CrewAI หรือ AutoGen: เรียกโมเดลบ่อยขึ้นอาจทำให้เอเจนต์แพงกว่า

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|3 นาทีในการอ่าน
CrewAI หรือ AutoGen: เรียกโมเดลบ่อยขึ้นอาจทำให้เอเจนต์แพงกว่า

ถ้างานกำหนดผู้รับผิดชอบและลำดับส่งต่อได้ชัด CrewAI เป็นจุดเริ่มต้นที่ตรงรูปงาน เพราะ โครงสร้าง Agents, Crews และ Flows ผูกบทบาทของเอเจนต์กับงานและเงื่อนไขของกระบวนการ ส่วน AutoGen เหมาะกับโจทย์ที่ให้เอเจนต์โต้ตอบกัน หรือรับเหตุการณ์เพื่อเลือกการทำงานถัดไป การเรียกโมเดลถี่ขึ้นอาจเพิ่มค่าใช้จ่าย เพราะแต่ละคำขออาจส่งบริบทและผลจากขั้นก่อนเข้าไปอีกครั้ง แต่จำนวนครั้งเรียกเพียงอย่างเดียวยังบอกบิลไม่ได้

โครงสร้าง AutoGen แยก Studio สำหรับทำต้นแบบ, AgentChat สำหรับแอปสนทนาที่มีเอเจนต์หนึ่งตัวหรือหลายตัว และ Core สำหรับระบบขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์และเอเจนต์แบบกระจาย การเลือกจึงเกี่ยวกับทั้งวิธีจัดงานและภาระดูแลระบบ งานที่วิ่งตามขั้นชัดเจนอาจไม่ต้องใช้ระบบรันไทม์แบบกระจาย ส่วนงานที่เปลี่ยนผู้ทำงานตามข้อความล่าสุดต้องกำหนดวิธีหยุดและติดตามการส่งต่อให้เห็นจริง ต้นทุนควรเทียบจากคำขอถึงโมเดล โทเคนที่ใช้ และผลลัพธ์ที่ใช้งานได้ภายใต้โจทย์เดียวกัน

CrewAI จัดบทบาทและลำดับงานอย่างไร

หน่วยออกแบบของ CrewAI เริ่มจาก Agent ซึ่งกำหนดบทบาท เป้าหมาย และเครื่องมือ จากนั้นผูกกับ Task ที่ต้องทำ และรวมเอเจนต์เป็น Crew เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ งานที่มีผู้ค้นข้อมูล ผู้ตรวจความถูกต้อง และผู้เรียบเรียง จึงแสดงความรับผิดชอบได้ตรงกับโครงสร้างที่คนทำงานคุ้นเคย เมื่อผลของงานหนึ่งเป็นข้อมูลตั้งต้นของงานถัดไป ทีมมองเห็นจุดส่งต่อ และระบุได้ว่าใครควรแก้คำตอบที่ไม่ผ่านเกณฑ์

Flow อยู่เหนือ Crew เพื่อคุมสถานะและเส้นทางการทำงาน เช่น รับคำขอ เลือกสาขาตามเงื่อนไข เรียก Crew เฉพาะช่วงที่ต้องใช้การตัดสินใจ แล้วนำผลกลับไปทำขั้นต่อไป ความต่างระหว่าง Flow กับ Crew มีผลต่อต้นทุนด้วย เงื่อนไขที่ตัดสินด้วยกฎในโปรแกรมได้แน่นอน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นคำถามใหม่ถึงโมเดลทุกครั้ง แต่ถ้าขั้นนั้นต้องตีความข้อมูลที่ไม่เป็นโครงสร้าง การให้ Agent ใช้โมเดลอาจจำเป็นต่อคุณภาพคำตอบ

ตัวอย่างเชิงสมมติคือระบบเตรียมคำตอบจากคลังความรู้ภายใน Agent ฝ่ายค้นหาเก็บประเด็นที่เกี่ยวข้อง Agent ฝ่ายตรวจทานชี้ว่าข้อมูลส่วนใดยังขาด และ Agent ฝ่ายเขียนสร้างคำตอบตามรูปแบบที่กำหนด Flow อาจตรวจว่ามีข้อมูลประกอบครบก่อนเรียก Crew หรือส่งงานกลับเมื่อผลไม่ผ่านเงื่อนไข ตัวอย่างนี้แสดงวิธีแบ่งความรับผิดชอบ ไม่ได้หมายความว่าการเพิ่มเอเจนต์ทุกบทบาทจะทำให้คำตอบดีขึ้นหรือถูกลงเสมอ

โครงสร้างขั้นต่ำที่สะท้อนแนวคิดนี้คือ Agent ผูกกับ Task แล้วรวมเป็น Crew ก่อนเพิ่ม Flow เมื่อมีสถานะหรือการแตกสาขาที่ต้องควบคุมแยกจากงานของเอเจนต์ หากกระบวนการมีเพียงขั้นสรุปข้อความหนึ่งครั้ง การเริ่มด้วยหลายบทบาทอาจสร้างรอบทบทวนที่ไม่ได้ช่วยผลลัพธ์ คำถามสำคัญคือแต่ละบทบาทเพิ่มข้อมูลใหม่ ตรวจข้อผิดพลาดชนิดใด หรือรับผิดชอบการตัดสินใจที่ขั้นอื่นทำแทนไม่ได้

ในงานที่ต้องคืนผลหลายรูปแบบ Flow ยังช่วยแยกการตัดสินใจเรื่องเส้นทางออกจากการสร้างเนื้อหาได้ เช่น ข้อมูลที่ครบอาจเข้าสู่ขั้นเรียบเรียงทันที ขณะที่ข้อมูลไม่ครบต้องย้อนกลับไปค้นหา การแยกเช่นนี้ทำให้ทีมเห็นว่าการวนซ้ำเกิดจากเงื่อนไขของกระบวนการ หรือจาก Agent ที่ทำงานไม่สำเร็จ สองกรณีนี้แก้คนละจุด และอาจใช้จำนวนคำขอถึงโมเดลต่างกันมาก

AutoGen ให้อะไรกับงานสนทนาและระบบกระจาย

AgentChat มองการร่วมงานผ่านข้อความระหว่างเอเจนต์ จึงเหมาะเมื่อคำตอบระหว่างทางเป็นตัวกำหนดว่าใครต้องทำงานต่อ นักพัฒนาสามารถเริ่มจาก AssistantAgent ที่ใช้ model client แล้วจึงเพิ่มทีมเมื่อโจทย์ต้องมีการผลัดกันตอบหรือส่งงานให้บทบาทอื่น โครงสร้างเล็กช่วยให้เห็นข้อความต้นทาง คำตอบ และการส่งต่อ ก่อนเพิ่มเครื่องมือหรือเงื่อนไขที่ซับซ้อน

เมื่อทีมสนทนากัน ผู้รับงานถัดไปอาจขึ้นกับเนื้อหาของข้อความล่าสุด ไม่ใช่ตำแหน่งในลำดับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า รูปแบบนี้มีประโยชน์กับงานที่ต้องถามกลับ ตรวจข้อเสนอ หรือส่งต่อผู้เชี่ยวชาญตามปัญหาที่เพิ่งพบ แต่ทีมต้องนิยามว่าคำตอบแบบใดถือว่าเสร็จ และกรณีใดควรหยุดเพื่อให้คนตัดสินใจ หากปล่อยให้การสนทนาดำเนินต่อโดยไม่มีขอบเขต รอบที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างทั้งเวลารอและต้นทุนโมเดล

Core ลงรายละเอียดเรื่องเอเจนต์ ข้อความ เหตุการณ์ และระบบรันไทม์มากขึ้น จึงเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องรับเหตุการณ์จากหลายส่วนของระบบ หรือกระจายเอเจนต์ออกไปทำงานคนละกระบวนการ ทีมสามารถกำหนดวิธีรับส่งและจัดการเหตุการณ์ตามสถาปัตยกรรมของตน แต่ต้องออกแบบตัวระบุงาน การจัดลำดับข้อความ การจัดการความล้มเหลว และการตามรอยเหตุการณ์ให้ครบ ความยืดหยุ่นระดับนี้มีต้นทุนด้านวิศวกรรม แม้ยังไม่รวมค่าเรียกโมเดล

การกระจายหน้าที่กับการกระจายระบบรันไทม์เป็นคนละเรื่อง ระบบที่มีเอเจนต์หลายบทบาทอาจทำงานในแอปเดียวได้ ขณะที่ระบบกระจายต้องจัดการการสื่อสารข้ามส่วน และสถานะที่แต่ละส่วนมองเห็นต่างกัน ถ้าโจทย์เป็นเพียงให้ผู้ค้นหาและผู้ตรวจทานผลัดกันทำงาน ความสามารถแบบกระจายอาจไม่ใช่เหตุผลหลักในการเลือกเฟรมเวิร์ก แต่ถ้าข้อกำหนดระบุการรับเหตุการณ์จากหลายบริการ หรือการแยกการรันของเอเจนต์ Core จะใกล้รูปปัญหามากกว่า

สถานะการพัฒนาก็มีผลต่อโครงการใหม่ คลังโค้ดทางการของ AutoGen ระบุว่าโครงการอยู่ใน maintenance mode ดูแลโดยชุมชน และจะไม่เพิ่มคุณสมบัติใหม่ พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้ใหม่เริ่มที่ Microsoft Agent Framework ความสามารถของ AgentChat และ Core ยังอธิบายทางเลือกด้านสถาปัตยกรรมได้ แต่แผนสนับสนุนและการย้ายระบบเป็นต้นทุนระยะยาวที่ควรคิดร่วมด้วย โดยเฉพาะเมื่อระบบจะต้องพัฒนาต่ออีกนาน

เส้นทางงานแบบใดทำให้ดีบักยาก

ในงานตามลำดับ ทีมมักตามปัญหาจากผลลัพธ์ของ Task ที่ส่งต่อผิด หรือเงื่อนไขของ Flow ที่พาไปสาขาไม่ตรง สิ่งที่ต้องเห็นคือข้อมูลเข้าของขั้น ผลลัพธ์ที่ได้ และเหตุผลที่ขั้นถัดไปเริ่มทำงาน หากปัญหาเกิดจากการกำหนดบทบาทกว้างเกินไป log จะบอกได้ว่า Agent ใดขอเครื่องมือซ้ำ ตอบนอกขอบเขต หรือส่งข้อมูลไม่พอให้ผู้รับช่วง

ในงานสนทนา จุดล้มเหลวอาจอยู่ที่ข้อความก่อนหน้า ผู้รับข้อความ เงื่อนไขเลือกผู้ตอบ หรือเงื่อนไขจบบทสนทนา การเห็นเฉพาะคำตอบสุดท้ายจึงไม่พอ ต้องย้อนว่าเหตุใดเอเจนต์จึงส่งต่อ แล้วข้อความใดถูกเพิ่มเข้าไปในบริบทของโมเดล เมื่อระบบกระจาย ข้อมูลเวลาและตัวระบุงานช่วยแยกข้อความที่มาช้า งานที่ทำซ้ำ และคำตอบที่เป็นของคำขอคนละรายการ

ความสามารถขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์ไม่ได้แบ่งสองเฟรมเวิร์กออกจากกันอย่างเด็ดขาด Flow ของ CrewAI เริ่มขั้นจากเหตุการณ์ได้ ส่วน Core ของ AutoGen รองรับทั้งเวิร์กโฟลว์ที่กำหนดไว้และแบบปรับตามสถานการณ์ ความต่างที่ใช้เลือกได้จริงคือระดับที่ทีมอยากควบคุม ถ้าเหตุการณ์ใช้เปิดขั้นของกระบวนการที่กำหนดไว้ Flow อาจอธิบายระบบง่ายกว่า แต่ถ้าข้อความและระบบรันไทม์ของเอเจนต์เป็นแกนหลัก การลงไปที่ Core อาจเหมาะกว่า

เมื่อดีบักต้นทุน ควรดูจุดส่งต่อที่ทำให้เกิดคำขอโมเดลใหม่เป็นพิเศษ การตรวจคำตอบโดยอีก Agent อาจเพิ่มหนึ่งรอบ การขอให้ Agent เดิมแก้คำตอบอาจเพิ่มอีกรอบ และการส่งผลเครื่องมือกลับเข้าโมเดลอาจเพิ่มทั้งรอบและขนาดข้อความ เหตุการณ์เหล่านี้ต่างกันใน log แม้ผู้ใช้เห็นเพียงคำตอบเดียว จึงต้องผูกงานย่อยเข้ากับคำขอถึงโมเดลที่เกิดขึ้นจริง

งานที่ถูกลองใหม่หลังข้อผิดพลาดควรมีเหตุผลกำกับด้วย หากเครื่องมือภายนอกไม่ตอบ การลองใหม่อาจแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนข้อความถึงโมเดล แต่ถ้าเอเจนต์ตีความงานผิด การส่งคำขอเดิมซ้ำอาจได้ข้อผิดพลาดแบบเดิม การแยกสาเหตุทำให้เห็นว่าต้นทุนเพิ่มจากบริการภายนอก จากข้อมูลตั้งต้น หรือจากการตัดสินใจของเอเจนต์ ไม่ต้องเดาจากค่าใช้จ่ายรวมเพียงตัวเดียว

ตัวเลขใน AgentRace บอกอะไรเกี่ยวกับราคา

งานวิจัย AgentRace รายงานว่า CrewAI ในการทดสอบของงานวิจัยเรียก LLM เฉลี่ย 5.33 ครั้งต่อคำถาม และพบความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนโทเคนในพรอมป์กับเวลาในการทำงาน ผู้วิจัยชี้ว่าความถี่การเรียกโมเดล การใช้เครื่องมือ และการสะสมบริบท ล้วนเกี่ยวข้องกับการใช้โทเคน ตัวเลขนี้เป็นผลของการตั้งค่าทดลองและชุดงานที่ศึกษา จึงใช้ชี้ว่าควรวัดอะไรได้ แต่ใช้เป็นอัตราเรียกมาตรฐานของทุกแอป CrewAI ไม่ได้

ความถี่เรียกโมเดลมีผลต่อราคาแบบมีเงื่อนไข ทุกคำขอส่งโทเคนขาเข้าและรับโทเคนขาออก ซึ่งผู้ให้บริการอาจคิดคนละอัตรา หากรอบใหม่แนบประวัติเดิม คำตอบของ Agent ก่อนหน้า และผลจากเครื่องมือ ขนาดข้อความขาเข้าอาจโตขึ้นทั้งที่งานปลายทางยังเป็นคำขอเดียวของผู้ใช้ การเพิ่มรอบสนทนาจึงอาจเพิ่มทั้งจำนวนคำขอและปริมาณข้อมูลต่อคำขอ

อย่างไรก็ดี จำนวนครั้งเรียกที่มากกว่าไม่ได้หมายถึงค่าใช้จ่ายสูงกว่าเสมอไป คำขอสั้นกับโมเดลราคาต่ำอาจถูกกว่าคำขอเดียวที่ใช้โมเดลราคาแพงและส่งบริบทยาวมาก การตัดรอบตรวจทานเพื่อให้บิลต่ำลงก็อาจทำให้ผลลัพธ์ใช้ไม่ได้จนต้องรันใหม่ การเปรียบเทียบที่มีความหมายจึงต้องรวมคุณภาพคำตอบ อัตรางานที่สำเร็จ และต้นทุนของงานที่ต้องแก้ ไม่ใช่ดูค่าเฉลี่ยการเรียกโมเดลเพียงตัวเดียว

เครื่องมือภายนอกเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง การค้นเว็บหรือดึงข้อมูลอาจคิดค่าบริการแยกจากโมเดล และผลลัพธ์ที่ยาวอาจถูกนำกลับเข้าไปในพรอมป์รอบถัดไป แม้ตัวเครื่องมือทำงานเร็ว การส่งข้อมูลกลับจำนวนมากก็อาจทำให้คำขอโมเดลช้าหรือแพงขึ้น ขณะเดียวกันการทำงานแบบขนานอาจลดเวลารอของผู้ใช้ โดยไม่ได้ลดผลรวมโทเคนที่ถูกประมวลผล เวลารอและค่าใช้จ่ายจึงควรวัดแยกกัน

การสะสม memory ต้องดูว่าระบบเก็บอะไรและส่งอะไรกลับไปจริง การเก็บประวัติไว้ในฐานข้อมูลยังไม่สร้างค่าโมเดลจนกว่าจะนำข้อความนั้นเข้าไปในคำขอ แต่ถ้าทุกรอบแนบประวัติเต็ม ข้อความขาเข้าจะขยายตามจำนวนการโต้ตอบ การย่อหรือคัดเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องลดโทเคนได้ ทว่าต้องตรวจว่าข้อมูลที่ตัดออกทำให้คำตอบผิดหรือขาดบริบทหรือไม่ ต้นทุนที่ต่ำลงมีความหมายต่อเมื่อผลลัพธ์ยังผ่านเกณฑ์เดิม

ผลทดสอบข้ามเฟรมเวิร์กยังขึ้นกับวิธีประกอบงาน งานแบบผลัดกันทำ งานที่เรียกเครื่องมือ และงานที่ให้หลาย Agent เสนอคำตอบแล้วรวมผล ย่อมสร้างจำนวนรอบไม่เท่ากัน แม้ใช้เฟรมเวิร์กชื่อเดียวกัน การเทียบ CrewAI กับ AutoGen จึงควรจับคู่เวิร์กโฟลว์ที่ให้ผลลัพธ์ชนิดเดียวกัน แล้วแยกต้นทุนส่วนที่มาจากโครงสร้างพื้นฐานออกจากรอบตรวจทานหรือการสรุปที่ทีมเพิ่มเอง

อ่าน log ให้ใกล้กับบิลจริง

หน่วยวัดที่เหมาะคือหนึ่งคำขอของผู้ใช้จนถึงผลลัพธ์ที่ผ่านเกณฑ์ ไม่ใช่หนึ่งข้อความที่ Agent ส่งหาอีก Agent สำหรับแต่ละคำขอถึงโมเดล ให้เก็บชื่อโมเดล ขั้นของงาน เวลาเริ่มและจบ จำนวนโทเคนขาเข้าและขาออก พร้อมสถานะว่าคำขอนั้นสำเร็จ ล้มเหลว หรือถูกลองใหม่ การผูกข้อมูลเหล่านี้กับรหัสงานเดียวกันทำให้รวมค่าใช้จ่ายที่กระจายอยู่หลาย Agent ได้

CrewAI Tracing แสดงลำดับ Task การใช้เครื่องมือ การเรียก LLM เวลา โทเคน ต้นทุน และข้อผิดพลาดผ่าน CrewAI AMP การส่ง trace ไปยังแพลตฟอร์มมีขั้นตอนเปิดใช้งานและเงื่อนไขการยินยอม ผู้ดูแลระบบจึงควรเลือกวิธีเก็บ log ให้สอดคล้องกับนโยบายข้อมูลของโครงการ เพราะพรอมป์และผลจากเครื่องมืออาจมีข้อมูลที่ไม่ควรส่งต่อออกไป

ฝั่ง AutoGen ควรผูกข้อความของ AgentChat กับการใช้ model client เพื่อแยกข้อความภายในทีมออกจากคำขอโมเดลจริง ข้อความหนึ่งอาจเป็นการส่งต่อหรือผลจากเครื่องมือโดยไม่มีการเรียกโมเดลใหม่ ขณะที่การตอบกลับหนึ่งครั้งอาจเกิดจากหลายรอบภายใน Agent ถ้าทีมดูเพียงจำนวนข้อความหรือจำนวน Agent จะประมาณบิลคลาดเคลื่อน จุดที่ต้องเก็บคือการใช้โมเดลของคำขอจริง และเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดคำขอนั้น

เมื่อมีข้อมูลครบ ให้คิดค่าโมเดลแยกตามรุ่น นำโทเคนขาเข้าและขาออกไปคูณอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนดสำหรับแต่ละส่วน แล้วบวกค่าบริการของเครื่องมือที่เกิดขึ้นจริง ถ้ามีการรันซ้ำหลังผลไม่ผ่าน ให้รวมรอบนั้นในต้นทุนของคำขอเดิม จากนั้นหารผลรวมด้วยจำนวนคำขอที่ได้ผลลัพธ์ตามเกณฑ์ วิธีนี้ตอบคำถามว่าระบบจ่ายเท่าไรต่อผลงานที่ใช้ได้ มากกว่าดูค่าใช้จ่ายของรอบที่สำเร็จเท่านั้น

ตัวอย่างสมมติ: ถ้าคำขอหนึ่งผ่านขั้นค้นหา ตรวจทาน และเขียนคำตอบ ให้ทำเครื่องหมายว่าการเรียกโมเดลแต่ละครั้งเกิดในขั้นใด แล้วดูว่าขั้นตรวจทานแก้ข้อผิดพลาดจริง หรือเพียงส่งข้อความเดิมกลับไปมา หากการตรวจทานช่วยลดงานแก้ภายหลัง ต้นทุนที่เพิ่มอาจยอมรับได้ แต่ถ้าเพิ่มรอบโดยไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ การปรับเกณฑ์หยุดหรือส่งข้อมูลให้ครบตั้งแต่ต้นอาจมีผลมากกว่าการเปลี่ยนเฟรมเวิร์ก

ค่าเฉลี่ยอย่างเดียวซ่อนงานที่แพงผิดปกติ ควรเห็นทั้งงานทั่วไปและงานที่มีการลองใหม่หลายครั้ง ข้อความขาเข้าที่ยาวเพราะประวัติสะสม หรือเครื่องมือที่ส่งข้อมูลจำนวนมากกลับเข้าโมเดล หากค่าใช้จ่ายสูงกระจุกในงานบางชนิด ทีมจะพบว่าปัญหาอยู่ที่ข้อมูลตั้งต้น การเลือกเครื่องมือ หรือเงื่อนไขหยุด มากกว่าชื่อเฟรมเวิร์กทั้งหมด การแยกสาเหตุช่วยให้แก้เฉพาะจุดโดยรักษาโครงสร้างที่เหมาะกับงานไว้

เวลาประเมินสองแบบภายใต้โจทย์เดียวกัน ให้ใช้ข้อมูลเข้า เครื่องมือ โมเดล และเกณฑ์รับผลลัพธ์ที่เทียบกันได้ หากแบบหนึ่งได้คำตอบเร็วแต่ขาดข้อมูลสำคัญ ส่วนอีกแบบใช้เวลามากกว่าเพื่อแก้ข้อผิดพลาด การเทียบเฉพาะเวลาและโทเคนจะทำให้ตัดสินผิด ควรเก็บผลที่ไม่ผ่านเกณฑ์ไว้ในชุดข้อมูลด้วย เพราะการรันใหม่เป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้ระบบต้องรับจริง

ผังเลือกตามงานที่ต้องสร้าง

  • ถ้างานมีผู้รับผิดชอบและลำดับส่งมอบชัด ให้เริ่มจาก Agent, Task และ Crew ของ CrewAI แล้วเพิ่ม Flow เมื่อมีสถานะ เงื่อนไข หรือการแตกสาขาที่ต้องควบคุม
  • ถ้างานต้องให้ Agent ผลัดกันตอบหรือส่งงานตามข้อความล่าสุด ให้พิจารณา AutoGen AgentChat พร้อมนิยามเงื่อนไขจบและบันทึกเหตุผลของการส่งต่อ
  • ถ้างานต้องรับเหตุการณ์จากหลายส่วนหรือกระจายการรันของเอเจนต์ ให้ประเมิน AutoGen Core และภาระของการตามรอยข้อความ สถานะ และความล้มเหลวข้ามระบบ
  • ถ้าโครงการใหม่ต้องการการพัฒนาคุณสมบัติและการสนับสนุนระยะยาว ให้นำสถานะ maintenance mode ของ AutoGen เข้าสู่การตัดสินใจด้านสถาปัตยกรรม
  • ถ้าค่าโมเดลเป็นข้อจำกัด ให้ใช้ชุดงาน โมเดล และเครื่องมือที่เทียบกันได้ วัดจำนวนครั้งเรียก โทเคน การลองใหม่ และต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่ผ่านเกณฑ์ ก่อนสรุปว่าทางเลือกใดประหยัดกว่า

สำหรับงานที่ขั้นตอนแน่นอน การใช้กฎใน Flow แทนรอบตัดสินใจของโมเดลอาจช่วยคุมต้นทุนและทำให้ดีบักง่าย สำหรับงานที่คำตอบระหว่างทางเปลี่ยนผู้ทำงานถัดไป สถาปัตยกรรมข้อความของ AgentChat หรือเหตุการณ์ของ Core ให้ความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ต้องออกแบบเงื่อนไขหยุดและการติดตามเส้นทางให้ดี เมื่อวัดค่าใช้จ่าย ให้ยึดผลลัพธ์ที่ใช้งานได้เป็นตัวหาร เพราะเอเจนต์ที่เรียกโมเดลน้อยแต่ต้องแก้งานบ่อย อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุด

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0