เพิ่มใบรับรอง Coursera ใน LinkedIn: ลิงก์ตรวจสอบสำคัญกว่าโพสต์อวด

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|2 นาทีในการอ่าน
เพิ่มใบรับรอง Coursera ใน LinkedIn: ลิงก์ตรวจสอบสำคัญกว่าโพสต์อวด

หากต้องการให้ผู้สรรหาตรวจใบรับรอง Coursera จากโปรไฟล์ LinkedIn ได้ ให้เพิ่มรายการในส่วนใบอนุญาตและการรับรอง กรอกชื่อ ผู้ออก และวันที่ตามใบรับรอง แล้ววาง URL สาธารณะในช่อง Credential URL คำแนะนำของ Coursera ระบุว่าเปิด My Learning แล้วไปที่ Certificates เพื่อกด Add to LinkedIn หรือเปิดใบรับรองและคัดลอกลิงก์จาก Share Certificate ได้ ลิงก์สำหรับแชร์เปิดให้คนอื่นดูรายละเอียดใบรับรองเพื่อยืนยันว่าได้รับจริง

แม้เริ่มจากปุ่ม Add to LinkedIn ก็ต้องตรวจแบบฟอร์มก่อนบันทึก เพราะ คำอธิบายของ LinkedIn ระบุว่าปุ่มเพิ่มในโปรไฟล์สำหรับข้อมูลใบรับรองจากผู้ให้บริการภายนอกจะไม่กรอกช่องต่าง ๆ ให้อัตโนมัติ การมีโพสต์บอกว่าเรียนจบจึงตอบคนละเรื่องกับรายการในโปรไฟล์ที่มีลิงก์ไปยังหลักฐาน โพสต์สื่อสารความสำเร็จกับเครือข่าย ส่วนรายการใบรับรองช่วยให้คนที่เข้ามาดูโปรไฟล์ภายหลังพบข้อมูลและเปิดตรวจได้ในจุดเดียว

หาใบรับรองและลิงก์ที่ใช้ตรวจสอบจาก Coursera

เริ่มจากบัญชี Coursera ที่ใช้เรียนและได้รับใบรับรองจริง หลังลงชื่อเข้าใช้ ให้เปิด My Learning ที่ด้านบนของหน้า แล้วเลือกแท็บ Certificates หน้านี้รวมใบรับรองและความสำเร็จที่บัญชีได้รับ จึงควรเลือกจากชื่อรายการที่สำเร็จแล้ว ไม่ใช่คัดลอกที่อยู่ของหน้าหลักสูตรหรือหน้ารวมการเรียน หากเรียนหลายรายวิชาในโปรแกรมเดียวกัน ให้ดูด้วยว่าต้องการแสดงใบรับรองรายวิชาหรือใบรับรองของโปรแกรม เพราะชื่อที่ปรากฏต่อผู้สรรหาควรตรงกับหลักฐานปลายทาง

  1. ในแท็บ Certificates หาชื่อรายการที่ต้องการเพิ่ม แล้วกด View certificate ใต้ชื่อนั้น อ่านชื่อผู้เรียน ชื่อเนื้อหาที่เรียน และเดือนกับปีที่ออกใบรับรองก่อนคัดลอกข้อมูล
  2. กด Share Certificate ใต้ภาพใบรับรอง แล้วคัดลอก URL สำหรับแชร์ เก็บ URL นี้ไว้สำหรับช่อง Credential URL ใน LinkedIn เพราะเป็นลิงก์ที่บุคคลอื่นเปิดได้
  3. หากต้องการให้ Coursera พาไปยังขั้นตอนเพิ่มรายการ ให้กลับไปยังรายการเดิมในแท็บ Certificates แล้วกด Add to LinkedIn ใต้ชื่อใบรับรอง ลงชื่อเข้าใช้ LinkedIn หากระบบขอ จากนั้นตรวจและกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม

สองปุ่มนี้ทำหน้าที่ต่างกัน Add to LinkedIn พาไปยังขั้นตอนสร้างรายการในโปรไฟล์ ส่วน Share Certificate ให้ที่อยู่ของหลักฐานที่เปิดตรวจได้ จึงควรใช้ข้อมูลจากใบรับรองรายการเดียวกันตลอดทาง หากเลือกปุ่มเพิ่มจากใบรับรองหนึ่ง แต่คัดลอก URL ของอีกรายการ ผู้ดูโปรไฟล์จะพบชื่อที่ไม่ตรงกัน แม้ทั้งสองใบจะเป็นของผู้เรียนคนเดียวกัน

บนใบรับรอง Coursera มีชื่อที่ยืนยันแล้วของผู้เรียน ชื่อเนื้อหาที่เรียน และเดือนกับปีที่ออก ข้อมูลเหล่านี้ช่วยเทียบกับรายการบน LinkedIn ได้ก่อนกดบันทึก หากเพิ่งเรียนจบแต่ยังไม่เห็นใบรับรองในแท็บ Certificates อย่าใช้ลิงก์หน้าหลักสูตรแทนหลักฐานที่ยังไม่ปรากฏ รอให้ใบรับรองอยู่ในบัญชีและเปิดหน้ารายละเอียดได้ก่อน แล้วจึงนำไปใส่ในโปรไฟล์

กรอกช่องในส่วนใบอนุญาตและการรับรองให้ตรงกับหลักฐาน

รายการใบรับรอง Coursera ในส่วนใบอนุญาตและการรับรองของ LinkedIn แยกข้อมูลชื่อ ผู้ออก วันที่ และลิงก์ตรวจสอบ

เมื่อมาถึง LinkedIn ให้กรอกแบบฟอร์มโดยเปิดใบรับรอง Coursera เทียบไว้ หากไม่ได้เริ่มจากปุ่มบน Coursera ให้เข้าหน้าโปรไฟล์ LinkedIn เลือก Add profile section แล้วเปิดหมวด Recommended เพื่อเลือก Licenses & certifications ชื่อเมนูอาจแสดงเป็นภาษาไทยตามภาษาที่ตั้งไว้ แต่ควรเลือกส่วนใบอนุญาตและการรับรอง ไม่ใช่เพียงเขียนชื่อหลักสูตรลงในข้อความแนะนำตัวหรือสร้างโพสต์ใหม่

  • Name: ใส่ชื่อใบรับรองหรือชื่อโปรแกรมตามหลักฐาน หากใบที่ได้รับเป็นของรายวิชาเดียว ให้ใช้ชื่อรายวิชานั้น อย่าขยายชื่อให้ดูเหมือนสำเร็จทั้งโปรแกรม
  • Issuing organization: อ่านชื่อหน่วยงานบนใบรับรองก่อนเลือกองค์กรในช่องนี้ Coursera เป็นที่ที่ผู้เรียนเข้าถึงและแชร์ใบรับรอง แต่ชื่อผู้ออกที่ควรกรอกต้องยึดตามใบที่ได้รับจริง
  • Issue date: ใช้เดือนและปีที่ออกตามใบรับรอง ไม่ใช้เดือนที่เริ่มเรียน วันที่เขียนโพสต์ หรือวันที่กลับมาแก้โปรไฟล์
  • Credential URL: วาง URL ที่คัดลอกจาก Share Certificate ของใบเดียวกัน ตรวจว่าลิงก์พาไปยังรายละเอียดใบรับรอง ไม่ใช่หน้าหลักสูตรหรือหน้า My Learning ของบัญชี
  • Credential ID และวันหมดอายุ: กรอกเมื่อหลักฐานมีข้อมูลนั้นจริง หากใบรับรองไม่แสดงรหัส อย่าตั้งรหัสขึ้นเอง และอย่าคาดเดาวันหมดอายุจากวันที่ได้รับ

ช่องชื่อผู้ออกควรตรวจอย่างละเอียดเป็นพิเศษ เพราะการเห็นชื่อ Coursera บนเว็บไซต์ไม่ได้บอกว่าทุกใบต้องใช้ Coursera เป็น Issuing organization ให้ดูชื่อที่ปรากฏบนใบรับรองของตน และเลือกชื่อองค์กรที่ตรงกันในแบบฟอร์ม หาก LinkedIn เสนอชื่อที่คล้ายกันหลายรายการ ให้เทียบการสะกดกับหลักฐานก่อนเลือก การเลือกชื่อที่คุ้นเคยที่สุดอาจทำให้รายการดูเป็นใบรับรองจากคนละหน่วยงาน

วันออกใบรับรองก็มีหน้าที่ต่างจากระยะเวลาที่ใช้เรียน ผู้ดูโปรไฟล์ต้องการทราบว่าใบรับรองออกเมื่อใด จึงควรใช้เดือนและปีที่แสดงบนใบ แม้ผู้เรียนจะเริ่มเรียนก่อนหน้านั้นนาน หรือเพิ่งนำใบรับรองเก่ามาเพิ่มใน LinkedIn การเปลี่ยนวันให้เป็นวันที่แก้โปรไฟล์ทำให้ข้อมูลสองแห่งไม่ตรงกันโดยไม่จำเป็น

ก่อนกด Save ให้อ่านแบบฟอร์มเป็นรายการเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ ชื่อใบรับรองควรตรงกับชื่อที่ URL เปิดไปถึง ผู้ออกควรตรงกับหลักฐาน และวันที่ควรเป็นวันที่ออกใบรับรอง หากช่องใดไม่มีข้อมูลบนใบ ให้ปล่อยตามเงื่อนไขของแบบฟอร์มแทนการเติมข้อมูลที่เดาเอง ความครบถ้วนของโปรไฟล์มีประโยชน์ก็ต่อเมื่อรายละเอียดที่เพิ่มตรวจย้อนกลับได้

ตรวจรายการหลังบันทึกจากมุมของผู้ดูโปรไฟล์

การกด Save ทำให้รายการปรากฏบนโปรไฟล์ แต่ยังไม่บอกว่าลิงก์พาไปถูกใบหรือเปิดให้ผู้อื่นดูได้ หลังบันทึก ให้กลับไปที่ส่วนใบอนุญาตและการรับรอง เปิดรายการที่เพิ่งเพิ่ม แล้วกดลิงก์หลักฐาน ตรวจชื่อผู้เรียน ชื่อใบรับรอง และเดือนกับปีที่ออกอีกครั้ง หากปลายทางเป็นหน้ารวมหลักสูตรหรือหน้าที่ต้องเข้าบัญชีผู้เรียนเพื่อดูข้อมูล ให้แก้ Credential URL ในรายการนั้น

วิธีตรวจที่ช่วยแยกสิทธิ์ของตนเองออกจากสิทธิ์ของผู้ชมคือเปิด URL ในหน้าต่างส่วนตัวของเบราว์เซอร์ โดยไม่อาศัยการลงชื่อเข้าใช้ Coursera ที่ค้างอยู่ หากยังเห็นรายละเอียดใบรับรอง ก็ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้สรรหาจะเปิดจากโปรไฟล์ การตรวจแบบนี้เป็นขั้นตอนปฏิบัติเพื่อหาลิงก์ผิดหรือลิงก์ที่ผูกกับบัญชี ไม่ใช่คำรับรองว่าทุกคนจะอ่านรายการบน LinkedIn ด้วยความสนใจเท่ากัน

ตัวอย่างสมมติช่วยเห็นความต่างได้ชัดเจน: ผู้เรียนคนหนึ่งโพสต์ว่าเรียนจบหลักสูตร แต่ไม่ได้เพิ่มรายการในโปรไฟล์ ผู้สรรหาที่เข้ามาดูภายหลังต้องค้นโพสต์เก่าก่อนจึงจะพบคำบอกเล่านั้น อีกคนเพิ่มชื่อใบรับรอง ผู้ออก วันที่ และ URL ที่เปิดถึงใบรับรองตรงรายการ ผู้สรรหาจึงเริ่มตรวจจากส่วนใบอนุญาตและการรับรองได้ทันที ความต่างที่ระบุได้ในตัวอย่างนี้คือเส้นทางเข้าถึงหลักฐาน ไม่ใช่คำทำนายว่าใครจะได้รับการติดต่อหรือได้งาน

หากพบข้อมูลผิดหลังเผยแพร่ ให้แก้รายการเดิมแล้วตรวจปลายทางอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อคัดลอกลิงก์จากใบรับรองหลายใบต่อเนื่องกัน ชื่อที่กว้างเกินหลักฐานอาจทำให้ดูเหมือนสำเร็จทั้งโปรแกรม ทั้งที่ URL แสดงเพียงรายวิชาเดียว ส่วนชื่อที่สั้นเกินไปอาจทำให้ผู้ดูไม่รู้ว่าใบรับรองเกี่ยวกับทักษะใด การใช้ชื่อจริงบนใบเป็นจุดอ้างอิงที่ชัดที่สุดทั้งสำหรับผู้เรียนและผู้ตรวจ

ผลทดลองบอกอะไรเกี่ยวกับการมองเห็นใบรับรองและงานใหม่

ผลทดลองกับผู้เรียน Coursera เปรียบเทียบการแชร์ใบรับรองบน LinkedIn และการรายงานงานใหม่ระหว่างกลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลอง

การทำให้ใบรับรองปรากฏใน LinkedIn มีหลักฐานเกี่ยวกับผลระดับกลุ่ม แต่ไม่ควรตีความเป็นผลของการวาง URL เพียงช่องเดียว ตารางผลการทดลองของ Susan Athey และ Emil Palikot ใช้ข้อมูลผู้เรียน Coursera รวม 880,000 คน และวัดผลการแชร์กับงานใหม่ในกลุ่มที่จับคู่โปรไฟล์ LinkedIn ได้ 36,946 คน โดยกลุ่มที่ได้รับตัวช่วยและข้อความกระตุ้นให้แชร์มีการเพิ่มใบรับรองสูงขึ้น 2.887 จุดเปอร์เซ็นต์จากฐาน 16.7% หรือสูงขึ้นราว 17% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ส่วนการรายงานงานใหม่สูงขึ้น 1.020 จุดเปอร์เซ็นต์จากฐาน 17.3% หรือราว 6% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ตัวเลขการแชร์ที่เพิ่มราว 17% เป็นการเพิ่มแบบสัมพัทธ์ ไม่ใช่การเพิ่ม 17 จุดเปอร์เซ็นต์

ผู้เรียนในกลุ่มทดลองได้รับทั้งข้อความเตือนในช่วงที่ได้รับใบรับรองและขั้นตอนที่ทำให้แชร์ลง LinkedIn ง่ายขึ้น ผลที่วัดจึงเป็นผลเฉลี่ยของชุดการกระตุ้นและการลดขั้นตอน เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม งานนี้ไม่ได้แยกทดสอบว่าการกรอก Credential URL ด้วยตนเองมีผลต่อโอกาสงานมากเพียงใด และไม่ได้เปรียบเทียบ URL กับโพสต์ประกาศความสำเร็จโดยตรง เหตุผลของการใส่ URL ในคู่มือนี้คือทำให้รายการบนโปรไฟล์ตรวจสอบกลับไปยังใบรับรองได้

ผลด้านงานมาจากประวัติงานที่ผู้เรียนแสดงบน LinkedIn จึงเป็นการรายงานงานใหม่ผ่านข้อมูลโปรไฟล์ ไม่ใช่การรับประกันว่าผู้สรรหาจะจ้างผู้ที่เพิ่มใบรับรองทุกคน กลุ่มที่ติดตามผลได้เป็นผู้ที่ให้ที่อยู่โปรไฟล์ LinkedIn ไว้และยังเข้าถึงโปรไฟล์ได้ ขณะที่งานทดลองมุ่งผู้เรียนจากประเทศกำลังพัฒนาหรือผู้ที่ไม่มีปริญญาเป็นหลัก ผลเฉลี่ยนี้ช่วยอธิบายว่าการลดอุปสรรคในการแสดงหลักฐานอาจมีความหมายในตลาดงาน แต่ไม่ใช่อัตราความสำเร็จเฉพาะของผู้สมัครในประเทศไทย

กลไกที่งานวิจัยสนใจคือทักษะที่เรียนแล้วจะเป็นข้อมูลให้ผู้พิจารณาได้ก็ต่อเมื่อมองเห็นหลักฐานในบริบทของโปรไฟล์ การมีใบรับรองอยู่ในบัญชี Coursera โดยไม่เพิ่มลง LinkedIn ทำให้คนที่เริ่มจากโปรไฟล์อาจไม่พบข้อมูลนั้น ส่วนรายการที่มี URL เปิดโอกาสให้ตรวจรายละเอียดต่อได้ ผลการทดลองจึงให้เหตุผลแก่การทำให้ใบรับรองมองเห็นได้ ขณะที่ความถูกต้องของชื่อ ผู้ออก วันที่ และลิงก์ยังเป็นงานที่ผู้เรียนต้องรับผิดชอบเองเมื่อกรอกโปรไฟล์

ให้ใบรับรองแสดงการเรียน และให้ผลงานแสดงการใช้ทักษะ

ใบรับรองที่ตรวจได้ตอบคำถามว่าใครได้รับใบอะไร ออกเมื่อใด และเปิดหลักฐานที่ไหน คำถามเรื่องการใช้ทักษะในงานจริงต้องอาศัยข้อมูลอีกประเภทหนึ่ง หากกำลังสมัครตำแหน่งที่เกี่ยวกับสิ่งที่เรียน ให้ใช้ส่วนประสบการณ์ โครงการ หรือผลงานอธิบายงานที่ลงมือทำและผลที่เกิดขึ้นตามจริง วิธีนี้ทำให้ผู้สรรหาเห็นทั้งหลักฐานการเรียนและตัวอย่างการนำความรู้นั้นไปใช้ โดยไม่ต้องขยายความหมายของใบรับรองเกินกว่าที่ระบุไว้

โพสต์ประกาศว่าเรียนจบยังใช้สื่อสารกับเครือข่ายได้ แต่รายการในส่วนใบอนุญาตและการรับรองมีหน้าที่ต่างออกไป: เก็บข้อมูลที่คนเข้ามาดูโปรไฟล์ภายหลังสามารถหาและตรวจได้ เมื่อชื่อ ผู้ออก วันที่ และ URL ตรงกับใบรับรอง ผู้อ่านโปรไฟล์จึงมีจุดเริ่มตรวจหลักฐานที่ชัดเจน ส่วนคุณค่าของทักษะต่อแต่ละตำแหน่งงานยังขึ้นอยู่กับความเกี่ยวข้องของหลักสูตรและผลงานที่ผู้สมัครแสดงควบคู่กัน

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0