
Trello หรือ ClickUp: ประหยัด 2 ดอลลาร์อาจแลกกับฟีเจอร์ที่ต้องซื้อเพิ่ม

ทีมที่ใช้บอร์ด Kanban เป็นหลักอาจเลือก Trello ได้ในราคาต่ำกว่า แต่ต้องนับค่าเครื่องมือเสริมเมื่องานเริ่มซับซ้อนขึ้น: ราคา Trello ระบุ Standard ที่ 5 ดอลลาร์และ Premium ที่ 10 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือนเมื่อชำระรายปี ขณะที่ ราคา ClickUp แสดง Unlimited ที่ 7 ดอลลาร์และ Business ที่ 12 ดอลลาร์ในชุดแผนหนึ่ง จึงมีส่วนต่าง 2 ดอลลาร์ระหว่าง Standard กับ Unlimited; หน้าเดียวกันยังแสดงอีกชุดเป็น Core ที่ 9 ดอลลาร์และ Business ที่ 17 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือนเมื่อชำระรายปี
หากทีมต้องเชื่อมงานที่รอกัน ใช้ Gantt บันทึกชั่วโมง หรือเขียน Docs ร่วมกับงาน ClickUp อาจคุ้มกว่าแม้ราคาเริ่มต้นสูงกว่า ส่วนทีมที่เพียงย้ายการ์ดตามสถานะและกำหนดวันส่ง Trello Free หรือ Standard มักตรงโจทย์กว่า ความต่างของสองชุดราคา ClickUp ทำให้ตัวเลข 2 ดอลลาร์เป็นกรณีเฉพาะของ Unlimited ไม่ใช่ส่วนต่างที่ทุกบัญชีจะจ่ายได้จริง การตัดสินใจจึงควรเริ่มจากฟีเจอร์ที่สมาชิกต้องใช้และแผนที่ปรากฏในหน้าชำระเงินของบัญชีนั้น
Kanban พื้นฐาน: เมื่อใดแผนฟรีจึงพอ
สำหรับทีมสมมติ 5 คนที่ติดตามงานผ่านคอลัมน์อย่างรอทำ กำลังทำ และเสร็จแล้ว แผนฟรีของทั้งสองบริการอาจเพียงพอ Trello Free ให้การ์ดไม่จำกัด แต่จำกัดบอร์ดและผู้ร่วมงานในแต่ละ Workspace; ClickUp Free ให้สมาชิกฟรีและงานไม่จำกัด พร้อมมุมมองบอร์ด Kanban ข้อจำกัดที่มีผลต่อทีมลักษณะนี้จึงไม่ใช่จำนวนงานที่สร้างได้ แต่เป็นจำนวนบอร์ดที่ต้องเปิดร่วมกัน พื้นที่เก็บไฟล์ และวิธีจัดสิทธิ์เมื่อมีคนเพิ่มเข้ามา
ถ้าทีมจัดหลายโครงการบนบอร์ดแยกกัน Trello Standard เพิ่มบอร์ดไม่จำกัด ช่องข้อมูลกำหนดเอง และ checklist ขั้นสูง โดยยังคงวิธีทำงานบนการ์ดที่คุ้นเคย ทีมที่ใช้การ์ดเพื่อบอกเจ้าของงาน สถานะ และวันครบกำหนด ไม่จำเป็นต้องซื้อความสามารถด้านการวางแผนที่ไม่ได้ใช้จริง การตั้งค่าเครื่องมือที่ละเอียดขึ้นยังมีต้นทุนด้านการดูแล แม้ต้นทุนนั้นไม่ได้ปรากฏเป็นรายการในใบเรียกเก็บเงิน
กรณีทีม 20 คนต่างออกไป เพราะ Trello Free จำกัดผู้ร่วมงานใน Workspace เดียวไว้ต่ำกว่าขนาดทีมนั้น การแยกคนไปหลาย Workspace อาจทำให้การมองภาพรวมและการกำหนดกฎร่วมกันยุ่งยากขึ้น จึงควรใช้ Standard เป็นฐานคำนวณหากทุกคนต้องทำงานในพื้นที่เดียวกัน ClickUp Free รับสมาชิกได้มากกว่า แต่พื้นที่ไฟล์ของแผนฟรีมีเพดาน; ทีมที่แนบงานออกแบบ วิดีโอ หรือเอกสารจำนวนมากอาจติดข้อจำกัดนี้ก่อนจะติดข้อจำกัดจำนวนงาน
งานที่พึ่งพากัน: Timeline กับ Gantt แก้คนละปัญหา

เมื่อการเริ่มงานหนึ่งขึ้นกับการเสร็จของอีกงาน การเห็นแถบเวลายังไม่พอ Trello Premium มีมุมมอง Timeline สำหรับดูช่วงเวลาของการ์ด แต่ คำแนะนำของ Trello เรื่องงานที่พึ่งพากัน ระบุว่าไม่มีระบบจัดการ dependency ในตัว และเสนอให้ใช้ checklist ลิงก์ระหว่างการ์ด และกฎอัตโนมัติประกอบกัน วิธีนี้ทำให้ทีมสร้างลำดับงานตามแบบของตนได้ แต่เมื่องานหรือกำหนดส่งเปลี่ยน ผู้ดูแลต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างการ์ดและกฎที่ผูกไว้ให้ถูกต้อง
ClickUp จัดเก็บความสัมพันธ์ระหว่างงานเป็นข้อมูลของงาน และให้ใช้ Gantt ในแผนจ่ายเงินระดับต้น หากหัวหน้าโครงการต้องเห็นว่างานใดรออีกงานอยู่และกำหนดส่งขยับอย่างไร นี่เป็นความต่างที่มีผลต่อการทำงานมากกว่าชื่อมุมมอง อย่างไรก็ตาม คำว่า Timeline ในรายการฟีเจอร์ของ ClickUp หมายถึงมุมมองเฉพาะ ซึ่งอยู่ในแผน Business ของชุดราคาที่แสดงอยู่ ไม่ควรเหมารวมว่าได้มาพร้อม Gantt ใน Unlimited หรือ Core
ความต่างนี้ทำให้ทีมที่มีวันส่งร่วมกันหลายสายงานต้องระบุความต้องการให้ชัด ถ้าต้องเพียงมองช่วงเวลาของการ์ด Trello Premium อาจตอบโจทย์ ถ้าต้องรักษาความสัมพันธ์ของงานที่รอกัน ClickUp มีโครงสร้างรองรับตรงกว่า และถ้าต้องใช้มุมมอง Timeline ของ ClickUp โดยเฉพาะ ต้องตั้งงบระดับ Business การจ่ายค่า Premium ของ Trello เพียงเพื่อหวังว่าการ์ดจะบล็อกกันอัตโนมัติจะไม่ให้ผลตามนั้น
Docs และการจับเวลา: ดูสิ่งที่ทีมบันทึกจริง
ClickUp มี Docs สำหรับเขียนเนื้อหาร่วมกันในพื้นที่เดียวกับงาน และมีการจับเวลาในรายการฟีเจอร์ของบริการ แต่การมีชื่อฟีเจอร์บนแผนฟรีไม่ควรถูกตีความว่าการใช้งานทุกระดับไม่มีข้อจำกัด เพราะตารางรายละเอียดแยกบางความสามารถเป็นช่วงทดลองหรือสงวนไว้ให้แผนสูงกว่า สำหรับทีมที่เพียงต้องการรู้ว่าใครใช้เวลากับงานใด การบันทึกเวลาขั้นพื้นฐานต่างจากการทำใบลงเวลาเพื่อให้หัวหน้าอนุมัติ การคิดค่าบริการลูกค้า หรือการออกรายงานเชิงลึก
Trello ใช้คำอธิบาย การ์ด checklist และไฟล์แนบเป็นบริบทของงานได้ แต่หากต้องจับชั่วโมงต่อการ์ดเป็นประจำ ทีมมักต้องพึ่ง Power-Up หรือบริการเชื่อมต่อ ค่าใช้จ่ายจึงขึ้นกับเครื่องมือที่เลือกและวิธีคิดค่าบริการของผู้พัฒนา สำหรับทีมที่บันทึกเวลาเฉพาะบางโครงการ การใช้เครื่องมือแยกอาจเหมาะกว่าการย้ายระบบงานทั้งหมด ส่วนทีมที่ทุกคนลงเวลาทุกวันควรคิดทั้งค่าบริการและงานเพิ่มจากการดูแลข้อมูลในสองระบบ
ทางเลือกเสริมไม่ได้มีราคาแบบเดียวทั้งหมด การเชื่อม Clockify กับ Trello ให้เริ่มจับเวลาจากการ์ดและดูรายงานใน Clockify โดยมีบัญชีฟรีให้ใช้ แต่ทีมต้องทำงานกับบริการแยกและตรวจว่าความสามารถด้านรายงานหรือการอนุมัติที่ต้องการอยู่ในสิทธิ์ใด ทางเลือกฟรีนี้สำคัญ เพราะการต้องเพิ่มฟีเจอร์ไม่ได้แปลว่าทุกทีมจะมีบิลเพิ่มเสมอไป
Automation และ Power-Up เปลี่ยนต้นทุนอย่างไร
Trello มีระบบอัตโนมัติในทุกระดับแผน แต่ Free และ Standard มีเพดานการทำงานต่อ Workspace ส่วน Premium ให้การทำงานได้ไม่จำกัด ClickUp ก็เพิ่มความสามารถและเพดาน automation ตามระดับแผน ความต่างที่มีผลต่อบิลจึงอยู่ที่กฎซึ่งทีมจะใช้จริง: การย้ายการ์ดเมื่อเสร็จงาน การเตือนก่อนกำหนดส่ง และการเชื่อมบริการภายนอกอาจต้องใช้สิทธิ์คนละระดับ ทีมที่พึ่งกฎจำนวนมากไม่ควรดูเพียงว่าช่องฟีเจอร์ระบุว่ามี automation
สำหรับ Trello คำอธิบาย Power-Ups ของ Atlassian ระบุว่าบางรายการใช้ฟรี ขณะที่บางรายการเรียกค่าบริการโดยผู้พัฒนาภายนอก ค่าเสริมจึงต้องแยกจากค่าสมาชิก Trello และตรวจหน่วยที่ใช้คิดเงิน บางเครื่องมือคิดต่อคน บางเครื่องมือคิดต่อ Workspace และบางบริการคิดเพิ่มเมื่อต้องการรายงานหรือสิทธิ์ที่สูงขึ้น การเปิด Power-Up ได้ในแผนหนึ่งไม่ได้หมายความว่าบริการของผู้พัฒนานั้นรวมอยู่ในราคาแผน
ตัวอย่างที่มีราคาชัดเจนคือ Everhour Trello Power-Up ซึ่งระบุแผน Pro ที่ 10 ดอลลาร์ต่อเดือนแบบเหมาจ่ายสำหรับผู้ใช้และบอร์ดไม่จำกัดภายในหนึ่ง Workspace พร้อมตัวจับเวลา ใบลงเวลา และรายงาน เมื่อทีมสมมติ 5 คนใช้ Trello Standard ค่าแผนรวมกับ Power-Up นี้จะเป็น 35 ดอลลาร์ต่อเดือน เท่ากับ ClickUp Unlimited ในชุดราคา 7 ดอลลาร์ต่อคน แต่ยังต่ำกว่า Core ในชุดราคา 9 ดอลลาร์ต่อคน ตัวอย่างนี้แสดงว่ารูปแบบการคิดเงินของค่าเสริมมีผลพอ ๆ กับราคาหน้าแรก
สำหรับทีม 20 คน Trello Standard บวก Power-Up แบบเหมาจ่ายเดียวกันเป็น 110 ดอลลาร์ต่อเดือน ต่ำกว่า ClickUp Unlimited ที่ 140 ดอลลาร์และ Core ที่ 180 ดอลลาร์ หากเลือกบริการจับเวลาที่คิดต่อผู้ใช้แทน ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนไป: ส่วนต่างระหว่าง Standard กับ Unlimited เท่ากับ 10 ดอลลาร์สำหรับทีม 5 คน และ 40 ดอลลาร์สำหรับทีม 20 คน ค่าเสริมที่สูงกว่าเกณฑ์ของแต่ละทีมจะทำให้บิล Trello สูงกว่า Unlimited โดยยังไม่นับภาษีหรือความต่างของฟีเจอร์ที่ได้รับ
คำนวณบิลทีม 5 และ 20 คนตามลักษณะงาน

ตัวเลขต่อไปเป็นสถานการณ์สมมติที่สมาชิกทุกคนต้องใช้สิทธิ์จ่ายเงิน แสดงค่าเฉลี่ยต่อเดือนเป็นดอลลาร์สหรัฐเมื่อชำระค่าสมาชิกหลักรายปี จึงไม่ใช่ยอดที่จ่ายรายเดือนจริง และยังไม่รวมภาษี อัตราแลกเปลี่ยน หรือส่วนลดเฉพาะบัญชี สำหรับ ClickUp แสดงทั้งชุด Unlimited และ Core แยกกัน เพราะเป็นคนละชุดราคาที่ปรากฏบนหน้าราคาเดียวกัน
- Kanban พื้นฐาน ทีม 5 คน: ถ้าเพดานแผนฟรีเพียงพอ ทั้ง Trello และ ClickUp มีค่าสมาชิกหลักเป็นศูนย์ เมื่อจำเป็นต้องซื้อแผน Trello Standard คิดเป็น 25 ดอลลาร์ต่อเดือน ClickUp Unlimited เป็น 35 ดอลลาร์ และ Core เป็น 45 ดอลลาร์ กรณีนี้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของ ClickUp ควรแลกกับความสามารถที่ทีมจะใช้จริง ไม่ใช่เพียงจำนวนรายการฟีเจอร์
- Kanban พื้นฐาน ทีม 20 คน: Trello Standard คิดเป็น 100 ดอลลาร์ต่อเดือนหากต้องทำงานใน Workspace เดียว ClickUp Unlimited เป็น 140 ดอลลาร์ หรือ Core เป็น 180 ดอลลาร์ ClickUp Free ยังรับสมาชิกได้ แต่ควรเทียบเพดานพื้นที่ไฟล์และสิทธิ์ของแผนฟรีกับลักษณะงานก่อนนำตัวเลขศูนย์มาเป็นงบทั้งทีม
- งานมี dependency และต้องเห็นกำหนดการ ทีม 5 คน: Trello Premium คิดเป็น 50 ดอลลาร์ต่อเดือนพร้อมมุมมอง Timeline โดยทีมยังต้องจัดการความสัมพันธ์ระหว่างการ์ดเอง ClickUp Unlimited คิดเป็น 35 ดอลลาร์ หรือ Core 45 ดอลลาร์เมื่อ Gantt ตอบโจทย์ หากต้องใช้มุมมอง Timeline ของ ClickUp โดยเฉพาะ Business จะเป็น 60 หรือ 85 ดอลลาร์ตามชุดราคาที่บัญชีได้รับ
- งานมี dependency และต้องเห็นกำหนดการ ทีม 20 คน: Trello Premium คิดเป็น 200 ดอลลาร์ต่อเดือน ClickUp Unlimited อยู่ที่ 140 ดอลลาร์ หรือ Core 180 ดอลลาร์เมื่อใช้ Gantt ส่วน ClickUp Business อยู่ที่ 240 หรือ 340 ดอลลาร์หากต้องการสิทธิ์ระดับนั้น ค่าแรงของคนที่คอยดูแลลิงก์และกฎ dependency ใน Trello ไม่ได้รวมอยู่ในตัวเลขค่าสมาชิกเหล่านี้
- งานที่ต้องจับเวลา ทีม 5 คน: Trello Standard เป็น 25 ดอลลาร์ต่อเดือนก่อนค่าเสริม; หากเลือก Power-Up แบบเหมาจ่ายตามตัวอย่างจะเป็น 35 ดอลลาร์ ClickUp Unlimited อยู่ที่ 35 ดอลลาร์ หรือ Core 45 ดอลลาร์ การเสมอกันของราคาค่าสมาชิกไม่ได้แปลว่ารายงานเวลา วิธีอนุมัติ และการเชื่อมข้อมูลของแต่ละทางเลือกเหมือนกัน
- งานที่ต้องจับเวลา ทีม 20 คน: Trello Standard เป็น 100 ดอลลาร์ต่อเดือนก่อนค่าเสริม หรือ 110 ดอลลาร์เมื่อบวก Power-Up แบบเหมาจ่ายตามตัวอย่าง ClickUp Unlimited อยู่ที่ 140 ดอลลาร์ และ Core 180 ดอลลาร์ หากต้องการใบลงเวลา การอนุมัติ หรือระบบรายงานขั้นสูง ให้เทียบสิทธิ์ของแผนที่ซื้อกับขั้นตอนนั้นโดยตรง เพราะตัวจับเวลาพื้นฐานอย่างเดียวไม่ครอบคลุมทุกงาน
ทีมที่งานส่วนใหญ่จบได้บนบอร์ดควรเลือกจากเพดานบอร์ด จำนวนสมาชิก และพื้นที่ไฟล์ก่อน ส่วนทีมที่ต้องจัดลำดับงานที่พึ่งพากันหรือบันทึกเวลาเป็นงานประจำควรเปรียบเทียบ ClickUp กับ Trello พร้อมเครื่องมือเสริมที่เลือกจริง ผลคำนวณจะแตกต่างมากระหว่างค่าเสริมแบบเหมาจ่ายกับแบบคิดต่อคน และระหว่าง ClickUp Unlimited กับ Core; ราคาที่ปรากฏสำหรับบัญชีจึงเป็นตัวกำหนดงบสุดท้าย
อ่านเพิ่มเติม:
บทความที่เกี่ยวข้อง


Microsoft Planner หรือ Trello: ของที่แถมมากับงานอาจแพงเมื่อโปรเจกต์โต

ClickUp หรือ Asana: ทีมเล็กจ่ายน้อยกว่าได้ แต่ต้องนับเวลาตั้งระบบ

Clockify หรือ Harvest: ค่าที่นั่งถูกกว่าอาจแพ้เมื่อเริ่มออกใบแจ้งหนี้

Copilot หรือ Gemini ในออฟฟิศไทย: ราคาหน้าแรกยังไม่ใช่ต้นทุนจริง

Todoist หรือ TickTick: ถูกกว่าปีละ 10 ดอลลาร์ อาจแลกกับงานทีม
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ