Publer หรือ SocialBee: ห้าบัญชีเริ่มถูก แต่สมาชิกทีมทำบิลเปลี่ยน

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|3 นาทีในการอ่าน
Publer หรือ SocialBee: ห้าบัญชีเริ่มถูก แต่สมาชิกทีมทำบิลเปลี่ยน

ถ้าดูแลบัญชีโซเชียล 5 บัญชีคนเดียวและต้องการจัดตารางโพสต์ Publer Professional มีต้นทุน 20 ดอลลาร์ต่อเดือนตาม การถอดสูตรราคาของ Publer ขณะที่ ราคา SocialBee Bootstrap อยู่ที่ 29 ดอลลาร์ต่อเดือนและครอบคลุม 5 โปรไฟล์ คำตอบจึงเริ่มจาก Publer สำหรับงานเดี่ยวขนาดนี้ แต่เปลี่ยนได้ทันทีเมื่อมีคนเข้ามาร่วมทำงานหรือต้องส่งรายงานให้ลูกค้า

Publer คิดค่าบัญชีที่เชื่อมต่อและสมาชิกเพิ่มเติม ส่วน SocialBee ขายโควตาโปรไฟล์ ผู้ใช้ และเวิร์กสเปซเป็นแพ็กเกจ การเพิ่มบัญชีจึงไม่ได้ทำให้บิลของทั้งสองบริการขยับในจังหวะเดียวกัน ตัวเลขด้านล่างเป็นสถานการณ์สมมติที่จ่ายรายเดือนด้วยดอลลาร์สหรัฐ โดยยังไม่รวมภาษีและผลจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผู้ใช้ในไทยอาจพบตอนชำระเงินจริง

นับหน่วยให้ตรงก่อนเทียบราคา

บัญชีที่เชื่อมต่อหมายถึงโปรไฟล์ เพจ กลุ่ม หรือช่องทางแต่ละรายการ ไม่ใช่จำนวนแพลตฟอร์มที่ใช้ หากแบรนด์หนึ่งมีเพจ Facebook กับบัญชี Instagram ก็ใช้พื้นที่สองบัญชีใน Publer ส่วน SocialBee นับโปรไฟล์โซเชียลแต่ละรายการเข้าโควตาของแพ็กเกจเช่นกัน จุดต่างอยู่ที่ Publer ปรับยอดตามจำนวนบัญชีที่เลือก ขณะที่ SocialBee ยังคิดราคาแพ็กเกจเต็มแม้ใช้โปรไฟล์ไม่ครบ

คำอธิบายแผนของ Publer ระบุว่า Professional เริ่มที่ 5 ดอลลาร์ต่อเดือน และ Business เริ่มที่ 10 ดอลลาร์ โดยแต่ละราคาเริ่มต้นครอบคลุมบัญชีโซเชียลหนึ่งบัญชีกับเจ้าของหนึ่งคน เจ้าของจึงไม่ต้องซื้อสิทธิ์สมาชิกเพิ่มให้ตัวเอง เมื่อจำนวนบัญชีมากขึ้น ราคาที่ต้องใช้คำนวณไม่ใช่การนำราคาเริ่มต้นไปคูณจำนวนบัญชี เพราะอัตราต่อบัญชีเปลี่ยนตามจำนวนที่เลือกในตัวคำนวณราคา

สำหรับจำนวนตั้งแต่สามบัญชีขึ้นไป อัตราที่ใช้คำนวณในตัวเลือกของ Publer คือ 4 ดอลลาร์ต่อบัญชีใน Professional และ 7 ดอลลาร์ใน Business ส่วนสมาชิกเพิ่มเติมคิดคนละ 2 และ 3 ดอลลาร์ตามลำดับ การให้ทุกบัญชีในกลุ่มนั้นใช้อัตราเดียวกันทำให้ห้าบัญชีบน Professional รวมเป็น 20 ดอลลาร์ ไม่ใช่ 5 ดอลลาร์บวกอีกสี่ครั้งครั้งละ 4 ดอลลาร์ ความต่างเพียงหนึ่งดอลลาร์นี้มีผลต่อการเทียบกับแพ็กเกจคู่แข่ง และอธิบายได้ว่าทำไมการดูแค่คำว่า “เริ่มต้น” จึงไม่พอ

หน้าราคา Publer ระบุว่าทุกบัญชีโซเชียลลำดับที่สิบไม่คิดเงิน และใช้หลักเดียวกันกับสมาชิกเพิ่มเติม เจ้าของแผนไม่อยู่ในจำนวนสมาชิกเพิ่มเติม แผนจ่ายเงินเปิดให้มีเวิร์กสเปซได้ไม่จำกัดโดยไม่คิดเป็นหน่วยราคาอีกชั้น ส่วน Free มีเพดานสามบัญชี ไม่รองรับ X และมีโพสต์ที่รอเผยแพร่ได้พร้อมกันไม่เกินสิบรายการต่อบัญชี จึงใช้ Free เป็นต้นทุนฐานของสถานการณ์ห้าบัญชีไม่ได้

SocialBee แบ่งแพ็กเกจรายเดือนเป็น Bootstrap ราคา 29 ดอลลาร์สำหรับ 5 โปรไฟล์ Accelerate ราคา 49 ดอลลาร์สำหรับ 10 โปรไฟล์ และ Pro ราคา 99 ดอลลาร์สำหรับ 25 โปรไฟล์ Bootstrap กับ Accelerate รวมหนึ่งผู้ใช้ในหนึ่งเวิร์กสเปซ ส่วน Pro รวมผู้ใช้สามคนต่อเวิร์กสเปซและห้าเวิร์กสเปซ ผู้ใช้หรือเวิร์กสเปซที่เพิ่มคิดอย่างละ 10 ดอลลาร์ต่อเดือน และโปรไฟล์เพิ่มขายเป็นชุดละห้ารายการราคา 15 ดอลลาร์ต่อเดือน ดังนั้นการข้ามเพดานโปรไฟล์เพียงรายการเดียวอาจทำให้ต้องซื้อทั้งชุด แม้ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแพ็กเกจ

ใบเรียกเก็บสมมติของงานสามขนาด

เปรียบเทียบต้นทุน Publer และ SocialBee เมื่อเพิ่มจาก 5 เป็น 10 และ 25 บัญชีพร้อมสมาชิกทีม

การเปรียบเทียบต่อไปนี้กำหนดจำนวนบัญชีและคนให้เหมือนกันทั้งสองบริการ แต่แสดงมากกว่าหนึ่งแผนเมื่อสิทธิ์การทำงานต่างกัน ยอดที่คำนวณเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนจากราคาและส่วนเพิ่มที่ประกาศไว้ ไม่ใช่ใบเสนอราคาหรือผลการทดลองใช้งานจริง การแยกต้นทุนจัดตารางโพสต์ออกจากต้นทุนอนุมัติและรายงานช่วยให้เห็นว่าราคาถูกที่สุดอาจยังไม่ซื้อสิทธิ์ที่ทีมต้องใช้

ครีเอเตอร์คนเดียว ดูแล 5 บัญชี

Publer Professional คิด 5 × 4 เท่ากับ 20 ดอลลาร์ต่อเดือน เทียบกับ SocialBee Bootstrap ที่ 29 ดอลลาร์ ส่วนต่าง 9 ดอลลาร์เหมาะจะพิจารณาเมื่อหน้าที่หลักคือเตรียมและตั้งเวลาโพสต์จากหลายช่องทางโดยเจ้าของคนเดียว หากเลือก Publer Business เพื่อใช้ความสามารถด้านรายงานและการทำงานขั้นสูง ยอดของห้าบัญชีจะเป็น 5 × 7 หรือ 35 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งสูงกว่า Bootstrap อยู่ 6 ดอลลาร์

ราคาสองแผนหลังยังเทียบกันด้วยตัวเลขอย่างเดียวไม่ได้ Bootstrap มีข้อมูลวิเคราะห์ แต่แพ็กเกจนี้ไม่ได้รวมระบบอนุมัติโพสต์หรือการส่งออกรายงานวิเคราะห์ หากครีเอเตอร์ต้องส่งไฟล์รายงานให้ลูกค้า แม้ยังไม่มีเพื่อนร่วมทีม ความต้องการนี้ก็เปลี่ยนแผนที่ควรเทียบไปเป็น Publer Business กับ SocialBee Pro การเพิ่มสิทธิ์รายงานจึงเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นได้ก่อนการเพิ่มคนหรือบัญชี

ทีมสามคน ดูแล 10 บัญชี

สมมติให้ทั้งทีมอยู่ในเวิร์กสเปซเดียว Publer ไม่คิดเงินสำหรับบัญชีลำดับที่สิบ จึงเหลือบัญชีที่คิดเงินเก้ารายการ Professional คิด 9 × 4 เท่ากับ 36 ดอลลาร์ และสมาชิกเพิ่มเติมอีกสองคนคิด 4 ดอลลาร์ รวมเป็น 40 ดอลลาร์ต่อเดือน Business คิดค่าบัญชี 9 × 7 เท่ากับ 63 ดอลลาร์ บวกสมาชิก 6 ดอลลาร์ รวม 69 ดอลลาร์ ตัวเลขสองยอดนี้แสดงผลของการเปลี่ยนทั้งระดับแผนและจำนวนคน โดยไม่ได้เปลี่ยนจำนวนช่องทาง

SocialBee Accelerate ครอบคลุมสิบโปรไฟล์อยู่แล้ว แต่รวมผู้ใช้เพียงคนเดียว การเพิ่มอีกสองคนทำให้ราคา 49 + 20 เท่ากับ 69 ดอลลาร์ต่อเดือน เท่ากับ Publer Business ในสมมตินี้ ถ้าทีมต้องการเพียงร่วมจัดตารางโพสต์และไม่ต้องใช้ระบบอนุมัติของ Accelerate ยังมีทางเลือก Bootstrap บวกโปรไฟล์อีกหนึ่งชุดและผู้ใช้เพิ่มสองคน รวม 29 + 15 + 20 หรือ 64 ดอลลาร์ต่อเดือน ยอดนี้ถูกกว่า Accelerate 5 ดอลลาร์ แต่ไม่ได้เพิ่มสิทธิ์อนุมัติโพสต์ให้ Bootstrap

Publer Professional ราคา 40 ดอลลาร์จึงยังต่ำที่สุดในกลุ่มนี้สำหรับการร่วมจัดตารางโพสต์ แต่คำว่า “ร่วมงาน” กว้างกว่าขั้นตอนอนุมัติ ผู้ที่ต้องให้ผู้ตรวจมีสิทธิ์เฉพาะบางบัญชี หรือกำหนดว่าร่างใดต้องรอการอนุมัติก่อนเผยแพร่ ควรเทียบสิทธิ์ของแผนควบคู่กับยอด 40, 64 และ 69 ดอลลาร์ หาก SocialBee ต้องแยกงานเป็นอีกเวิร์กสเปซในระดับ Accelerate จะมีค่าเวิร์กสเปซเพิ่มจากยอด 69 ดอลลาร์ ขณะที่ Publer ไม่คิดจำนวนเวิร์กสเปซเป็นส่วนเพิ่มของแผนจ่ายเงิน

ผู้ดูแลหลายแบรนด์ ดูแล 25 บัญชี

สมมติว่ามีคนทำงานสามคน แยกห้าแบรนด์เป็นห้าเวิร์กสเปซ และต้องอนุมัติโพสต์พร้อมส่งออกรายงาน SocialBee Pro ราคา 99 ดอลลาร์ต่อเดือนครอบคลุมโควตาโปรไฟล์ คนต่อเวิร์กสเปซ และจำนวนเวิร์กสเปซตามเงื่อนไขนี้ จึงไม่ต้องซื้อส่วนเพิ่มสำหรับองค์ประกอบที่กำหนดไว้ การซื้อโปรไฟล์เพิ่มบนแผนต่ำกว่าอาจเพิ่มความจุได้ แต่ไม่ทำให้แผนนั้นมีสิทธิ์ส่งออกรายงานแบบ Pro

Publer ให้บัญชีลำดับที่สิบและยี่สิบฟรี จึงคิดค่าบัญชี 23 รายการ Professional มีค่าบัญชี 23 × 4 หรือ 92 ดอลลาร์ บวกสมาชิกอีก 4 ดอลลาร์ รวม 96 ดอลลาร์ต่อเดือน ตัวเลขนี้ต่ำกว่า SocialBee Pro เพียง 3 ดอลลาร์ แต่ยังเป็นการเทียบแผนที่ให้สิทธิ์รายงานต่างกัน หากต้องใช้ Business เพื่อส่งออกรายงาน ค่าบัญชีเป็น 23 × 7 หรือ 161 ดอลลาร์ บวกสมาชิกอีก 6 ดอลลาร์ รวม 167 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับชุดงานสมมตินี้ SocialBee Pro จึงต่ำกว่า Publer Business 68 ดอลลาร์ต่อเดือน

ความได้เปรียบของ Pro ในกรณีหลายแบรนด์เกิดจากการรวมความจุหลายชนิดไว้ในราคาเดียว ทั้งโปรไฟล์ คน และเวิร์กสเปซ แต่เพดานแต่ละชนิดยังเป็นเงื่อนไขแยกกัน หากจำนวนคนที่ต้องเข้าถึงแต่ละเวิร์กสเปซเกินสิทธิ์ที่รวมไว้ หรือจำนวนแบรนด์ต้องใช้เวิร์กสเปซมากกว่าที่แพ็กเกจให้ ค่าใช้จ่ายจะเปลี่ยนอีกครั้ง ฝั่ง Publer ต้นทุนเพิ่มตามบัญชีและสมาชิกที่ซื้อ แม้จะสร้างเวิร์กสเปซหลายแห่งได้โดยไม่เพิ่มค่าหน่วยเวิร์กสเปซ

สิทธิ์อนุมัติและรายงานเปลี่ยนแผนตรงไหน

งานวิดีโอของหลายแบรนด์รอการอนุมัติก่อนเผยแพร่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเลือกแผน Publer หรือ SocialBee

SocialBee วางระบบอนุมัติโพสต์ไว้ตั้งแต่ Accelerate และมีต่อใน Pro ส่วนการส่งออกรายงานวิเคราะห์อยู่ใน Pro จึงมีจุดอัปเกรดสองระดับสำหรับทีมที่เริ่มจาก Bootstrap: ต้องการให้มีผู้กดอนุมัติก่อนเผยแพร่ให้ขยับไป Accelerate; ต้องการไฟล์รายงานด้วยให้ใช้ Pro เป็นฐานราคา การเพิ่มผู้ใช้ โปรไฟล์ หรือเวิร์กสเปซให้ Bootstrap เพิ่มได้เพียงความจุ ไม่ได้ปลดล็อกฟังก์ชันที่สงวนไว้ให้แผนสูงกว่า

Publer Professional รองรับการเพิ่มสมาชิกและการทำงานร่วมกัน ขณะที่คำอธิบาย Business ระบุรายงานวิเคราะห์ที่ดาวน์โหลดได้และขั้นตอนอนุมัติขั้นสูง หน้าราคา Publer ยังแสดงงานอนุมัติในกลุ่มความสามารถของแผนจ่ายเงิน จึงไม่ควรเหมารวมว่าการอนุมัติทุกรูปแบบต้องซื้อ Business ถ้างานต้องมีเพียงเจ้าของตรวจโพสต์ของผู้ร่วมทีม ความสามารถที่ระบุในแผนจ่ายเงินมีความหมายต่างจากความต้องการขั้นตอนอนุมัติขั้นสูงและรายงานที่ดาวน์โหลดได้

คำอธิบายสิทธิ์ของ Publer แยกการให้เจ้าของหรือผู้ดูแลอนุมัติโพสต์ของผู้แก้ไข ออกจากการให้ลูกค้าอนุมัติโพสต์ของผู้แก้ไขหรือผู้ดูแล สมาชิกอนุมัติ แก้ไข หรือปฏิเสธโพสต์ได้เฉพาะบัญชีโซเชียลที่ตนมีสิทธิ์เข้าถึง รายละเอียดนี้สำคัญกับทีมหลายแบรนด์ เพราะคนที่ตรวจงานแบรนด์หนึ่งไม่จำเป็นต้องได้รับสิทธิ์เหนือทุกบัญชีที่ทีมดูแล

รายงานก็มีสองความหมายที่ส่งผลต่อราคา การเปิดดูข้อมูลวิเคราะห์ในบริการไม่ได้เท่ากับการส่งออกไฟล์ให้ลูกค้า Publer ระบุรายงานที่ดาวน์โหลดได้ใน Business ส่วน SocialBee ระบุการส่งออกรายงานใน Pro หากสัญญางานต้องส่งไฟล์รายเดือน การใช้ราคา Professional หรือ Accelerate เป็นตัวแทนต้นทุนของงานนั้นจะทำให้เปรียบเทียบต่ำกว่าสิทธิ์ที่ต้องซื้อจริง

จุดที่ราคาเปลี่ยนโดยจำนวนบัญชีแทบไม่เปลี่ยน

Publer เหมาะกับการเพิ่มช่องทางทีละรายการ เพราะยอดสะท้อนจำนวนบัญชีที่ใช้จริงและมีบัญชีฟรีทุกลำดับที่สิบ SocialBee เหมาะเมื่อจำนวนช่องทางอยู่ภายในโควตาของแผนที่ตรงกับสิทธิ์งานอยู่แล้ว: การเพิ่มโปรไฟล์อีกหนึ่งรายการภายในเพดานเดิมไม่ทำให้ค่าแพ็กเกจเปลี่ยน แต่เมื่อเกินเพดาน การซื้อส่วนเพิ่มจะพาโปรไฟล์ใหม่มาเป็นชุด ผู้ใช้ที่มีบัญชีน้อยกว่าโควตามากจึงควรดูราคาทั้งแพ็กเกจมากกว่าหารราคาด้วยจำนวนโปรไฟล์สูงสุดที่โฆษณาไว้

จำนวนสมาชิกทำให้ผลเปรียบเทียบเปลี่ยนอีกแบบ Publer รวมเจ้าของและคิดเงินเฉพาะสมาชิกเพิ่มเติม ส่วน SocialBee Bootstrap และ Accelerate รวมผู้ใช้คนเดียว แต่ Pro ให้สามคนต่อเวิร์กสเปซ ทีมสามคนที่ดูแลสิบบัญชีจึงเห็นต้นทุนของคนเพิ่มชัดบน Accelerate ขณะที่ทีมขนาดเดียวกันซึ่งดูแลยี่สิบห้าบัญชีอาจอยู่ในโควตาผู้ใช้ของ Pro แล้ว นี่คือเหตุผลที่ราคาเริ่มต้นต่ำกว่าของแผนหนึ่งไม่ได้บอกว่าบิลทีมขนาดใหญ่จะต่ำกว่าตามไปด้วย

สำหรับผู้จ่ายเงินในไทย ตัวเลขทั้งหมดข้างต้นเป็นราคาแผนรายเดือนที่แสดงเป็นดอลลาร์สหรัฐ ไม่ใช่ยอดเงินบาทที่จะถูกเรียกเก็บจริง การเลือกจ่ายรายปีเปลี่ยนอัตราและทำให้การเทียบกับยอดรายเดือนเหล่านี้ใช้ไม่ได้ตรง ๆ หากงานมีทั้งการแยกแบรนด์ ผู้อนุมัติหลายคน และไฟล์รายงาน ให้ยึดจำนวนบัญชี คน และเวิร์กสเปซของงานนั้นพร้อมสิทธิ์ที่ต้องส่งมอบเป็นชุดเดียวในการเลือกระดับแผน

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0