรวมเท่ากัน
ค่าถอนทำให้ยอดสุทธิหลังขายต่างกัน
เมื่อขายเหรียญเป็นเงินบาทแล้ว ค่าถอนเข้าธนาคารเป็นรายการแยกจากค่าธรรมเนียมซื้อขาย ตารางถอนเงินบาทของ Bitkub ระบุ 20 บาทสำหรับบัญชีกสิกรไทยในช่วงยอดที่แสดง ส่วนธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารอื่นมีขั้นค่าถอน 20, 75 หรือ 200 บาทตามยอดเงินที่ถอน ชื่อธนาคารและขนาดรายการจึงมีผลแม้ผู้ใช้สองคนขายเหรียญในมูลค่าเท่ากัน
ฝั่ง ตารางค่าบริการ Binance TH ระบุค่าถอนเงินบาท 20 บาทสำหรับยอด 100–2,000,000 บาท และ 100 บาทสำหรับยอดที่สูงกว่านั้น พร้อมระบุว่าธนาคารปลายทางอาจเรียกเก็บเพิ่ม การถอนเงินบาทหนึ่งล้านบาทจึงมีค่าบริการ 20 บาทตามตาราง Binance TH ขณะที่ Bitkub อาจเป็น 20 หรือ 200 บาทตามธนาคารปลายทาง ความต่างนี้เกิดหลังขาย ไม่ได้เปลี่ยนอัตราค่าซื้อขายคู่บาท
หากซื้อเพื่อย้ายเหรียญไปเก็บเอง ต้องเปลี่ยนหน่วยเปรียบเทียบจากค่าถอนเงินบาทเป็นค่าถอนสินทรัพย์ดิจิทัล จำนวนเหรียญที่ได้รับหลังซื้ออาจเท่ากันโดยประมาณ แต่จำนวนที่จะถึงกระเป๋าปลายทางขึ้นกับค่าถอนของเหรียญและเครือข่ายที่เลือก ค่าถอนเหรียญอาจปรับตามสภาพเครือข่าย จึงไม่ควรนำตัวเลขที่เคยเห็นในอีกวันหนึ่งมาใช้เป็นค่าคงที่
การโอนเหรียญชนิดเดียวกันผ่านคนละเครือข่ายอาจมีค่าถอนต่างกัน แต่ปลายทางต้องรองรับเครือข่ายที่เลือกด้วย การเปรียบเทียบจึงต้องจับคู่ชื่อสินทรัพย์ เครือข่าย และปลายทางให้ตรงกันก่อน จึงจะเทียบจำนวนเหรียญสุทธิที่ได้รับได้ การดูเฉพาะค่าธรรมเนียมซื้อขายโดยไม่รวมขั้นตอนนี้อาจทำให้การซื้อยอดเล็กดูถูกกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง
ใบอนุญาตตอบเรื่องสถานะ ไม่ได้จัดอันดับความถูก
ทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจของ ก.ล.ต. แสดงบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ซึ่งใช้ชื่อ Bitkub และบริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด ซึ่งใช้ชื่อ Binance TH ในรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งสองบริษัทยังปรากฏในรายชื่อนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล สถานะนี้ตอบคำถามว่าใครเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตในไทย แต่ไม่ได้กำหนดว่าคำสั่งซื้อของผู้ใช้จะได้ราคาเท่ากัน
การแยกชื่อบริษัทออกจากชื่อบริการช่วยให้ตรวจสถานะได้ตรงกับผู้ประกอบธุรกิจจริง และช่วยอธิบายว่าทำไมคู่ซื้อขายบางส่วนจึงอยู่ภายใต้บริการนายหน้า ขณะที่บางส่วนอยู่ภายใต้ศูนย์ซื้อขาย อย่างไรก็ดี ใบอนุญาตไม่ได้รับประกันมูลค่าของเหรียญหรือชดเชยความเสียหายจากราคาที่เคลื่อนไหวหลังซื้อ
สำหรับคนเริ่มและจบด้วยเงินบาทโดยซื้อขายไม่บ่อย ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของสองบริการเสมอกัน การตัดสินต้นทุนอยู่ที่จำนวนเหรียญสุทธิจากคำสั่งและค่าถอนตามปลายทาง ส่วนคนที่ทำหลายรอบในคู่คริปโตอาจจ่ายค่าธรรมเนียมตามตารางน้อยลงเมื่อพักเงินไว้ใน USDT แต่ต้องหักค่าแปลงเข้าออกและผลของราคาจับคู่ทั้งหมดก่อนจึงจะเห็นยอดสุทธิที่แท้จริง
บทความที่เกี่ยวข้อง


Ko-fi หรือ Buy Me a Coffee: ทิปครั้งเดียวเท่ากัน แต่รายได้ประจำต่างกัน

FINNOMENA กับ Jitta Wealth คิดต้นทุนต่างกันตั้งแต่โครงสร้างบริการ

Stan Store หรือ Linktree: ยอดขายราว 242 ดอลลาร์ทำให้คำตอบพลิก

Stripe หรือ PayPal ในไทย: เงินคืนอาจไม่คืนค่าธรรมเนียมเดิม

e-Withholding Tax เหลือ 1% แต่ธุรกิจต้องปรับไฟล์บัญชีก่อน
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ