กำไรคริปโทไม่เสียภาษีถึงปี 2572 เฉพาะดีลผ่านผู้ได้รับอนุญาต

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|2 นาทีในการอ่าน
กำไรคริปโทไม่เสียภาษีถึงปี 2572 เฉพาะดีลผ่านผู้ได้รับอนุญาต

กำไรจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลของบุคคลธรรมดาในปี 2569 อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ แต่ต้องเป็นผลประโยชน์ส่วนที่เกินเงินลงทุนจากดีลในศูนย์ซื้อขาย ผ่านนายหน้า หรือโอนให้ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต ข้อ (109) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 126 ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 399 กำหนดช่วงเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572 จึงต้องดูทั้งผู้มีเงินได้ เส้นทางของดีล และวันที่ได้รับเงินได้ ไม่ใช่ดูเพียงว่าเป็นการขายคริปโทในประเทศไทย

คำอธิบายมาตรการของกระทรวงการคลัง ระบุชัดว่าเป็นการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรส่วนทุนจากการขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับ ผู้ขายจึงต้องระบุให้ได้ว่าบริษัทใดทำหน้าที่ใดในรายการขายจริง หากขายตรงให้บุคคลอื่นหรือใช้บริการที่ไม่มีใบอนุญาตตรงกับบทบาทในดีล ก็อ้างข้อยกเว้นนี้จากชื่อสินทรัพย์หรือสัญชาติของผู้ขายเพียงอย่างเดียวไม่ได้

เริ่มจากผู้มีเงินได้และลักษณะของรายรับ

เงื่อนไขแรกคือผู้มีเงินได้ต้องเป็นบุคคลธรรมดา ขอบเขตที่กระทรวงการคลังอธิบายเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การที่บริษัทถือคริปโทชนิดเดียวกันและใช้แพลตฟอร์มเดียวกันจึงไม่ทำให้กำไรของบริษัทได้รับสิทธิตามคำอธิบายนี้โดยอัตโนมัติ หากสินทรัพย์อยู่ในชื่อกิจการ ต้องพิจารณาฐานภาษีของกิจการแยกต่างหาก

เงื่อนไขถัดมาคือรายรับต้องเกิดจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล และต้องมีส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินลงทุน คำว่าได้รับเงินจากการขายกับคำว่ามีกำไรจึงไม่เหมือนกัน เงินที่ได้รับอาจมีทั้งต้นทุนเดิมและส่วนเกินอยู่ในรายการเดียวกัน ข้อยกเว้นกล่าวถึงเฉพาะส่วนเกินนั้น

หากขายสินทรัพย์ได้เงินเท่ากับหรือน้อยกว่าที่ลงทุน รายการนั้นไม่มีผลประโยชน์ส่วนที่เกินเงินลงทุนให้ยกเว้นตามถ้อยคำของกฎ การไม่มีส่วนเกินต่างจากการได้รับสิทธิยกเว้นกำไร เพราะอย่างแรกเป็นเรื่องผลของการคำนวณ ส่วนอย่างหลังต้องผ่านเงื่อนไขของช่องทางและเวลาเพิ่มเติม การแยกสองกรณีนี้ช่วยไม่ให้บันทึกยอดขายทั้งหมดเป็นกำไรที่ได้รับยกเว้น

รายรับที่ได้รับเป็นคริปโทก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกำไรจากการโอนเสมอไป ตัวอย่างเช่น ค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายเป็นคริปโทมีที่มาของรายรับต่างจากการนำคริปโทที่ลงทุนไว้ไปขาย ข้อความในกฎที่กล่าวถึงผลประโยชน์จากการโอนจึงไม่ควรถูกใช้เหมารวมกับรายรับทุกชนิดที่อยู่ในกระเป๋าคริปโท ต้องแยกที่มาของเงินได้ก่อนพิจารณาช่องทางขาย

สิทธิต้องพิจารณาจากดีลที่ก่อให้เกิดส่วนเกิน ไม่ใช่จากสถานะของบัญชีผู้ใช้ตลอดทั้งปี คนคนเดียวอาจขายสินทรัพย์บางส่วนในศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต แล้วขายอีกส่วนหนึ่งให้ผู้ซื้อโดยตรง แม้เป็นคริปโทชนิดเดียวกัน ผลตามข้อยกเว้นนี้อาจต่างกัน เพราะเส้นทางการโอนของแต่ละรายการต่างกัน

การย้ายคริปโทจากกระเป๋าส่วนตัวเข้าบัญชีของผู้ให้บริการก็ยังบอกผลของดีลขายไม่ได้ การย้ายนั้นอาจเป็นเพียงขั้นก่อนส่งคำสั่งขาย รายการที่ต้องตรวจคือการโอนที่ทำให้เกิดผลประโยชน์ส่วนเกิน และบริการที่เกี่ยวข้องกับรายการนั้น การมีชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตอยู่ในประวัติการโอนบางช่วงจึงยังไม่พอจะสรุปสิทธิ

เส้นทางขายที่กฎระบุแตกต่างกันอย่างไร

เส้นทางแรกคือการโอนที่ทำในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ภาพที่พบได้คือส่งคำสั่งขายผ่านบริการซื้อขายของผู้ประกอบธุรกิจ แต่สิ่งที่ชี้ขาดไม่ใช่ปุ่มขายหรือหน้าตาของแอป ต้องตรวจว่าบริการและนิติบุคคลที่ดำเนินรายการนั้นตรงกับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขาย

เส้นทางที่สองคือการโอนผ่านนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต นายหน้าอาจเป็นผู้รับคำสั่งและดำเนินการซื้อขายให้ลูกค้า แทนที่ลูกค้าจะเข้าไปทำรายการในศูนย์ซื้อขายด้วยตนเอง เพราะฉะนั้น การไม่เห็นชื่อศูนย์ซื้อขายในหน้าบัญชีลูกค้าไม่ได้ตัดสิทธิทันที หากหลักฐานแสดงว่าดีลนั้นทำผ่านบริการนายหน้าที่มีใบอนุญาตตรงประเภท

เส้นทางที่สามคือการโอนให้ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต จุดสำคัญอยู่ที่ผู้รับโอนในดีลขายเป็นผู้ค้าที่มีใบอนุญาต ไม่ใช่เพียงมีบริษัทผู้ค้าเกี่ยวข้องอยู่ห่าง ๆ ในกระบวนการชำระเงิน หากไม่ทราบว่าใครเป็นคู่ธุรกรรมหรือผู้รับโอนจริง ก็ยังสรุปจากคำว่าโอนไปหาผู้ค้าไม่ได้

บางบริษัทถือใบอนุญาตมากกว่าหนึ่งประเภท จึงอาจให้บริการได้หลายบทบาทภายใต้ชื่อบริษัทเดียวกัน แต่ใบอนุญาตหลายใบไม่ได้ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์บนบริการของบริษัทนั้นเป็นดีลที่เข้าเกณฑ์ ต้องดูว่ารายการที่เกิดขึ้นเป็นการขายในศูนย์ซื้อขาย การขายผ่านนายหน้า หรือการโอนขายให้ผู้ค้า

ในทางกลับกัน การพบชื่อแบรนด์ที่คุ้นเคยในตลาดไทยยังไม่บอกว่าผู้ให้บริการของดีลนั้นเป็นนิติบุคคลใด ชื่อแอป ชื่อเว็บไซต์ และชื่อบริษัทอาจต่างกัน บางแบรนด์อาจมีบริษัทหลายแห่งที่ทำธุรกิจคนละประเภท การอ้างสิทธิจึงควรอิงนิติบุคคลและบทบาทที่ปรากฏในข้อมูลรายการขาย ไม่ใช่อิงความคุ้นเคยกับชื่อทางการค้า

การตกลงราคากับผู้ซื้อรายอื่นแล้วส่งคริปโทจากกระเป๋าส่วนตัวให้กันโดยตรงไม่ใช่เส้นทางที่กฎระบุไว้ แม้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในประเทศไทย รับชำระเป็นเงินบาท หรือเคยเปิดบัญชีกับศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต ก็ต้องดูเส้นทางของดีลขายนั้นเอง ข้อสรุปที่ถูกต้องคือยังอ้างข้อยกเว้นตามเส้นทางที่ระบุไม่ได้ ส่วนภาษีของรายการนั้นต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและกฎอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตรวจทะเบียน ก.ล.ต. ให้ตรงกับบริษัทและประเภทใบอนุญาต

ทะเบียน ก.ล.ต. แยกผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นศูนย์ซื้อขาย นายหน้า และผู้ค้า โดยบางบริษัทอยู่มากกว่าหนึ่งหมวด

ทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต. แยกรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขาย นายหน้า และผู้ค้า พร้อมชื่อบริษัทและเว็บไซต์ ตัวอย่างที่เห็นความสำคัญของการแยกหมวดคือบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ปรากฏทั้งในหมวดศูนย์ซื้อขายและนายหน้า ส่วนบริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด ปรากฏในหมวดนายหน้าและผู้ค้า ชื่อบริษัทเดียวจึงอาจนำไปสู่คำถามเรื่องบทบาทของดีลต่างกัน

เริ่มตรวจจากชื่อ นิติบุคคล ที่ให้บริการรายการขายจริง ข้อมูลบัญชี รายละเอียดคำสั่งซื้อขาย หรือรายการโอนอาจช่วยระบุชื่อนี้ได้ เมื่อได้ชื่อแล้วจึงเทียบกับชื่อบริษัทในทะเบียน หากเห็นเพียงชื่อแอป ให้หาชื่อบริษัทที่อยู่เบื้องหลังบริการก่อน เพราะการค้นชื่อแบรนด์อย่างเดียวอาจพบข้อมูลไม่ครบหรือพบคนละบริษัท

จากนั้นดูหัวหมวดใบอนุญาต ไม่ใช่หยุดเมื่อค้นพบชื่อบริษัทในหน้าเดียวกัน ทะเบียนยังมีหมวดผู้จัดการเงินทุน ที่ปรึกษา ผู้รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคน การได้รับอนุญาตในหมวดเหล่านั้นไม่ใช่หลักฐานว่าบริษัทมีใบอนุญาตสำหรับเส้นทางขายสามแบบที่ข้อยกเว้นกำหนด

ทะเบียนแสดงข้อมูลแยกระหว่างคริปโทเคอร์เรนซีกับโทเคนดิจิทัลด้วย ผู้ขายจึงควรดูทั้งชนิดของสินทรัพย์ที่ขายและขอบเขตที่ปรากฏสำหรับผู้ประกอบธุรกิจรายนั้น การพบชื่อบริษัทในหมวดที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวอาจยังตอบไม่ครบ หากสินทรัพย์ที่ทำรายการไม่ตรงกับขอบเขตบริการที่ระบุไว้

ต้องเทียบเว็บไซต์หรือช่องทางบริการที่ใช้กับข้อมูลของบริษัทในทะเบียนด้วย ชื่อคล้ายกันหรือโลโก้ที่ดูคุ้นตาไม่ใช่หลักฐานว่าเป็นบริการของผู้ได้รับอนุญาตรายเดียวกัน การดูชื่อบริษัทควบคู่กับเว็บไซต์ช่วยแยกกรณีที่ผู้ใช้เข้าผิดบริการหรือสับสนระหว่างบริษัทในกลุ่มเดียวกัน

รายชื่อใบอนุญาตเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนได้ หากกำลังพิจารณาดีลในอดีต การเห็นบริษัทอยู่ในทะเบียนปัจจุบันไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าบริษัทมีสถานะเดียวกันในวันที่ทำดีล ในกรณีที่วันที่หรือสถานะมีผลต่อการใช้สิทธิ ควรหาหลักฐานสถานะใบอนุญาตในช่วงของรายการนั้นเพิ่มเติม

ทะเบียนยังอาจระบุว่าผู้ได้รับใบอนุญาตบางรายยังไม่เริ่มประกอบธุรกิจ การมีชื่ออยู่ในหมวดที่ถูกต้องจึงต่างจากการพิสูจน์ว่าบริการนั้นได้ดำเนินดีลของผู้ขายจริง ให้จับคู่ข้อมูลจากทะเบียนกับประวัติธุรกรรม โดยดูชื่อผู้ให้บริการ วันที่ และลักษณะการขายร่วมกัน

วันที่รับเงินได้และส่วนเกินเงินลงทุนต้องดูแยกกัน

กฎผูกช่วงเวลาของสิทธิไว้กับ เงินได้พึงประเมินที่ได้รับ ไม่ได้ผูกไว้กับวันที่เปิดบัญชี วันที่เริ่มถือคริปโท หรือวันที่ถอนเงินออกจากแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว ถ้าซื้อสินทรัพย์ก่อนช่วงมาตรการแล้วขายจนได้รับเงินได้ภายในช่วงที่กำหนด วันที่ซื้อเก่าจึงไม่ใช่เหตุให้ตัดสิทธิโดยลำพัง แต่เส้นทางขายและเงื่อนไขอื่นยังต้องครบ

วันที่ส่งคำสั่งขายกับวันที่ได้รับเงินได้อาจไม่ใช่วันเดียวกัน โดยเฉพาะรายการที่มีขั้นตอนรับโอนหรือชำระราคาแยกจากกัน จึงควรอ่านบันทึกรายการให้เห็นว่าเกิดการขายเมื่อใด และได้รับผลประโยชน์จากการขายเมื่อใด หากดีลอยู่ใกล้ขอบช่วงเวลาของมาตรการ ความแตกต่างนี้อาจมีผลต่อข้อสรุป

ยอดเงินที่ถอนเข้าบัญชีธนาคารก็ไม่ใช่ตัวแทนของวันที่ได้รับเงินได้เสมอไป ผู้ขายอาจขายสินทรัพย์แล้วคงเงินไว้ในบัญชีผู้ให้บริการก่อนถอน หรือถอนเงินที่มาจากหลายดีลพร้อมกัน การใช้วันถอนเป็นคำตอบเดียวอาจทำให้จับช่วงเวลาผิด และทำให้แยกกำไรของแต่ละรายการไม่ได้

ส่วนที่ยกเว้นคือผลประโยชน์ที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินลงทุน ไม่ใช่ยอดรับรวมจากการขายทั้งหมด สมมติบุคคลธรรมดาซื้อคริปโทด้วยเงิน 100,000 บาท แล้วขายผ่านเส้นทางที่เข้าเงื่อนไขได้เงิน 130,000 บาท ส่วนเกินในตัวอย่างสมมตินี้คือ 30,000 บาท ตัวอย่างแสดงหลักการหักเงินลงทุนออกจากผลประโยชน์ที่ได้รับ ไม่ได้กำหนดวิธีคำนวณต้นทุนสำหรับทุกสถานการณ์

หากซื้อคริปโทชนิดเดียวกันหลายครั้งที่ราคาต่างกัน แล้วขายเพียงบางส่วน ยอดเงินลงทุนที่สัมพันธ์กับสินทรัพย์ที่ขายอาจต้องอาศัยประวัติการซื้อและจำนวนสินทรัพย์แต่ละรายการ การเห็นเพียงราคาขายล่าสุดจึงไม่พอจะบอกส่วนเกิน การย้ายสินทรัพย์ระหว่างกระเป๋ายิ่งทำให้ต้องเชื่อมรายการซื้อเดิมกับรายการขายให้ได้

ค่าธรรมเนียมและรายละเอียดการคิดต้นทุนอาจทำให้ตัวเลขที่ผู้ขายคำนวณเองต่างจากยอดกำไรที่แสดงในระบบ บทบัญญัติเรื่องสิทธิยกเว้นนี้ระบุขอบเขตของผลประโยชน์ส่วนเกิน แต่ไม่ได้ทำให้ข้อมูลต้นทุนที่ขาดหายกลายเป็นข้อมูลที่พิสูจน์ได้ หากมีการซื้อหลายรอบหรือโอนข้ามบริการ ควรเก็บรายการต้นทางไว้ก่อนสรุปจำนวนที่อ้างสิทธิ

คนที่มีหลายดีลในช่วงเดียวกันไม่ควรรวมยอดรับทุกช่องทางแล้วจัดเป็นกำไรที่ได้รับยกเว้นก้อนเดียว ดีลหนึ่งอาจผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต ขณะที่อีกดีลขายตรงให้บุคคลอื่น การแยกตามรายการทำให้เห็นทั้งส่วนเกินของแต่ละดีลและช่องทางที่ก่อให้เกิดเงินได้นั้น

เทียบเงื่อนไขกับดีลที่พบได้จริง

เส้นทางขายผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาตแยกจากการโอนขายตรงระหว่างบุคคล

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติ ใช้แสดงว่าข้อเท็จจริงส่วนใดมีผลต่อสิทธิ โดยไม่รับรองผลภาษีของผู้ให้บริการหรือธุรกรรมรายใด การตัดสินแต่ละกรณียังต้องอาศัยชื่อบริษัท สถานะใบอนุญาต รายละเอียดการโอน และวันที่ได้รับเงินได้จริง

  • ขายในศูนย์ซื้อขาย: บุคคลธรรมดาส่งคำสั่งขายคริปโทในบริการศูนย์ซื้อขายของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตตรงประเภท หากรายการก่อให้เกิดส่วนเกินเงินลงทุนและได้รับเงินได้ในช่วงที่กฎกำหนด เส้นทางนี้อยู่ในขอบเขตข้อยกเว้น ประเด็นที่ต้องพิสูจน์คือคำสั่งขายเกิดในบริการของนิติบุคคลที่มีใบอนุญาตศูนย์ซื้อขาย ไม่ใช่เพียงเคยฝากคริปโทไว้กับบริษัทนั้น
  • ขายผ่านนายหน้า: บุคคลธรรมดาให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีใบอนุญาตนายหน้าดำเนินการขายโทเคนให้ หากหลักฐานรายการแสดงบทบาทนายหน้าและมีส่วนเกินเงินลงทุน เส้นทางนี้ก็อยู่ในถ้อยคำของกฎ ผู้ขายไม่จำเป็นต้องเรียกบริการนั้นว่าศูนย์ซื้อขาย แต่ต้องตรวจว่านิติบุคคลผู้ให้บริการนายหน้าตรงกับทะเบียน
  • โอนขายให้ผู้ค้า: บุคคลธรรมดาตกลงขายโทเคนแก่บริษัทที่มีใบอนุญาตผู้ค้า แล้วโอนสินทรัพย์ให้บริษัทนั้น สิ่งที่ต้องเห็นคือบริษัทผู้ค้าเป็นผู้รับโอนในดีลขาย และผู้ขายได้รับผลประโยชน์จากรายการ หากมีเพียงที่อยู่กระเป๋าปลายทางโดยไม่รู้เจ้าของ ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นการโอนให้ผู้ค้าที่ได้รับอนุญาต
  • ขายตรงระหว่างบุคคล: บุคคลธรรมดาตกลงราคากับผู้ซื้ออีกคนหนึ่ง แล้วส่งคริปโทจากกระเป๋าส่วนตัวไปยังกระเป๋าของผู้ซื้อ การรับชำระผ่านบัญชีธนาคารไทยไม่เปลี่ยนเส้นทางขายให้กลายเป็นดีลในศูนย์ซื้อขาย ผ่านนายหน้า หรือโอนให้ผู้ค้าที่ได้รับอนุญาต จึงอ้างข้อยกเว้นนี้จากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้
  • ใช้แพลตฟอร์มที่ตรวจไม่พบใบอนุญาตตรงประเภท: แม้เว็บไซต์มีภาษาไทย รับเงินบาท หรือใช้ชื่อที่สื่อว่าให้บริการในไทย ลักษณะเหล่านั้นไม่ใช่ประเภทใบอนุญาต หากยังระบุนิติบุคคลและใบอนุญาตที่ตรงกับบทบาทในรายการไม่ได้ ก็ยังไม่มีข้อมูลพอให้อ้างสิทธิสำหรับดีลนั้น
  • ย้ายสินทรัพย์ก่อนขาย: บุคคลธรรมดาซื้อคริปโทในที่หนึ่ง ย้ายเข้ากระเป๋าส่วนตัว แล้วส่งต่อไปขายในศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต การย้ายระหว่างกระเป๋าไม่ใช่คำตอบของสิทธิสำหรับดีลขาย ต้องดูรายการขายปลายทาง พร้อมเชื่อมข้อมูลการซื้อเดิมเพื่อระบุเงินลงทุนของสินทรัพย์ที่ขาย

ในทุกตัวอย่าง เงื่อนไขเรื่องช่องทางไม่ได้แทนเงื่อนไขเรื่องผู้มีเงินได้ จำนวนส่วนเกิน หรือวันที่ได้รับเงินได้ การพบใบอนุญาตที่ถูกประเภทตอบได้เพียงส่วนหนึ่งของคำถาม หากรายการไม่มีข้อมูลต้นทุนหรือยังไม่ทราบว่ารับเงินได้เมื่อใด ก็ยังคำนวณและระบุช่วงสิทธิของดีลนั้นไม่ครบ

ข้อมูลใดทำให้ระบุสิทธิของแต่ละดีลได้

ข้อมูลที่มีประโยชน์เริ่มจากประวัติการซื้อที่แสดงชนิดและจำนวนสินทรัพย์ ราคาซื้อ และวันที่ซื้อ แล้วเชื่อมไปยังประวัติการขายที่แสดงจำนวนที่ขาย ราคาขาย และผู้ให้บริการของรายการ หากสินทรัพย์เคยย้ายกระเป๋า ให้เก็บเส้นทางการโอนที่เชื่อมสินทรัพย์ที่ขายกับการซื้อเดิมด้วย มิฉะนั้นอาจเห็นรายรับ แต่ไม่เห็นเงินลงทุนที่เกี่ยวข้อง

สำหรับช่องทางขาย ให้เก็บชื่อนิติบุคคลและรายละเอียดบริการที่ทำรายการ ข้อมูลนี้ใช้เทียบกับหมวดใบอนุญาตและเว็บไซต์ในทะเบียน ก.ล.ต. หากใบยืนยันรายการใช้ชื่อทางการค้าแทนชื่อบริษัท ควรเก็บข้อมูลบัญชีหรือเงื่อนไขบริการที่ระบุผู้ให้บริการตามกฎหมายไว้ประกอบ

สำหรับช่วงเวลา ให้เก็บทั้งวันที่ส่งคำสั่ง วันที่รายการสำเร็จ และข้อมูลที่แสดงการได้รับผลประโยชน์จากการขาย แต่ละวันที่ตอบคำถามต่างกัน และอาจสำคัญเมื่อดีลอยู่ใกล้ต้นหรือปลายช่วงมาตรการ ยอดถอนเข้าธนาคารช่วยตามเส้นทางเงินได้ แต่เพียงยอดถอนเดียวไม่แสดงต้นทุนหรือบทบาทของผู้ประกอบธุรกิจในทุกดีลที่รวมอยู่ในยอดนั้น

หากข้อมูลจากผู้ให้บริการไม่บอกว่าใครเป็นคู่ธุรกรรมหรือบริษัททำหน้าที่เป็นนายหน้าหรือผู้ค้า จุดที่ขาดคือข้อเท็จจริงของเส้นทางขาย ไม่ใช่ชื่อเรียกของแอป การขอรายละเอียดรายการจากผู้ให้บริการจึงมีประโยชน์กว่าการเดาจากรูปแบบหน้าจอ เมื่อทราบบทบาทแล้วจึงเทียบกับใบอนุญาตที่ตรงประเภทได้

การจัดรายการขายแยกตามนิติบุคคล ประเภทบริการ และวันที่ได้รับเงินได้ ช่วยไม่ให้ดีลที่เข้าเกณฑ์ปะปนกับดีลที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ หากรายการหนึ่งขาดหลักฐาน ก็ตรวจเฉพาะจุดที่ขาดได้ โดยไม่ต้องเหมารวมว่ากำไรจากสินทรัพย์ชนิดเดียวกันทั้งหมดมีผลทางภาษีเหมือนกัน

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0