เริ่ม e-Tax Invoice by Email: รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทยังต้องผ่าน 4 ด่าน

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|2 นาทีในการอ่าน| 1
เริ่ม e-Tax Invoice by Email: รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทยังต้องผ่าน 4 ด่าน

ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปีอยู่ในกลุ่มที่ e-Tax Invoice by Email ออกแบบมารองรับ แต่ยอดรายได้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เริ่มออกเอกสารได้ทันที ผู้ขายต้องผ่าน 4 ด่าน คือ ตรวจคุณสมบัติ ยื่นขออนุมัติ แจ้งอีเมลที่จะใช้ส่ง และจัดส่งใบกำกับภาษีให้ถูกข้อกำหนด ตาม คู่มือกรมสรรพากร ซึ่งอธิบายตั้งแต่การสมัครจนถึงการรับไฟล์ที่ประทับรับรองเวลา

เส้นทางสมัครเริ่มที่แบบ ก.อ.01 ผ่านระบบกรมสรรพากร จากนั้นยืนยันอีเมลสำหรับติดต่อ อัปโหลดเอกสาร รอหนังสืออนุมัติและ Activate Code แล้วจึงแจ้งอีเมลผู้ส่ง เมื่อที่อยู่นั้นได้รับสิทธิ ผู้ขายจึงส่งไฟล์ถึงผู้ซื้อในช่อง To พร้อม CC ระบบประทับเวลา คำอธิบายของ ETDA ระบุว่า e-Tax Invoice by TimeStamp ซึ่งกรมสรรพากรใช้เรียก และ e-Tax Invoice by Email เป็นชื่อของระบบเดียวกัน

ด่านที่ 1 ตรวจคุณสมบัติและสถานะก่อนสมัคร

เงื่อนไขตั้งต้นคือกิจการต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ผู้ยื่นอาจเป็นบุคคลธรรมดา บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลก็ได้ แต่ต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามสถานะของตน หากยังไม่ได้จด VAT การมีรายรับอยู่ในช่วงที่ระบบออกแบบมารองรับไม่ได้ทดแทนสถานะดังกล่าว จึงควรแยกเรื่องการจดทะเบียนภาษีออกจากเรื่องการขอใช้ช่องทางส่งเอกสาร

ตัวเลขรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปีปรากฏในคำอธิบายกลุ่มเป้าหมายของคู่มือรุ่นใหม่ ขณะที่รายการคุณสมบัติสำหรับยื่นคำขอในคู่มือนั้นให้ตรวจสถานะจด VAT รูปแบบผู้ประกอบการ และเงื่อนไขด้านสิทธิอื่นประกอบด้วย ความแตกต่างนี้มีผลต่อการอ่านคำแนะนำเก่า เพราะเอกสารรุ่นก่อนเคยระบุเพดานรายได้ไว้ในข้อคุณสมบัติอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการจึงควรใช้ยอดรายได้เป็นจุดประเมินความเหมาะสมของระบบ และให้ผลพิจารณาคำขอเป็นตัวกำหนดสิทธิใช้งานจริง

ประกาศกรมสรรพากรเรื่องการประทับรับรองเวลา กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พิสูจน์ตัวตนตามข้อตกลง และรอการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ ก่อนแจ้งอีเมลที่จะใช้จัดทำใบกำกับภาษี ประกาศฉบับนี้ไม่ได้ระบุเพดานรายได้ในข้อความกำหนดขั้นตอนดังกล่าว และอธิบายว่าระเบียบ e-Tax Invoice by Email ฉบับเดิมสิ้นสภาพไปแล้ว จุดที่ต้องยึดในการเริ่มใช้งานจึงเป็นสถานะคำขอและการแจ้งอีเมลตามระบบปัจจุบัน

คู่มือการสมัครยังให้ตรวจว่ากิจการไม่ได้รับอนุมัติหรืออยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติให้ใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt อีกช่องทางหนึ่ง เงื่อนไขนี้เกี่ยวกับสถานะของผู้ประกอบการ ไม่เกี่ยวกับชนิดไฟล์ที่กิจการสร้างได้ หากเคยยื่นคำขอในอีกระบบหนึ่ง ควรตรวจผลคำขอนั้นก่อนเริ่มกรอกแบบ ก.อ.01 เพราะการเตรียม PDF/A-3 ไว้ล่วงหน้าไม่ได้แก้ปัญหาสิทธิที่ซ้ำซ้อน

ผู้สมัครต้องไม่มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษี และไม่มีประวัติออกหรือใช้ใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เงื่อนไขเหล่านี้อยู่ในขั้นพิจารณาคุณสมบัติ แม้หน้ากรอกคำขอจะรับข้อมูลได้ก็ตาม การบันทึกคำขอสำเร็จจึงเป็นเพียงหลักฐานว่าระบบรับข้อมูลเข้ากระบวนการ ยังไม่ใช่หนังสืออนุมัติหรือสิทธิส่งใบกำกับภาษี

ช่องทางอีเมลเหมาะกับกิจการที่ออกเอกสารจำนวนไม่มากและยังไม่มีระบบจัดการเอกสารขนาดใหญ่ ผู้ขายยังต้องสร้างใบกำกับภาษีที่มีรายการตามกฎหมาย ดูแลอีเมลผู้ส่ง และเก็บเอกสารตอบกลับด้วยตนเอง ประเด็นที่ควรประเมินจึงไม่ใช่แค่ค่าโปรแกรม แต่รวมถึงจำนวนเอกสารที่ต้องส่งและคนที่รับผิดชอบตรวจผลการประทับเวลาในแต่ละรายการ

ด่านที่ 2 ยื่นแบบ ก.อ.01 ยืนยันอีเมล และรออนุมัติ

หนังสือแจ้งผลอนุมัติที่ส่งทางไปรษณีย์เป็นขั้นก่อนผู้ประกอบการใช้รหัส Activate Code สมัครต่อ

เริ่มคำขอที่ หน้าบันทึกแบบ ก.อ.01 ของกรมสรรพากร โดยกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก ระบบจะดึงข้อมูลผู้ประกอบการมาให้ตรวจ ก่อนเดินต่อควรดูชื่อกิจการ ที่อยู่ และสถานะสำนักงานให้ตรงกับข้อมูลที่จดแจ้งไว้ เพราะหนังสือแจ้งผลจะส่งไปยังที่อยู่ตามคำขอ การแก้ที่อยู่หลังส่งคำขออาจทำให้ขั้นรับรหัสยืนยันสะดุด

หน้าคำขอให้ผู้สมัครอ่านและยอมรับข้อตกลงการจัดทำใบกำกับภาษีโดยการประทับรับรองเวลา จากนั้นตรวจข้อมูลในแบบและใส่อีเมลสำหรับติดต่อกรมสรรพากรพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ อีเมลนี้มีหน้าที่รับข้อความเกี่ยวกับการยืนยันและคำขอ จึงควรเป็นกล่องจดหมายที่ผู้รับผิดชอบเข้าถึงได้จริง ไม่จำเป็นต้องเป็นอีเมลเดียวกับบัญชีที่จะใช้ส่งใบกำกับภาษีภายหลัง

เมื่อบันทึกแบบแล้ว ระบบแสดงขั้นตอนต่อไปและวันสิ้นสุดการส่งเอกสาร ให้พิมพ์แบบ ก.อ.01 เพื่อให้กรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจลงนามลงลายมือชื่อ กิจการที่เป็นนิติบุคคลต้องเตรียมหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลตามอายุเอกสารที่คู่มือกำหนด และเตรียมภาพบัตรประชาชนของผู้ลงนามพร้อมการรับรองเอกสาร รายการที่ต้องส่งควรยึดตามหน้าคำขอของกิจการ เพราะสถานะผู้สมัครต่างกันย่อมใช้เอกสารประกอบต่างกัน

หลังบันทึกคำขอ ระบบส่งอีเมลพร้อมลิงก์ยืนยันไปยังที่อยู่สำหรับติดต่อที่ระบุไว้ ผู้สมัครต้องกดลิงก์ภายใน 7 วันทำการนับถัดจากวันที่บันทึกแบบ ก.อ.01 หากเลยกำหนด ระบบจะลบข้อมูลคำขอโดยอัตโนมัติ จึงควรตรวจทั้งกล่องรับหลักและกล่องจดหมายขยะ โดยเฉพาะเมื่อใช้อีเมลที่มีตัวกรองข้อความจากภายนอก

การยืนยันอีเมลเปิดทางให้อัปโหลดแบบที่ลงนามและเอกสารประกอบ เอกสารสมัครสแกนเป็น PDF หรือไฟล์ภาพตามชนิดที่คู่มือรับ ได้แก่ JPG หรือ GIF ได้ ข้อกำหนดนี้เป็นของเอกสารประกอบคำขอเท่านั้น อย่านำไปใช้กับไฟล์ใบกำกับภาษีที่จะส่งให้ผู้ซื้อ เพราะไฟล์สำหรับการประทับเวลามีกติกาอีกชุดหนึ่ง

เมื่ออัปโหลดครบ ระบบส่งเอกสารให้สำนักงานสรรพากรพื้นที่พิจารณา ผู้สมัครสามารถกลับไปดูสถานะคำขอในเมนูยื่นคำขออนุมัติด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง หน้าสถานะจะแสดงรายการที่ต้องอัปโหลดใหม่และวันสิ้นสุด การปล่อยให้พ้นกำหนดที่แจ้งทำให้คำขอถูกยกเลิก และต้องเริ่มกระบวนการใหม่

หนังสือแจ้งผลถูกส่งทางไปรษณีย์ไปยังกรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจลงนามตามที่อยู่ในแบบ ก.อ.01 หากได้รับอนุมัติ หนังสือจะมี Activate Code สำหรับนำกลับไปยืนยันตัวตนในระบบ ผู้สมัครกรอกรหัสพร้อมเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ตั้งรหัสผ่านตามเงื่อนไขบนหน้าจอ แล้วจึงได้บัญชีผู้ใช้สำหรับเข้าสู่ขั้นแจ้งอีเมลผู้ส่ง การได้รับหนังสือเพียงอย่างเดียวยังไม่ทำให้บัญชีอีเมลใดส่งใบกำกับภาษีได้

หากผลพิจารณาไม่อนุมัติ คู่มือเปิดให้ยื่นแบบ ก.อ.01 ใหม่ได้ ผู้ประกอบการควรแก้ข้อมูลหรือเอกสารตามเหตุของผลพิจารณาก่อนยื่นซ้ำ เพื่อไม่ให้คำขอใหม่ติดปัญหาเดิม ส่วนผู้ที่ยังรอหนังสือควรติดตามสถานะในระบบควบคู่กับไปรษณีย์ เพราะขั้น Activate Code ต้องใช้ข้อมูลจากหนังสือจริง

ด่านที่ 3 แจ้งอีเมลผู้ส่งและรอสิทธิของที่อยู่นั้น

หลังตั้งบัญชีผู้ใช้แล้ว ให้เข้าสู่เมนูบันทึก Email Address สำหรับส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่นี้ต่างจากอีเมลติดต่อกรมสรรพากรในแบบสมัคร เพราะเป็นบัญชีที่ระบบจะตรวจจากช่อง From ของข้อความส่งใบกำกับภาษี การมีสิทธิในนามกิจการจึงต้องตามด้วยการแจ้งบัญชีส่งจริง หากพนักงานใช้อีเมลอีกชื่อหนึ่งส่งแทน ระบบอาจไม่รับเอกสารเข้าขั้นประทับเวลา

หน้าบันทึกอีเมลให้ระบุข้อมูลสถานประกอบการและสาขาที่เกี่ยวข้องกับบัญชีส่ง หากเป็นสำนักงานใหญ่ คู่มือให้ใช้รหัสสาขา 00000 และให้กรอกที่อยู่อีเมลซ้ำเพื่อทวนความถูกต้อง จุดนี้สำคัญเมื่อกิจการมีหลายสาขา เพราะที่อยู่อีเมลที่ส่งจริงต้องสัมพันธ์กับรายการที่บันทึกไว้ ไม่ใช่เพียงมีโดเมนเดียวกับบริษัท

ผู้ประกอบการแจ้งอีเมลสำหรับส่งได้หลายที่อยู่ แต่ที่อยู่ที่บันทึกต้องไม่ซ้ำกับที่เคยแจ้งไว้ในระบบ การมีหลายบัญชีช่วยแยกงานตามสาขาหรือผู้รับผิดชอบได้ แต่เพิ่มภาระในการควบคุมว่าบัญชีใดได้รับสิทธิแล้ว ก่อนใช้งานแต่ละบัญชีจึงควรตรวจรายการอีเมลในระบบและระบุผู้รับผิดชอบตรวจกล่องตอบกลับของบัญชีนั้น

คู่มือให้ตรวจความน่าเชื่อถือของโดเมนอีเมลก่อนจดแจ้ง โดยหน้าระบบมีแนวทางสำหรับโดเมนที่ใช้งานจริงและข้อยกเว้นของผู้ให้บริการอีเมลฟรีบางราย หากกิจการกำลังเปลี่ยนโดเมนหรือย้ายผู้ให้บริการ ควรจดแจ้งที่อยู่ที่จะใช้ส่งจริงหลังการเปลี่ยนแปลง เพราะชื่อโดเมนเก่าที่อยู่ในระบบไม่ได้ครอบคลุมที่อยู่ใหม่โดยอัตโนมัติ

เมื่อกดเพิ่มอีเมลและเห็นข้อความว่าบันทึกข้อมูลสำเร็จ ให้รออีเมลแจ้งสิทธิส่งจาก ETDA อีกขั้นหนึ่ง คู่มือระบุชัดว่าผู้ประกอบการเริ่มส่งใบกำกับภาษีด้วยที่อยู่นั้นได้หลังได้รับข้อความยืนยันสิทธิ การตรวจสถานะจึงต้องดูทั้งรายการที่บันทึกในระบบและข้อความที่ส่งถึงกล่องเมล ไม่ควรใช้ใบกำกับภาษีจริงเป็นเครื่องทดลองว่าอีเมลผ่านหรือยัง

ถ้ากิจการเปลี่ยนบัญชีส่ง ให้เพิ่มที่อยู่ใหม่และรอสิทธิของบัญชีใหม่ก่อนสลับการใช้งาน หากเลิกใช้บัญชีเดิม ระบบมีขั้นแจ้งยกเลิกที่อยู่สำหรับส่งใบกำกับภาษี การปิดบัญชีเมลภายในองค์กรอย่างเดียวไม่ได้เปลี่ยนรายการที่แจ้งกับกรมสรรพากร และการเปิดบัญชีใหม่ภายในองค์กรก็ไม่ได้เพิ่มสิทธิในระบบภาษี

การเปลี่ยนอีเมลสำหรับติดต่อกรมสรรพากรเป็นอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งคู่มือแยกไว้ภายใต้แบบ ก.อ.09 ความต่างนี้ช่วยไม่ให้แก้ผิดช่อง: อีเมลติดต่อใช้กับคำขอและการยืนยันตัวตน ส่วนอีเมลผู้ส่งใช้กับใบกำกับภาษี หากผู้รับผิดชอบเดิมออกจากกิจการ ควรระบุให้ชัดว่าต้องเปลี่ยนช่องใด หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งสองช่องตามการใช้งานจริง

ด่านที่ 4 จัดไฟล์ ส่งอีเมล และเก็บฉบับประทับเวลา

ใบกำกับภาษี PDF/A-3 ที่ส่งออกเทียบกับฉบับที่ระบบประทับรับรองเวลาและส่งกลับเพื่อเก็บหลักฐาน

ใบกำกับภาษีที่จะส่งต้องมีรายการสาระสำคัญตามกฎหมาย แล้วบันทึกเป็น PDF/A-3 ตามข้อกำหนดของระบบ ไฟล์หนึ่งใบกำกับภาษีต้องอยู่ในหนึ่งไฟล์ ขนาดไม่เกิน 3 MB และต้องไม่เข้ารหัสหรือใส่รหัสผ่าน นามสกุล .pdf บอกได้เพียงชนิดไฟล์กว้าง ๆ ไม่ยืนยันว่าไฟล์เป็น PDF/A-3 จึงต้องตรวจรูปแบบที่โปรแกรมส่งออกจริงก่อนแนบ

ไฟล์เอกสารประกอบการสมัครกับไฟล์ใบกำกับภาษีมีหน้าที่คนละอย่าง แบบ ก.อ.01 ที่ลงนามอาจอัปโหลดเป็นไฟล์ภาพตามที่ระบบรับ แต่ใบกำกับภาษีสำหรับผู้ซื้อและระบบประทับเวลาต้องเป็น PDF/A-3 การส่งภาพสแกนของใบกำกับภาษีแทนไฟล์ที่กำหนด หรือส่ง PDF ที่ถูกตั้งรหัสผ่าน อาจทำให้ระบบประมวลผลไม่ได้ แม้ผู้ซื้อจะเปิดอีเมลฉบับแรกได้ก็ตาม

ใช้อีเมลผู้ส่งที่ได้รับสิทธิแล้วสร้างข้อความใหม่ ใส่อีเมลผู้ซื้อหนึ่งที่อยู่ในช่อง To และใส่ [email protected] ในช่อง CC ระบบต้องได้รับสำเนาพร้อมกับผู้ซื้อในคราวเดียวกัน การใส่ที่อยู่ระบบไว้ในเนื้อความหรือส่งต่ออีเมลภายหลังไม่เท่ากับขั้นตอน CC ที่คู่มือกำหนด ก่อนกดส่งจึงควรทวนทั้งช่อง From, To และ CC

อีเมลหนึ่งฉบับใช้ส่งใบกำกับภาษีได้หนึ่งฉบับและแนบไฟล์ใบกำกับภาษีหนึ่งไฟล์ หากต้องออกเอกสารให้ผู้ซื้อหลายราย ให้แยกอีเมลตามเอกสารและผู้รับแต่ละราย กติกานี้ช่วยให้ระบบผูกหัวเรื่อง ผู้ซื้อ และไฟล์แนบเข้ากับเอกสารเดียว การรวมหลายใบไว้ในไฟล์เดียวหรือแนบหลายไฟล์ในข้อความเดียวทำให้ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ระบบรับ

หัวเรื่องของใบกำกับภาษีใหม่ต้องเรียงเป็น [วันเดือนปีที่ออกใบกำกับภาษี][INV][เลขที่ใบกำกับภาษี] โดยใช้วงเล็บเหลี่ยมตามลำดับและไม่เว้นวรรคระหว่างส่วนประกอบ ตัวอย่างสมมติ หากออกเอกสารวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เลขที่ INV0001 หัวเรื่องคือ [16102569][INV][INV0001] ตัวอย่างนี้ใช้แสดงรูปแบบเท่านั้น วันที่และเลขที่ในงานจริงต้องตรงกับใบกำกับภาษีที่แนบ

รหัสในหัวเรื่องเปลี่ยนตามชนิดเอกสาร ใบเพิ่มหนี้ใช้ [วันเดือนปีที่ออกใบเพิ่มหนี้][DBN][เลขที่ใบเพิ่มหนี้][เลขที่ใบกำกับภาษีเดิม] ส่วนใบลดหนี้ใช้รหัส [CRN] และเลขที่ใบลดหนี้พร้อมเลขที่ใบกำกับภาษีเดิม การออกใบกำกับภาษีฉบับใหม่แทนฉบับที่ยกเลิกต้องใส่เลขที่ใบใหม่และเลขที่ใบเดิมต่อท้ายรหัส [INV] จึงไม่ควรนำหัวเรื่องของใบกำกับภาษีใหม่มาใช้กับทุกกรณี

เนื้อหาในอีเมลไม่ใช่ตัวกำหนดชนิดเอกสารในระบบ คู่มือระบุว่าอาจไม่ต้องใส่เนื้อความ แต่เตือนว่าบัญชี Gmail บางกรณีอาจถูกบล็อกหากปล่อยข้อความว่าง ผู้ส่งอาจใส่ข้อความสั้นที่ระบุว่ามีใบกำกับภาษีแนบมา โดยไม่เพิ่มข้อมูลที่ขัดกับไฟล์หรือหัวเรื่อง ประเด็นที่ระบบใช้ประมวลผลยังคงอยู่ที่บัญชีผู้ส่ง ผู้รับ สำเนาถึง หัวเรื่อง และไฟล์แนบ

เมื่อส่งถูกขั้นตอน ระบบจะส่งอีเมลตอบกลับพร้อมไฟล์ที่ประทับรับรองเวลาให้ผู้ขาย และส่งฉบับที่ประทับเวลาไปยังผู้ซื้อด้วย ผู้ซื้อจึงอาจเห็นทั้งไฟล์จากอีเมลแรกของผู้ขายและไฟล์จากข้อความตอบกลับของระบบ ฉบับที่ใช้เก็บเป็นหลักฐานการประทับรับรองเวลาคือไฟล์ที่ระบบดำเนินการแล้ว การมีอีเมลขาออกในกล่อง Sent เพียงอย่างเดียวไม่แสดงว่าขั้นประทับเวลาสำเร็จ

หากระบบตอบว่าประทับรับรองเวลาไม่ได้ ให้แก้ตามเหตุในอีเมลตอบกลับแล้วส่งเอกสารใหม่ เหตุที่ควรย้อนตรวจ ได้แก่ บัญชี From ที่ยังไม่มีสิทธิ ผู้ซื้อในช่อง To มากกว่าหนึ่งที่อยู่ ที่อยู่ CC ผิด หัวเรื่องเรียงส่วนประกอบผิด และไฟล์แนบไม่ตรงรูปแบบหรือเกินขนาด การแก้ควรเริ่มจากข้อความตอบกลับจริง เพราะแต่ละกรณีอาจมีสาเหตุต่างกัน

หากไม่พบอีเมลตอบกลับ ให้ตรวจกล่องจดหมายขยะของบัญชีผู้ส่งและสถานะสิทธิของที่อยู่นั้นก่อนสรุปว่าเอกสารผ่านแล้ว ระหว่างรอผลควรเก็บอีเมลที่ส่งออกไว้เพื่อเทียบเวลา ผู้รับ หัวเรื่อง และไฟล์ที่แนบ การส่งซ้ำโดยไม่รู้สถานะของฉบับก่อนอาจทำให้ติดตามเลขที่เอกสารและข้อความตอบกลับได้ยากขึ้น

ผู้ขายต้องเก็บไฟล์ใบกำกับภาษีที่ประทับรับรองเวลาและอีเมลตอบกลับจากระบบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การจัดเก็บควรรักษาไฟล์ต้นฉบับและข้อมูลการส่งรับให้ค้นคืนได้ ไม่แก้ไฟล์หลังได้รับการประทับเวลา เพราะการเปลี่ยนข้อมูลภายหลังมีผลต่อการตรวจความน่าเชื่อถือของเอกสาร หากผู้ซื้อทำไฟล์ที่ได้รับสูญหาย แนวทางตามประกาศให้ส่งไฟล์ฉบับเดียวกันที่ประทับเวลาแล้วอีกครั้ง

เมื่อต้องตรวจไฟล์ที่ได้รับกลับ บริการ Web Validation ของ ETDA รองรับการตรวจการประทับรับรองเวลาและความเปลี่ยนแปลงของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเอกสารในโครงการ e-Tax Invoice by Email การตรวจควรใช้ไฟล์ตอบกลับฉบับที่ประทับเวลาแล้ว ไม่ใช่ไฟล์ร่างที่ผู้ขายแนบในข้อความแรก เพราะสิ่งที่ต้องยืนยันคือผลจากระบบประทับรับรองเวลา

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0