
ปิด AI บน DeviantArt ให้ถูก: สองสวิตช์คุ้มครองคนละเรื่อง

การคุ้มครองงานบน DeviantArt มีสองทางที่ต้องจัดการแยกกัน: ป้าย NoAI ของผลงาน ใช้แสดงว่าไม่อนุญาตให้นำงานชิ้นนั้นเข้าไปในชุดข้อมูลของบุคคลภายนอกเพื่อฝึกโมเดล AI ส่วนคำขอจำกัดการอ้างอิงสไตล์ใน DreamUp ต้องยื่นแยกสำหรับชื่อศิลปิน ป้ายบนภาพกับคำขอของศิลปินจึงตอบคนละปัญหา แม้เจ้าของงานจะเป็นคนเดียวกันก็ตาม
หากเป้าหมายคือคัดค้านการนำภาพไปฝึกโมเดลภายนอก ให้ตรวจสถานะ NoAI ในหน้าผลงานใหม่และงานที่เผยแพร่แล้ว หากเป้าหมายคือจำกัดการอ้างอิงชื่อเพื่อสร้างภาพใน DreamUp ให้ส่งคำขอในช่องทางของศิลปิน ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม การทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ส่งผลให้อีกอย่างหนึ่งเสร็จตามไปด้วย
NoAI ครอบคลุมอะไรและต้องดูตรงไหน
NoAI เป็นสถานะของผลงานที่โพสต์บน DeviantArt ไม่ใช่สถานะอนุมัติของบัญชีศิลปิน เมื่อเปิดป้าย งานชิ้นนั้นจะแสดงข้อความว่าเจ้าของไม่อนุญาตให้รวมไว้ในชุดข้อมูลของบุคคลภายนอกที่ใช้ฝึกโมเดล AI ความหมายนี้ผูกกับการนำงานไปใช้เป็นข้อมูลฝึก ไม่ได้ตัดสินว่าผู้ใช้อื่นจะพิมพ์ชื่อศิลปินใน DreamUp ได้หรือไม่ หากต้องการจัดการทั้งภาพและชื่อ ต้องตรวจทั้งสองส่วนแยกกัน
ให้เริ่มจากเปิดหน้าผลงานที่กังวลก่อน เพราะหน้าผลงานจะแสดงเครื่องหมายเมื่อ NoAI ทำงานอยู่ หากเห็นเครื่องหมายแล้ว ไม่จำเป็นต้องกดเปิดซ้ำเพื่อให้มีสถานะเดียวกัน แต่หากไม่เห็น ให้เข้าเมนูแก้ไขงานชิ้นนั้นและหาตัวเลือก Add NoAI label ที่อยู่กับการตั้งค่าป้ายกำกับของงาน การเห็นปุ่มในหน้าตั้งค่าเพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่างานที่เผยแพร่มีป้ายแล้ว ต้องบันทึกและกลับไปดูหน้าผลงานจริง
การตรวจเป็นรายชิ้นสำคัญเป็นพิเศษเมื่อคุณเคยอัปโหลดงานหลายช่วงเวลา หรือเคยเปลี่ยนวิธีส่งงานผ่านหน้าต่างต่างกัน อย่าใช้ภาพล่าสุดภาพเดียวแทนสถานะของทั้งแกลเลอรี เพราะป้ายปรากฏที่หน้าของแต่ละผลงาน หากงานใดไม่มีเครื่องหมาย ให้แก้งานนั้นหรือรวมเข้ากับกลุ่มที่ต้องเปลี่ยน แล้วตรวจผลหลังบันทึกอีกครั้ง วิธีนี้ทำให้รู้ว่าผลงานใดแสดงเจตนาคัดค้านแล้ว แทนการเดาสถานะจากการตั้งค่าที่เคยจำได้
ป้ายดังกล่าวเป็นสัญญาณการไม่อนุญาตต่อผู้ที่รวบรวมข้อมูลภายนอก จึงควรเข้าใจผลของมันตามขอบเขตที่ระบุไว้ การติดป้ายวันนี้ไม่ได้ย้อนลบข้อมูลที่บุคคลภายนอกอาจเก็บไปก่อนหน้า และไม่ได้ย้อนการฝึกของโมเดลที่เกิดขึ้นแล้ว ข้อจำกัดนี้สำคัญเมื่อคุณเคยเผยแพร่ภาพเดียวกันในที่อื่นด้วย เพราะการแก้สถานะใน DeviantArt ใช้กับหน้าผลงานบนแพลตฟอร์มนี้ ไม่ได้เปลี่ยนสถานะของสำเนาที่อยู่คนละเว็บไซต์
ก่อนแก้เป็นชุด ให้แยกสิ่งที่ต้องการทราบออกจากสิ่งที่ระบบทำ: หน้าส่งงานบอกว่าคุณกำลังเลือกค่าอะไร หน้าผลงานบอกว่าค่านั้นปรากฏกับงานชิ้นใดแล้ว และหน้าตอบกลับคำขอบอกสถานะของชื่อศิลปินใน DreamUp หากเก็บเพียงภาพหน้าจอของหน้าตั้งค่า คุณอาจจำไม่ได้ว่าบันทึกแล้วหรือยัง หรือกำลังแก้งานชิ้นไหน การเปิดงานหลังบันทึกจึงเป็นส่วนหนึ่งของการตั้งค่า ไม่ใช่งานตรวจที่ค่อยทำเมื่อเกิดปัญหา
หากภาพหนึ่งอยู่ในชุดงานที่คุณเผยแพร่ทั้งใน DeviantArt และช่องทางอื่น ควรแยกการตัดสินใจของแต่ละช่องทางออกจากกัน ป้ายที่ปรากฏบน DeviantArt บอกเจตนาสำหรับผลงานที่แสดงบนแพลตฟอร์มนี้ ส่วนสำเนาที่โพสต์อีกแห่งอยู่ภายใต้เครื่องมือและเงื่อนไขของที่นั้น การตั้งค่าที่ถูกต้องบน DeviantArt จึงให้หลักฐานเฉพาะบริบทนี้ แม้ชื่อไฟล์ เนื้อภาพ และชื่อศิลปินจะเหมือนกันก็ตาม
ในหน้าส่งงานยังมีป้ายกำกับเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับ AI ซึ่งทำหน้าที่ต่างกัน ป้าย Created with AI tools บอกว่าผลงานถูกสร้างด้วยเครื่องมือ AI ส่วน NoAI บอกเรื่องการอนุญาตให้นำงานเข้าชุดข้อมูลฝึกของบุคคลภายนอก หากภาพของคุณมีสถานะหนึ่งอยู่ อย่าสรุปว่าอีกสถานะถูกตั้งตามไปด้วย การอ่านชื่อป้ายบนหน้าผลงานให้ตรงจึงสำคัญกว่าการเห็นคำว่า AI เพียงคำเดียว
ส่วนตัวเลือก Suppress AI อยู่ฝั่งการรับชมของผู้ใช้ ใช้ลดการแสดงผลงานที่ถูกระบุหรือประเมินว่าใช้เครื่องมือ AI ในบางส่วนของการเรียกดู การเปลี่ยนตัวเลือกนี้ไม่ได้ติด NoAI ให้ภาพของคุณ และไม่ได้ส่งคำขอถึง DreamUp หากเป้าหมายคือคุ้มครองงานที่คุณโพสต์ ให้กลับไปดูป้ายบนงานและสถานะคำขอชื่อศิลปิน ไม่ใช้ผลการมองเห็นภาพในฟีดเป็นเครื่องชี้วัด
Studio มี preset สำหรับจดจำตัวเลือกป้ายกำกับเมื่ออัปโหลดงานใหม่ หากคุณส่งงานบ่อย การตั้งค่าที่ต้องการไว้ล่วงหน้าช่วยลดการเลือกซ้ำ แต่ยังควรดูค่าในหน้าส่งงานและหน้าผลงานหลังเผยแพร่ เพราะ preset เป็นจุดเริ่มต้นของงานใหม่ ไม่ใช่คำสั่งเปลี่ยนงานเก่าทั้งบัญชี ศิลปินที่เพิ่งเริ่มใช้ preset จึงยังต้องย้อนกลับไปจัดการภาพที่โพสต์ก่อนหน้าแยกต่างหาก
NoAI ยังต่างจากการกำหนดใบอนุญาตใช้ผลงานหรือการเปิดให้ดาวน์โหลดไฟล์ต้นฉบับ หากคุณต้องการจัดการเรื่องการนำภาพไปใช้ต่อในทางอื่น ให้ดูการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเหล่านั้นแยกต่างหาก อย่าคาดหวังว่าป้ายสำหรับชุดข้อมูลฝึกจะเปลี่ยนเงื่อนไขทุกประเภทของงาน
ตั้งป้ายให้ผลงานใหม่และงานเก่า
- เมื่อส่งงานใหม่ ให้หาตัวเลือก Add NoAI label ในหน้าส่งผลงาน หากต้องการแสดงการไม่อนุญาตให้ใช้ภาพนี้ฝึกโมเดลภายนอก ให้ตรวจว่าตัวเลือกเปิดอยู่ก่อนกดส่ง ระหว่างตรวจ ให้ดูชื่องานและไฟล์ที่กำลังส่งด้วย เพื่อไม่ให้ตั้งค่าถูกแต่ใช้กับงานผิดชิ้น
- สำหรับงานที่เผยแพร่แล้ว ให้เปิดงานชิ้นนั้น เลือกแก้ไข แล้วดูตัวเลือกเดียวกันในหน้าตั้งค่าผลงาน เปลี่ยนเป็นสถานะที่ต้องการและบันทึกให้เสร็จ การออกจากหน้าแก้ไขก่อนบันทึกอาจทำให้สิ่งที่เห็นในหน้าฟอร์มไม่ตรงกับสถานะที่ผู้อื่นเห็นบนหน้าผลงาน
- หลังส่งหรือบันทึก ให้เปิดหน้าผลงานอีกครั้งและดูเครื่องหมาย NoAI บนหน้านั้น หากไม่ปรากฏ ให้กลับไปตรวจงานและตัวเลือกที่แก้ แยกการตรวจครั้งนี้จากการดูภาพตัวอย่างใน Studio เพราะหลักฐานที่ต้องการคือป้ายบนหน้าผลงานที่เผยแพร่จริง
ชื่อคำสั่งต้องอ่านให้ครบก่อนกด เพราะ Add NoAI label และ Remove NoAI label ให้ผลตรงกันข้าม หากต้องการคัดค้านการฝึกด้วยงานชิ้นนั้น ให้ใช้คำสั่ง Add การใช้ Remove จะเอาสัญญาณดังกล่าวออกจากผลงาน โดยเฉพาะเวลาจัดการงานจำนวนมาก ความต่างของคำสองคำนี้มีผลกับทุกชิ้นที่ถูกเลือกไว้ จึงควรทบทวนรายการที่เลือกก่อนยืนยัน
หากคุณกำลังจัดการภาพหลายเวอร์ชันของงานเดียวกัน ให้ตรวจแต่ละหน้าที่เผยแพร่เป็นผลงานแยกกัน ตัวอย่างเช่น หากภาพร่างและภาพสมบูรณ์ถูกโพสต์เป็นคนละรายการ การเห็น NoAI บนภาพสมบูรณ์ยังไม่บอกสถานะของภาพร่าง เช่นเดียวกัน หากคุณมีงานในแกลเลอรีย่อยหลายแห่ง การตรวจเฉพาะแกลเลอรีที่เปิดอยู่จะไม่บอกสถานะของงานในส่วนอื่น ข้อสังเกตนี้ช่วยกำหนดขอบเขตที่ต้องเลือกก่อนใช้คำสั่งแบบกลุ่ม
ในงานที่มีคำอธิบายยาวหรือมีการแก้ไขข้อมูลประกอบหลายอย่าง ให้จัดการป้ายพร้อมกับการแก้ไขอื่นอย่างระมัดระวัง หลังบันทึก ให้ดูทั้งว่าผลงานยังเป็นชิ้นที่ตั้งใจแก้ และว่าป้ายอยู่บนหน้าเดียวกัน การตรวจสองจุดนี้ลดความเสี่ยงจากการแก้งานที่ชื่อคล้ายกัน หรือจากการเปิดหลายแท็บพร้อมกัน โดยเฉพาะศิลปินที่เผยแพร่ภาพร่าง ภาพสี และภาพปรับปรุงแยกเป็นหลายโพสต์
สำหรับงานใหม่ จุดตัดสินใจอยู่ก่อนเผยแพร่ เพราะเมื่อส่งแล้ว คุณควรตรวจหน้าสาธารณะของงานทันที หากพบว่ายังไม่มีป้าย ก็กลับไปแก้ได้โดยไม่ต้องยื่นคำขอ DreamUp ใหม่ การแก้ NoAI เป็นการแก้ค่าในงาน ไม่ใช่การสมัครเข้ากระบวนการพิจารณาชื่อศิลปิน ส่วนงานเก่าก็ใช้หลักเดียวกัน เพียงเริ่มจากหน้าแก้ไขแทนหน้าส่งงาน
หากคุณไม่แน่ใจว่าป้ายเดิมมีอยู่หรือไม่ ให้ตรวจจากหน้าผลงานก่อนสั่งเพิ่มแบบกลุ่ม การเริ่มด้วยการสังเกตช่วยกำหนดว่าจะเลือกภาพใด ไม่ต้องเปลี่ยนงานทุกชิ้นโดยไม่จำเป็น เมื่อพบงานที่ไม่มีป้ายหลายชิ้นจึงค่อยใช้ Studio หรือแกลเลอรีจัดการพร้อมกัน ส่วนงานที่มีป้ายอยู่แล้ว ให้เก็บไว้ในรายการตรวจโดยไม่ต้องแก้สถานะซ้ำ
อีกจุดที่ควรระวังคือการสลับระหว่างงานของตนเองกับหน้าดูงานของผู้อื่นในหลายแท็บ เมนูแก้ไขและ Label options ใช้กับงานที่บัญชีของคุณจัดการได้ หากกำลังตรวจตัวอย่างภาพที่คล้ายกัน ให้ดูชื่อบัญชีและชื่อผลงานก่อนกดแก้ วิธีนี้สำคัญเมื่อมีงานร่วมชุดหรือภาพย่อคล้ายกัน เพราะความผิดพลาดที่เกิดจากการเลือกผิดงานจะแก้ด้วยการกรอกฟอร์ม DreamUp ไม่ได้
หากหนึ่งหน้าผลงานมีภาพหลายภาพ ให้ตรวจป้ายที่ระดับหน้าผลงานนั้น พร้อมดูว่าภาพทั้งหมดที่ตั้งใจคุ้มครองอยู่ในรายการเดียวกันหรือแยกเป็นหลายโพสต์ การตั้งค่าที่เห็นบนหน้าหนึ่งไม่ใช่หลักฐานของอีกหน้าหนึ่ง หากภาพบางส่วนถูกเผยแพร่เป็นโพสต์แยก ให้เปิดโพสต์เหล่านั้นและตรวจสถานะแยกด้วย การจัดกลุ่มภาพในความทรงจำของเจ้าของงานอาจไม่ตรงกับวิธีที่แพลตฟอร์มแบ่งหน้าผลงาน
หลังตรวจครบครั้งแรก คุณสามารถใช้รายการลิงก์ที่เก็บไว้เป็นจุดเริ่มต้นเมื่อกลับมาตรวจรอบถัดไป โดยเพิ่มลิงก์ของงานใหม่ตามวันที่เผยแพร่ และทำเครื่องหมายเฉพาะงานที่เห็นป้ายแล้ว วิธีนี้ทำให้คำว่าเสร็จหมายถึงหน้าใดหน้าหนึ่งที่เปิดดูได้จริง ไม่ใช่เพียงความรู้สึกว่ากดคำสั่งครบแล้ว หากเปลี่ยนการตั้งค่าแบบกลุ่มภายหลัง ให้ทบทวนรายการดังกล่าวใหม่ตามขอบเขตที่เปลี่ยน
เปลี่ยน NoAI หลายชิ้นใน Studio หรือแกลเลอรี
Studio เหมาะเมื่อคุณต้องการเลือกงานหลายชิ้นจากรายการที่จัดการอยู่ ให้ทำเครื่องหมายในช่องหน้าผลงานที่ต้องการเปลี่ยน แล้วเปิดเมนู Label options จากนั้นเลือก Add NoAI label ระบบจะใช้คำสั่งกับรายการที่เลือก ไม่ใช่กับทุกงานในบัญชี ดังนั้นก่อนกด ให้มองรายการที่ถูกทำเครื่องหมายอีกครั้ง โดยเฉพาะหากในหน้านั้นมีทั้งงานที่เพิ่งอัปโหลดและงานเก่าปะปนกัน
ถ้าเริ่มจากแกลเลอรี ให้กด Edit ที่มุมซ้ายบนของหน้าแกลเลอรี เลือกงานที่ต้องการ แล้วใช้ Label options เพื่อเพิ่มป้าย NoAI เส้นทางนี้เหมาะเมื่อคุณรู้ว่างานอยู่ในแกลเลอรีใด และต้องการเห็นบริบทของกลุ่มงานก่อนเลือก หลังกดบันทึก ให้เปิดตัวอย่างงานจากช่วงต้นและช่วงท้ายของรายการที่เลือก เพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงไปถึงงานที่ตั้งใจทั้งหมด
สำหรับทั้งแกลเลอรีหรือแกลเลอรีย่อย ให้เข้าโหมด Edit แล้วใช้เมนูจุดสามจุดของแกลเลอรีนั้นเพื่อเปลี่ยนป้ายของงานในกลุ่ม หากตั้งใจจัดการทุกผลงาน ให้ตรวจว่าเลือกแกลเลอรี All ก่อนใช้คำสั่ง เพราะการเลือกแกลเลอรีย่อยจะจำกัดขอบเขตอยู่ที่กลุ่มนั้น การเลือก All จึงเป็นเรื่องของขอบเขตงาน ไม่ใช่สวิตช์สำหรับคำขอ DreamUp หรือการอนุมัติชื่อศิลปิน
เมื่อใช้คำสั่งแบบกลุ่ม ควรแยกรายการที่ต้องการเพิ่มป้ายออกจากรายการที่ต้องการเอาป้ายออกก่อน หากเลือกสองกลุ่มปะปนกันแล้วกด Add ผลลัพธ์จะเป็นการเพิ่มให้ทุกชิ้นที่เลือก ไม่ใช่สลับสถานะให้แต่ละภาพตามเดิม หลังดำเนินการ ให้ตรวจหน้าผลงานที่เคยไม่มีป้ายอย่างน้อยบางชิ้น และตรวจงานที่อยู่นอกขอบเขตการเลือกหากยังมีข้อสงสัยเรื่องการครอบคลุม
หากงานกระจายอยู่หลายแกลเลอรีย่อย ให้เลือกวิธีทำงานตามขอบเขตที่คุณตั้งใจจริง การแก้ทีละแกลเลอรีช่วยให้เห็นว่าแต่ละกลุ่มเสร็จหรือยัง แต่ต้องไม่ลืมกลุ่มที่ไม่ได้เปิด ส่วนคำสั่งใน All เหมาะกับการเปลี่ยนวงกว้างกว่า และจึงควรตรวจชื่อคำสั่งให้ชัดก่อนกด ทางเลือกใดก็ยังต้องกลับไปดูงานที่เผยแพร่ เพราะรายการที่เลือกกับผลบนหน้าผลงานเป็นคนละขั้นตอน
เมื่อมีงานบางชิ้นที่คุณตั้งใจให้คงสถานะเดิม อย่าใช้คำสั่งครอบคลุมทั้งแกลเลอรีเพียงเพราะสะดวกกว่า ให้เลือกเฉพาะงานที่ต้องการเปลี่ยนผ่าน Studio หรือหน้าแกลเลอรี และดูจำนวนช่องที่ทำเครื่องหมายก่อนยืนยัน การเลือกผิดในคำสั่งแบบกลุ่มทำให้ต้องย้อนกลับไปแก้หลายชิ้น ขณะที่การเลือกรายชิ้นใช้เวลามากกว่าแต่ช่วยควบคุมงานที่มีข้อยกเว้นได้ชัดกว่า
หลังคำสั่งแบบกลุ่มเสร็จ ให้ตรวจทั้งงานที่คาดว่าจะเปลี่ยนและงานที่คาดว่าจะคงเดิม ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกเฉพาะชุดภาพใหม่ ให้เปิดภาพหนึ่งจากชุดนั้น แล้วเปิดภาพหนึ่งจากชุดเก่าที่ไม่ได้เลือกด้วย หากภาพชุดเก่าเปลี่ยนไปด้วย อาจเป็นสัญญาณว่าขอบเขตที่เลือกกว้างกว่าที่คิด หากภาพชุดใหม่ไม่เปลี่ยน ให้กลับไปดูว่าช่องเลือกครบและใช้คำสั่ง Add จริงหรือไม่
หากคุณย้ายจากการแก้งานทีละชิ้นมาใช้คำสั่งแบบกลุ่ม ให้กำหนดขอบเขตเป็นชื่อแกลเลอรีหรือช่วงงานก่อนเริ่มกดเลือก แล้วจบกลุ่มนั้นให้ครบก่อนย้ายไปกลุ่มถัดไป วิธีนี้ช่วยไม่ให้ย้อนเลือกชิ้นเดิมซ้ำ หรือหลงลืมงานที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่มองเห็นอยู่ ข้อสำคัญคือรายการที่เลือกในหน้าปัจจุบันอาจต่างจากภาพทั้งหมดที่คุณเคยอัปโหลด จึงต้องตรวจขอบเขตทุกครั้งที่เปลี่ยนหน้า
งานที่อยู่ระหว่างร่างกับเผยแพร่ต้องตรวจตามสถานะที่คุณสนใจ หากคุณกำลังเตรียมเผยแพร่งานจาก Studio ให้ดูตัวเลือกก่อนส่ง และตรวจหน้าผลงานหลังเผยแพร่ หากงานยังเป็นร่าง การเห็นค่าในหน้าจัดการร่างเป็นการเตรียมการเท่านั้น เพราะผู้อื่นยังไม่มีหน้าผลงานที่จะแสดงป้าย การแยกสองช่วงนี้ช่วยไม่ให้บันทึกร่างไว้แล้วเข้าใจว่าหน้าสาธารณะได้รับการเปลี่ยนแปลง
ถ้ามีงานที่ตั้งใจให้ใช้ป้ายต่างกัน ให้แยกรายการตั้งแต่ก่อนแก้ไข เพราะคำสั่งแบบกลุ่มจะใช้สถานะเดียวกับทุกงานที่เลือกไว้ การตัดสินใจเป็นรายชุดก่อนกดจึงช่วยรักษาข้อยกเว้นที่คุณต้องการ และทำให้การตรวจหลังบันทึกมีคำตอบชัดว่างานใดควรแสดงป้าย งานใดไม่ได้อยู่ในกลุ่มเปลี่ยนครั้งนี้
เมื่อต้องตรวจหลายรายการ อย่าใช้เพียงจำนวนภาพที่เลือกเป็นหลักฐานว่าครบ เพราะรายการอาจมีงานที่ไม่ตั้งใจรวมอยู่ และอาจขาดงานในแกลเลอรีย่อยอื่น ให้ยึดชื่อผลงานกับหน้าที่เปิดดูได้เป็นตัวตัดสินขอบเขต
ยื่นคำขอสำหรับ DreamUp อย่างไร
DreamUp สร้างภาพจากพรอมป์ต์ข้อความ และการใส่ชื่อศิลปินในพรอมป์ต์อาจทำให้ภาพที่ได้อ้างอิงลักษณะงานของศิลปินคนนั้น ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการจำกัดกรณีนี้คือคำขอแยกที่เกี่ยวกับชื่อผู้ใช้ ชื่อจริง หรือชื่ออื่นที่ศิลปินใช้ ไม่ใช่การแก้ป้ายของภาพใดภาพหนึ่ง การส่งคำขอจึงควรเริ่มจากตัวตนของศิลปินและบัญชีที่เผยแพร่ผลงาน ไม่ใช่จากรายการภาพที่เคยติด NoAI
แบบฟอร์มคำขอของ DreamUp ให้กรอกอีเมลที่ตรงกับบัญชี DeviantArt และอธิบายว่าการคัดเลือกมุ่งที่ศิลปินซึ่งมีแนวโน้มว่างานเคยเป็นแหล่งข้อมูลของ Stable Diffusion โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคำขอเป็นรายกรณี และหากอนุมัติจะส่งอีเมลภายใน 10 วันทำการ ข้อมูลประกอบการพิจารณายังรวมถึงอีเมลที่เป็นปัจจุบัน และบัญชีโซเชียลที่เชื่อมไว้ในส่วน About ของโปรไฟล์ DeviantArt
ก่อนเปิดฟอร์ม ให้ตรวจว่าอีเมลในโปรไฟล์ยังใช้งานได้และคุณเข้าถึงกล่องจดหมายได้จริง หากใช้ชื่อทำงานต่างจากชื่อบัญชี หรือใช้ชื่ออื่นเผยแพร่ผลงานในที่ต่างกัน ให้เตรียมการสะกดที่ตรงกับผลงานและโปรไฟล์ของตนไว้ คำขอพูดถึงชื่อผู้ใช้ ชื่อจริง และชื่ออื่นที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องส่งชื่อทุกแบบสำหรับศิลปินทุกคน ให้ตอบตามช่องที่ฟอร์มแสดงและตามตัวตนที่คุณต้องการให้แพลตฟอร์มพิจารณา
ส่วน About ของโปรไฟล์มีความสำคัญเพราะบัญชีโซเชียลที่เชื่อมอยู่ตรงนั้นเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา หากคุณมีบัญชีที่ใช้เผยแพร่งานและเป็นของตนเอง ให้ตรวจว่าลิงก์ยังเปิดได้และชื่อบัญชีสอดคล้องกับตัวตนที่ยื่น ข้อนี้เป็นการเตรียมข้อมูลให้ผู้พิจารณาเชื่อมโยงบัญชี ไม่ใช่คำรับประกันว่าจะผ่านเกณฑ์ และไม่ควรใส่บัญชีที่ไม่ได้เป็นของคุณเพื่อให้รายการดูครบ
หน้าแรกมีคำอธิบายเกณฑ์และช่องอีเมล ก่อนส่ง ให้ไล่อ่านหน้าถัดไปตามที่ระบบแสดงจริง แล้วกรอกเฉพาะข้อมูลที่ถาม อย่าคาดเดาช่องที่ยังไม่ได้เห็น หรือส่งหลักฐานส่วนตัวเกินความจำเป็นเพราะคิดว่าจะเร่งการพิจารณา ถ้าข้อมูลในโปรไฟล์ยังไม่ตรง ให้แก้ข้อมูลของบัญชีก่อนกลับมากรอกฟอร์ม การสะกดอีเมลผิดเป็นปัญหาตรงตัว เพราะแพลตฟอร์มใช้ที่อยู่นั้นเพื่อติดต่อเรื่องสถานะคำขอ
การเตรียมชื่อควรยึดชื่อที่ผู้ชมใช้ระบุว่าผลงานเป็นของคุณจริง ชื่อบัญชี DeviantArt อาจต่างจากชื่อที่เซ็นในภาพ หรือชื่อที่ใช้ในโปรไฟล์โซเชียล หากชื่อเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับตัวคุณ ให้จัดรายการสะกดไว้ก่อนเริ่มกรอก เพราะการพิมพ์ชื่อคนละแบบโดยไม่ตั้งใจอาจทำให้ผู้พิจารณาเชื่อมโยงตัวตนยากขึ้น นี่เป็นเหตุผลของการเตรียมข้อมูล ไม่ใช่การยืนยันว่าฟอร์มจะรับทุกชื่อที่คุณเสนอ
ถ้าใช้บัญชี DeviantArt หลายบัญชี ให้ดูว่าอีเมลที่กำลังกรอกผูกกับบัญชีใด แล้วระบุข้อมูลให้สอดคล้องกับบัญชีนั้น อีเมลที่เกี่ยวกับบัญชีคือช่องทางสำหรับติดต่อเรื่องสถานะ การใช้อีเมลส่วนตัวอีกที่หนึ่งเพียงเพราะเปิดบ่อยกว่าอาจทำให้ข้อมูลไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุ หากต้องการรับข้อความที่กล่องจดหมายเดิม ให้ตรวจหรืออัปเดตข้อมูลบัญชีตามช่องทางของแพลตฟอร์มก่อนส่งคำขอ
เมื่อเตรียมลิงก์โซเชียล ให้ดูทั้งชื่อที่แสดงบนโปรไฟล์และหน้าที่ลิงก์พาไป บัญชีที่ยังเปิดได้แต่เปลี่ยนชื่อไปแล้วอาจทำให้ความสัมพันธ์กับชื่อในคำขอไม่ชัด ส่วนลิงก์ที่เปิดไม่ได้ช่วยยืนยันตัวตนได้น้อยลง จึงควรปรับข้อมูลในส่วน About ให้สะท้อนช่องทางที่ใช้เผยแพร่งานจริง หากไม่มีบัญชีโซเชียลที่เกี่ยวข้อง อย่าสร้างข้อมูลเทียมเพื่อให้ดูตรงรายการ เพราะข้อมูลเหล่านี้ใช้ประกอบการพิจารณา ไม่ใช่ช่องให้แต่งประวัติ
ก่อนกดส่ง ให้ทบทวนอีเมล ชื่อบัญชี และชื่ออื่นที่กรอกอีกครั้งตามหน้าฟอร์มที่ปรากฏจริง หากมีช่องให้แนบหรืออธิบายข้อมูลในหน้าถัดไป ให้ตอบตามคำถามนั้นอย่างตรงไปตรงมา แยกข้อมูลที่พิสูจน์ความเชื่อมโยงของตัวคุณกับผลงานออกจากความเห็นทั่วไปเกี่ยวกับ AI เพราะเจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาคำขอเฉพาะราย การกรอกครบไม่ได้ลบเงื่อนไขคัดเลือก และการส่งซ้ำโดยยังไม่ได้แก้ข้อมูลที่ผิดก็ไม่ได้ทำให้หลักฐานชัดขึ้น
เกณฑ์เรื่องผลงานที่มีแนวโน้มเคยเป็นแหล่งข้อมูลของ Stable Diffusion ทำให้การยื่นคำขอเป็นการขอให้พิจารณา ไม่ใช่สิทธิ์ที่เกิดทันทีสำหรับทุกบัญชี คุณจึงควรเตรียมข้อมูลที่เชื่อมบัญชี DeviantArt กับชื่อที่ใช้จริงให้ชัด และรอผลตามช่องทางติดต่อที่ให้ไว้ การระบุชื่อหลายชื่อในคำขอไม่ได้แทนการตรวจความถูกต้องของแต่ละชื่อ
หากคุณไม่ทราบแน่ชัดว่างานของตนเคยอยู่ในข้อมูลฝึกหรือไม่ อย่าเขียนว่าเคยอยู่ในนั้นเป็นข้อเท็จจริงเพียงเพื่อให้คำขอดูหนักแน่น ข้อมูลที่ตรวจได้ด้วยตัวเองคือผลงานอยู่บนบัญชีใด ใช้ชื่อใดเผยแพร่ และอีเมลใดติดต่อคุณได้ การตัดสินว่าเข้าหลักเกณฑ์ของฟอร์มหรือไม่เป็นขั้นตอนพิจารณาของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ข้อสรุปที่ต้องแต่งขึ้นในคำอธิบายของผู้ยื่น
อย่าส่งรหัสผ่านผ่าน Google Forms การพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับบัญชีจึงควรใช้ข้อมูลโปรไฟล์และช่องทางติดต่อที่ฟอร์มร้องขอ หากพบช่องที่ดูเหมือนต้องกรอกรหัสผ่าน ให้หยุดและกลับเข้าฟอร์มจากหน้าช่วยเหลือของ DeviantArt ก่อนกรอกต่อ
หลังส่งคำขอจะเกิดอะไรขึ้น
ช่วงเวลาที่แจ้งไว้ผูกกับคำขอที่ผ่านการอนุมัติ จึงไม่ใช่กำหนดรับรองว่าทุกคนจะได้รับคำตอบภายในช่วงเวลาเดียวกัน หรือว่าการกดส่งทำให้ชื่อถูกจำกัดทันที ระหว่างรอ ให้ติดตามอีเมลที่ผูกกับบัญชี รวมทั้งโฟลเดอร์จดหมายขยะ และเก็บข้อมูลยืนยันที่ระบบแสดงหลังส่งไว้หากมี
สถานะ NoAI ของงานกับผลคำขอ DreamUp ต้องอ่านจากคนละที่ เครื่องหมาย NoAI บนหน้าผลงานบอกเรื่องป้ายของงานชิ้นนั้น ส่วนอีเมลตอบกลับเกี่ยวกับคำขอบอกเรื่องการพิจารณาชื่อศิลปิน การเห็นป้ายบนทุกภาพในแกลเลอรีจึงยังไม่บอกว่าคำขอได้รับอนุมัติ และการได้รับอีเมลอนุมัติก็ไม่ได้บอกว่าทุกภาพมี NoAI หากต้องการทั้งสองผล ต้องเก็บหลักฐานของทั้งสองกระบวนการไว้คนละชุด
ขอบเขตของคำขอผูกกับ DreamUp และการใช้ชื่อเพื่ออ้างอิงสไตล์ในพรอมป์ต์ จึงไม่ควรตีความเป็นการสั่งให้เครื่องมือสร้างภาพภายนอกทุกแห่งปิดการใช้งานสไตล์ของคุณ และไม่ใช่การย้อนแก้ชุดข้อมูลฝึกโมเดลที่มีอยู่แล้ว หากภายหลังคุณต้องการให้บัญชีกลับเข้าร่วม ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ DeviantArt แทนที่จะถอด NoAI ออกจากภาพ เพราะการถอดป้ายเป็นการเปลี่ยนอีกประเด็นหนึ่ง
ผู้ใช้ที่อ้างอิงศิลปินในพรอมป์ต์ DreamUp ต้องแท็กศิลปินนั้นเมื่อนำภาพที่สร้างไปเผยแพร่บน DeviantArt การละเลยอาจนำไปสู่การลบผลงานหรือระงับบัญชี กติกาการให้เครดิตนี้เกี่ยวกับการเผยแพร่ภาพที่อ้างอิงศิลปิน จึงต่างจากคำขอไม่ให้ชื่อของศิลปินถูกใช้ในพรอมป์ต์ เมื่อคุณเห็นภาพที่มีการให้เครดิต จึงไม่ควรถือว่าการให้เครดิตเป็นหลักฐานว่าตัวเลือกคัดค้านของคุณถูกนำไปใช้แล้ว
เวลาติดตามผล ให้แยกสามสถานะในใจ: ส่งฟอร์มแล้ว กำลังรอการตรวจ และได้รับแจ้งผลแล้ว สิ่งที่ผู้ยื่นเห็นทันทีหลังส่งบอกได้เพียงว่ากระบวนการยื่นเสร็จตามหน้าที่ระบบแสดง ส่วนการอนุมัติต้องอาศัยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ จึงควรเก็บวันส่งไว้เพื่อจัดการอีเมล แต่ไม่ตีความการเงียบของกล่องจดหมายว่าอนุมัติแล้ว หรือว่าแพลตฟอร์มปฏิเสธโดยอัตโนมัติ
หากได้รับข้อความตอบกลับ ให้ดูว่าข้อความนั้นเกี่ยวกับคำขอชื่อใน DreamUp จริงหรือเป็นอีเมลทั่วไปของบัญชี คำตอบที่มีผลกับคำขอควรเก็บไว้คู่กับชื่อบัญชีและอีเมลที่ใช้ยื่น เมื่อกลับมาตรวจงานในอนาคต ข้อมูลนี้ช่วยแยกได้ว่าป้าย NoAI ของภาพกับสถานะชื่อศิลปินอยู่ขั้นใด โดยไม่ต้องอาศัยความทรงจำจากวันที่เคยกรอกฟอร์ม
การให้เครดิตศิลปินที่ถูกอ้างอิงเป็นกฎต่อผู้เผยแพร่ภาพจาก DreamUp ส่วนคำขอคัดค้านเป็นช่องทางให้ศิลปินที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ขอจำกัดการใช้ชื่อ ทั้งสองอย่างเกิดในขั้นต่างกันของการสร้างและเผยแพร่ภาพ หากเห็นภาพที่มีชื่อศิลปินกำกับ จึงควรอ่านว่าเป็นข้อมูลการอ้างอิงของภาพนั้น ไม่ใช่การแจ้งผลคำขอของเจ้าของชื่อ และไม่ใช่สถานะ NoAI ของผลงานต้นฉบับ
ลองแยกผลลัพธ์ด้วยกรณีสมมติ: ศิลปินมีงานเก่าที่ติด NoAI ครบแล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งฟอร์มชื่อศิลปิน สถานะที่ยืนยันได้คือภาพเหล่านั้นแสดงการไม่อนุญาตต่อชุดข้อมูลภายนอกเท่านั้น หากผู้ใช้ DreamUp ยังอ้างอิงชื่อศิลปินได้ เรื่องนั้นอยู่ในขอบเขตคำขออีกทางหนึ่ง การเพิ่มป้ายให้ภาพเดิมซ้ำจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาชื่อในพรอมป์ต์
อีกกรณีสมมติคือศิลปินได้รับอีเมลแจ้งอนุมัติคำขอ DreamUp แล้ว แต่เพิ่งพบว่างานใหม่ไม่มีป้าย NoAI ผลอนุมัติในอีเมลเกี่ยวกับชื่อศิลปิน ไม่ได้เปลี่ยนสถานะของงานใหม่ชิ้นนั้น หากไม่ต้องการให้งานใหม่นั้นอยู่ในชุดข้อมูลฝึกภายนอก ก็ต้องกลับไปตั้งป้ายให้ชิ้นงานด้วย ตัวอย่างทั้งสองช่วยชี้ว่าแต่ละขั้นตอนมีหลักฐานของตนเอง
กรณีที่พบภาพ AI อ้างอิงงานของคุณบนแพลตฟอร์มอื่น ก็ต้องระบุให้ชัดว่าความกังวลคือการใช้ภาพเป็นข้อมูลฝึก การใช้ชื่อในพรอมป์ต์ DreamUp หรือการเผยแพร่ภาพโดยผู้ใช้คนอื่น ปุ่ม NoAI และฟอร์ม DreamUp มีหน้าที่จำเพาะตามที่อธิบายไว้ การเลือกเครื่องมือจากความกังวลที่เกิดจริงช่วยไม่ให้คาดหวังผลจากคำสั่งที่ออกแบบมาสำหรับคนละขั้นตอน
หากภายหลังคุณเปลี่ยนความเห็นเรื่องการให้บุคคลภายนอกนำผลงานไปใช้ คำสั่ง Remove NoAI label ใช้เปลี่ยนสัญญาณของงานที่เลือก แต่คำขอชื่อศิลปินใน DreamUp ยังเป็นอีกกระบวนการ หากต้องการกลับมาให้ใช้ชื่อได้ ต้องติดต่อฝ่ายสนับสนุนตามช่องทางที่แพลตฟอร์มกำหนด การถอดป้ายของภาพจึงไม่ใช่ทางลัดสำหรับเปลี่ยนสถานะคำขอที่เคยอนุมัติ
เมื่อข้อมูลบัญชีหรือชื่อที่ใช้เผยแพร่เปลี่ยนไปในอนาคต ให้ตรวจว่าสิ่งที่เคยยื่นยังสอดคล้องกับตัวตนที่คุณใช้จริง หากต้องการแก้สถานะคำขอ ให้ใช้ช่องทางติดต่อของแพลตฟอร์ม ส่วนงานใหม่ยังต้องดูป้ายของงานแต่ละชิ้นเหมือนเดิม
รายการตรวจหลังตั้งค่าและส่งคำขอ
- เปิดหน้าผลงานใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่ แล้วดูว่ามีเครื่องหมาย NoAI บนหน้านั้น หากมี ให้บันทึกชื่อหรือลิงก์งานไว้ในรายการของคุณ หากไม่มี ให้กลับไปแก้ผลงานก่อนตรวจอีกครั้ง อย่าใช้สถานะในหน้าส่งงานที่ยังไม่บันทึกเป็นผลสุดท้าย
- เปิดงานเก่าจากช่วงที่เผยแพร่ต่างกัน และงานในแกลเลอรีย่อยที่คุณต้องการคุ้มครอง ตรวจป้ายทีละหน้าตามตัวอย่างที่เลือก หากพบงานที่ตกหล่น ให้เพิ่มลงในรายการแก้แบบกลุ่มหรือแก้รายชิ้น การสุ่มตรวจช่วยหาช่องว่าง แต่ไม่อาจยืนยันแทนงานทุกชิ้นที่ยังไม่ได้เปิดดู
- ทบทวนว่าคำสั่งแบบกลุ่มใช้กับรายการที่เลือกใน Studio หรือแกลเลอรีใด หากต้องการทุกงาน ให้ย้อนดูว่าคุณใช้ All จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมีหลายแกลเลอรีย่อย หากเลือกเพียงบางส่วน ให้จดส่วนที่เหลือไว้และจัดการต่ออย่างชัดเจน
- ตรวจอีเมลในคำขอให้ตรงกับบัญชี DeviantArt และดูว่าลิงก์โซเชียลใน About ยังใช้งานได้ เก็บหลักฐานการส่งเท่าที่ระบบมี แล้วติดตามผลจากข้อความที่ส่งถึงอีเมลนั้น อย่าใช้ป้ายบนภาพเป็นตัวแทนสถานะคำขอ
สำหรับการเก็บรายการงานที่ตรวจแล้ว ใช้ลิงก์หน้าผลงานเป็นตัวระบุแทนการจำจากภาพย่อ หากมีหลายเวอร์ชันที่หน้าตาคล้ายกัน ลิงก์ช่วยให้กลับไปยังหน้าที่เคยเห็นป้ายได้ตรงจุด เมื่อมีการแก้ไขงานภายหลัง ให้เปิดลิงก์เดิมและดูป้ายอีกครั้ง วิธีนี้เหมาะกับการตรวจที่ต้องทำต่อเนื่องเมื่อมีงานใหม่ ไม่ใช่การสร้างหลักฐานแทนข้อมูลที่แพลตฟอร์มแสดง
หลังส่งคำขอชื่อศิลปิน ให้จดบัญชีและอีเมลที่ใช้ยื่นไว้คู่กัน โดยไม่ต้องเก็บรหัสผ่านหรือข้อมูลที่ฟอร์มไม่ได้ถาม หากในภายหลังต้องติดต่อฝ่ายสนับสนุนเพราะต้องการเปลี่ยนสถานะ ข้อมูลบัญชีที่ถูกต้องจะช่วยให้ระบุคำขอเดิมได้ชัด ขณะเดียวกัน รายการงานที่ติด NoAI ควรแยกไว้ เพราะฝ่ายสนับสนุนคำขอชื่อกับการแก้ป้ายบนภาพเป็นคนละเส้นทาง
เมื่อคุณเผยแพร่ผลงานใหม่ ให้ตรวจ NoAI ที่หน้าผลงานใหม่ทุกครั้งที่ต้องการให้ภาพนั้นแสดงการไม่อนุญาต ส่วนคำขอ DreamUp ให้ยึดผลการพิจารณาที่ส่งถึงบัญชีของคุณ การแยกหลักฐานเช่นนี้ทำให้ตอบได้ตรงว่า งานชิ้นใดมีป้ายสำหรับชุดข้อมูลภายนอก และชื่อศิลปินได้รับการพิจารณาใน DreamUp ถึงขั้นใด
บทความที่เกี่ยวข้อง


Leonardo AI หรือ Midjourney: แผนฟรีกับคุณภาพภาพชนะคนละงาน

โฆษณาอินฟลูเอนเซอร์ไทย: ติดป้ายสปอนเซอร์แล้วยังห้ามอวดเกินจริง

คนไทยกลัว AI แย่งงาน 33.35% ขณะที่อัตราใช้งานยังเพิ่มต่อเนื่อง

Grafana Cloud หรือ Datadog: ถูกกว่าสามเท่าอาจต้องแลกเวลาดูแล

BigQuery หรือ Snowflake: ข้อมูลโตถึงจุดหนึ่ง ผู้ชนะด้านต้นทุนอาจสลับข้าง
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ