
FlowAccount หรือ PEAK: ราคาถูกกว่าอาจแพ้เมื่อทีมและสต็อกเริ่มโต

สำหรับทีมที่ทำบัญชี กระทบยอดธนาคาร และจัดการสต็อกทั่วไป FlowAccount Pro มีค่าสมาชิกรายปีต่ำกว่า PEAK Pro: ราคาแพ็กเกจ FlowAccount ระบุ Standard ปีละ 1,990 บาทสำหรับผู้ใช้หนึ่งคน, Pro ปีละ 2,990 บาทพร้อมผู้ใช้ไม่จำกัดและงานสต็อก และ Pro Business ปีละ 5,490 บาทพร้อมงานหลายคลังและ Open API ข้อได้เปรียบนี้ใช้ตัดสินใจได้เมื่อแพ็กเกจที่เลือกทำงานจำเป็นของกิจการครบ
หากต้องคำนวณต้นทุนขายแบบ FIFO กำหนดสิทธิ์เฉพาะงาน หรือออก e-Tax Invoice & e-Receipt จุดเทียบราคาจะเปลี่ยนไป ราคาแพ็กเกจ PEAK ระบุ Pro ปีละ 9,000 บาท รองรับผู้ใช้สูงสุด 10 คนพร้อม FIFO และการกระทบยอด; Pro Plus ปีละ 12,000 บาท เพิ่มสิทธิ์แบบกำหนดเองและ e-Tax Invoice & e-Receipt; Premium ปีละ 35,000 บาท รองรับผู้ใช้สูงสุด 20 คน ราคาที่แสดงยังไม่รวม VAT และราคา Premium เป็นราคาพิเศษที่มีกำหนดสิ้นสุด
จำนวนผู้ใช้กับงานบัญชีบังคับให้ขยับแพ็กเกจเมื่อไร
จำนวนพนักงานทั้งหมดไม่เท่ากับจำนวนผู้ใช้โปรแกรมบัญชี คนที่ออกเอกสาร ลงค่าใช้จ่าย รับสินค้า อนุมัติรายการ หรือนักบัญชีภายนอกที่เข้ามาทำงาน อาจต้องมีสิทธิ์ของตนเอง ส่วนพนักงานที่ไม่แตะระบบก็ไม่ควรถูกนับเป็นผู้ใช้ การแยกสองจำนวนนี้ช่วยให้เห็นว่าเพดานแพ็กเกจจะกระทบกิจการจริงเมื่อใด
FlowAccount Standard เหมาะเป็นฐานราคาเมื่อเจ้าของหรือผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียวทำงานและต้องกระทบยอดธนาคาร หากต้องให้หลายคนเข้าระบบ Pro เพิ่มและกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ได้ไม่จำกัดตามตารางราคา แต่จำนวนผู้ใช้ที่ไม่จำกัดไม่ได้รวมทุกความสามารถไว้ในแพ็กเกจเดียว งานหลายคลังและ Open API อยู่ที่ Pro Business
PEAK e-Document รองรับผู้ใช้สูงสุดสามคนและงานเอกสารรับจ่าย ส่วน Basic รองรับห้าคน พร้อมบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท และงบการเงิน หากต้องกระทบยอดธนาคารหรือคำนวณต้นทุนขายแบบ FIFO ต้องเริ่มเทียบที่ Pro แม้มีผู้ใช้เพียงคนเดียว การเลือก e-Document หรือ Basic เพราะจำนวนคนพอดีจึงอาจทำให้งบที่ตั้งไว้ต่ำกว่าความต้องการจริง
สิทธิ์ตามหน้าที่เป็นอีกจุดที่จำนวนผู้ใช้อย่างเดียวตอบไม่ได้ PEAK Pro Plus เพิ่มสิทธิ์แบบกำหนดเองและการสร้างเอกสารจากยอดธนาคาร ขณะที่ Premium เพิ่มสิทธิ์แบบกำหนดเองไม่จำกัด ใบขอซื้อ ใบรับสินค้า และการควบคุมใบสั่งซื้อ กิจการที่แยกผู้ขอซื้อ ผู้อนุมัติ และผู้บันทึกบัญชีควรเทียบขั้นตอนเหล่านี้กับสิทธิ์ของแพ็กเกจที่กำลังจะซื้อ
ทีมหนึ่งคน ห้าคน สิบคน และมากกว่านั้นจ่ายเท่าไร
ตัวเลขต่อไปนี้เป็น สถานการณ์สมมติจากค่าสมาชิกรายปีที่ประกาศ โดยคูณราคาเดิมต่อเนื่องสามและห้าปี สมมติว่าราคาและเงื่อนไขแพ็กเกจไม่เปลี่ยน และยังไม่รวมบริการเสริม ค่าติดตั้งหรือย้ายข้อมูล รวมทั้งยังไม่ได้ปรับฐาน VAT ของทั้งสองรายให้เท่ากัน จึงเป็นเครื่องคำนวณภาระค่าสมาชิกเบื้องต้น ไม่ใช่ยอดชำระตามใบเสนอราคา
- หนึ่งคน ทำบัญชีและกระทบยอด: FlowAccount Standard คิดเป็น 5,970 บาทในสามปี หรือ 9,950 บาทในห้าปี ส่วน PEAK Pro คิดเป็น 27,000 หรือ 45,000 บาท เหตุที่ใช้ PEAK Pro ในสมมติฐานนี้คือฟังก์ชันกระทบยอด หากต้องการเพียงเอกสารรับจ่ายโดยไม่กระทบยอด คู่เทียบฝั่ง PEAK จะเป็นแพ็กเกจขนาดเล็กกว่า
- ห้าคน มีสินค้าและต้องกระทบยอด: FlowAccount Pro คิดเป็น 8,970 บาทในสามปี หรือ 14,950 บาทในห้าปี ส่วน PEAK Pro คิดเป็น 27,000 หรือ 45,000 บาท PEAK Pro ระบุการบันทึกต้นทุนขายอัตโนมัติแบบ FIFO ขณะที่รายการฟังก์ชันของ FlowAccount Pro เน้นการรับสินค้า ความเคลื่อนไหว และราคาซื้อขายเฉลี่ย จึงต้องตัดสินใจเรื่องวิธีคิดต้นทุนก่อนใช้ส่วนต่างราคาเป็นคำตอบ
- สิบคน ทำงานชุดเดิม: ผลคูณค่าสมาชิกยังเท่ากับกรณีห้าคน เพราะ FlowAccount Pro ไม่คิดเพิ่มตามจำนวนผู้ใช้ในแพ็กเกจ และ PEAK Pro ยังรองรับจำนวนนี้ แต่สิบคนเป็นเพดานของ PEAK Pro และ Pro Plus หากต้องใช้ e-Tax Invoice & e-Receipt หรือสิทธิ์แบบกำหนดเอง PEAK Pro Plus จะคิดเป็น 36,000 บาทในสามปี หรือ 60,000 บาทในห้าปี
- มากกว่าสิบคน: ในกรณีสมมติสิบเอ็ดถึงยี่สิบคน FlowAccount Pro ยังใช้ฐานราคาเดิมได้หากฟังก์ชันสต็อกเพียงพอ ส่วน PEAK Premium ซึ่งระบุรองรับยี่สิบคน คิดตามราคาพิเศษที่ประกาศเป็น 105,000 บาทในสามปี หรือ 175,000 บาทในห้าปี การคูณหลายปีกรณีนี้ไม่แน่นอนเป็นพิเศษ เพราะราคาพิเศษมีกำหนดสิ้นสุด และ PEAK ยังมีทางเลือกเพิ่มจำนวนผู้ใช้ระหว่างต่ออายุ Pro Plus ตาม คู่มือแพ็กเกจเสริม ซึ่งต้องทราบราคาที่เสนอจริงก่อนเทียบกับ Premium
ความต่างของฐานภาษีทำให้ผลรวมอีกชุดสูงขึ้น ตัวอย่างคำนวณของ SyncEdge ให้ FlowAccount Pro ห้าปีที่ 14,950 บาท และ PEAK Pro ที่ 48,150 บาท โดยบวก VAT ให้ราคา PEAK จนเป็น 9,630 บาทต่อปี แต่ใช้ราคา FlowAccount ตามที่ประกาศเพราะหน้าเว็บไม่ระบุสถานะ VAT ชัดเจน ตัวเลขดังกล่าวช่วยให้เห็นผลของภาษีต่อยอดชำระ แต่ยังไม่ใช่ส่วนต่างเงินสดที่รับประกันได้จากการย้ายระบบ
สต็อกและร้านค้าออนไลน์เปลี่ยนฐานราคาอย่างไร

FlowAccount Pro รองรับการจัดซื้อ รับสินค้า ดูความเคลื่อนไหวของสินค้า และสินค้าหลายหน่วยนับ หากต้องแยกสินค้าตามหลายคลัง ฐานราคาจะขยับเป็น Pro Business ซึ่งตามสมมติฐานราคาเดิมคิดเป็น 16,470 บาทในสามปี หรือ 27,450 บาทในห้าปี จุดที่ทำให้ต้องขยับแพ็กเกจจึงเป็นรูปแบบการจัดเก็บสินค้าและการเชื่อมต่อ มากกว่าจำนวนคนในทีม
FlowAccount แสดงบริการเสริมเชื่อมต่อหลายร้านค้าออนไลน์สำหรับ Pro Business รายปีอีก 2,990 บาทต่อปี เมื่อนำมารวมกับค่าสมาชิกจะเป็น 8,480 บาทต่อปี หรือ 25,440 บาทในสามปีและ 42,400 บาทในห้าปี รายการเชื่อมต่อระบุ Shopee, Lazada และ TikTok Shop พร้อมการซิงค์ข้อมูลบิลและสต็อก ร้านที่ขายหลายช่องทางจึงต้องรวมค่าบริการนี้ก่อนเทียบราคากับแพ็กเกจของอีกราย
ฝั่ง PEAK Pro ระบุการบันทึกต้นทุนขายอัตโนมัติแบบ FIFO ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะเมื่อกิจการต้องใช้วิธีนี้กับสินค้าที่ขายออก ส่วนรายการเชื่อมต่อภายนอกที่แสดง Shopee, Lazada และ TikTok Shop อยู่ที่ Pro Plus หากร้านต้องการทั้ง FIFO และการเชื่อมช่องทางขายเหล่านี้ ฐานค่าสมาชิกที่นำไปคำนวณควรเป็น Pro Plus แล้วจึงบวกค่าบริการของคู่เชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง
การมีชื่อแพลตฟอร์มในรายการเชื่อมต่อยังไม่บอกว่ากระบวนการขายทั้งหมดจะลงบัญชีได้โดยไม่ต้องแก้ด้วยมือ ร้านที่มีการคืนสินค้า ยกเลิกคำสั่งซื้อ หรือถูกหักค่าธรรมเนียม ควรนับภาระในการทำให้ยอดขาย เงินรับ และสินค้าคงเหลือตรงกันด้วย ต้นทุนส่วนนี้ขึ้นกับจำนวนรายการและวิธีทำงานของร้าน จึงไม่ควรใส่เป็นตัวเลขคงที่ในผลคูณค่าสมาชิก
e-Tax และงานธนาคารต้องเทียบชนิดบริการ
คำว่า e-Tax ในรายการฟังก์ชันไม่ได้หมายถึงเอกสารและขั้นตอนเดียวกัน เงื่อนไข e-Tax Invoice by Time Stamp ของ FlowAccount ระบุการใช้งานใน Standard, Pro และ Pro Business สำหรับผู้จด VAT ที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี โดยผู้ใช้ระดับเจ้าของกิจการเป็นผู้เชื่อมต่อ แก้ไข และใช้ฟังก์ชันนี้ได้ เงื่อนไขเรื่องสิทธิ์มีผลโดยตรงหากกิจการมอบหมายพนักงานให้ออกเอกสารแทนเจ้าของ
PEAK แสดง e-Tax Invoice by Time Stamp ตั้งแต่ e-Document แต่แยก e-Tax Invoice & e-Receipt ไว้ตั้งแต่ Pro Plus หากลูกค้าหรือกระบวนการภาษีของกิจการต้องใช้เอกสารชนิดหลัง ราคาแพ็กเกจเริ่มต้นจะไม่ใช่ฐานเปรียบเทียบที่ตรงงาน จุดตัดสินใจคือชนิดเอกสาร ผู้มีสิทธิ์ออก และขั้นตอนส่งเอกสารที่กิจการต้องใช้จริง
การกระทบยอดธนาคารกับการสร้างเอกสารจากยอดธนาคารก็เป็นคนละงาน FlowAccount มีการกระทบยอดตั้งแต่ Standard ส่วน PEAK เริ่มที่ Pro และเพิ่มการสร้างเอกสารจากยอดธนาคารใน Pro Plus กิจการที่รับเงินหลายรายการอาจให้น้ำหนักกับขั้นตอนสร้างเอกสารมากขึ้น แต่ประโยชน์ที่ได้รับขึ้นกับปริมาณและรูปแบบรายการของตนเอง
ค่าใช้จ่ายใดอยู่นอกผลคูณค่าสมาชิก
การเชื่อมระบบอาจมีต้นทุนเพิ่มทั้งสองฝั่ง PEAK ระบุว่าการเชื่อม API กับระบบธุรกิจของตนเองมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คู่ค้า API บางรายอาจคิดเงินอีกชั้น และงานนำเข้าหรือสร้างเอกสารผ่าน API ใช้เครดิตตามแพ็กเกจ หากเครดิตไม่พอสามารถซื้อเสริมได้ ส่วน FlowAccount มีค่าบริการเสริมสำหรับการเชื่อมหลายร้านค้าตามที่คำนวณไว้ และการใช้งาน API ต้องพิจารณาเงื่อนไขบริการที่เกี่ยวข้องกับงานเชื่อมต่อจริง
ภาษีและจำนวนกิจการทำให้ยอดชำระต่างจากตัวเลขในตาราง PEAK ระบุว่าราคาหน้าเว็บยังไม่รวม VAT และหนึ่งแพ็กเกจใช้กับหนึ่งกิจการ ส่วนสถานะ VAT ของราคา FlowAccount ที่นำมาคำนวณไม่ได้ระบุชัดในตารางราคา หากมีหลายนิติบุคคล ต้องคิดจำนวนแพ็กเกจตามกิจการที่เปิดใช้ และเทียบยอดเสนอชำระของทั้งสองรายบนฐานภาษีเดียวกัน
การย้ายข้อมูลเป็นต้นทุนเวลาอีกส่วนที่ผลคูณรายปีไม่ครอบคลุม สินค้าคงเหลือ ยอดลูกหนี้เจ้าหนี้ และรายการบัญชีต้นงวดต้องเข้ากับระบบใหม่ก่อนทำงานต่อ กิจการที่มีหลายคลังหรือหลายช่องทางขายอาจต้องใช้เวลาเตรียมและตรวจข้อมูลมากกว่ากิจการที่เพิ่งเริ่มออกเอกสาร ภาระนี้ต้องประเมินจากข้อมูลของกิจการเอง
หากงานหลักคือบัญชี กระทบยอด และสต็อกทั่วไป FlowAccount Pro ให้ฐานค่าสมาชิกต่ำและรองรับทีมที่เพิ่มคนได้โดยไม่ชนเพดานผู้ใช้ แต่ถ้าวิธีคิดต้นทุนสินค้า สิทธิ์อนุมัติ หรือชนิดเอกสารภาษีทำให้ต้องใช้ความสามารถเฉพาะของ PEAK การเลือกจากราคาเริ่มต้นอย่างเดียวอาจเหลืองานที่แพ็กเกจทำไม่ได้ งบที่ใช้ตัดสินใจควรเริ่มจากแพ็กเกจที่รองรับงานจำเป็น แล้วรวม VAT บริการเสริม และภาระย้ายข้อมูล
อ่านเพิ่มเติม:
บทความที่เกี่ยวข้อง


PromptPay หรือ Payment Gateway: ค่าธรรมเนียมต่ำอาจแลกกับงานหลังบ้าน

TikTok Affiliate หรือ Shopee Affiliate: คลิปไวรัลกับลิงก์ยาวชนะคนละเกม

e-Tax Invoice ทำเองหรือใช้ตัวแทน ต้นทุนระบบซ่อนอยู่คนละจุด

e-Withholding Tax เหลือ 1% แต่ธุรกิจต้องปรับไฟล์บัญชีก่อน

รายรับเกิน 1.8 ล้านบาท: ธุรกิจต้องจด VAT เมื่อไร
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ