Leonardo AI หรือ Midjourney: แผนฟรีกับคุณภาพภาพชนะคนละงาน

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|2 นาทีในการอ่าน| 2
Leonardo AI หรือ Midjourney: แผนฟรีกับคุณภาพภาพชนะคนละงาน

ถ้าต้องการเริ่มทดลองโดยไม่เสียค่าสมัครและผลิตภาพหลายแบบในบริการเดียว Leonardo AI มีข้อได้เปรียบ แต่ถ้าภาพหลักที่สะดุดตาและการกำกับบรรยากาศเป็นตัวตัดสิน Midjourney น่าพิจารณาก่อน การประเมินของ Tom’s Guide ยก Midjourney ด้านคุณภาพภาพและการควบคุมทางศิลป์ ขณะที่มองว่า Leonardo มีเครื่องมือสร้าง แก้ไข และต่อยอดงานหลายรูปแบบ

สำหรับครีเอเตอร์และทีมการตลาดไทย การเลือกไม่ได้จบที่ภาพแรก งานจริงอาจต้องเปลี่ยนสัดส่วนสำหรับหลายช่องทาง รักษาหน้าตาสินค้าให้ใกล้เคียงกัน แก้ฉากโดยไม่เริ่มใหม่ และเก็บภาพก่อนเปิดตัวเป็นความลับ บริการที่ให้ภาพหลักถูกใจที่สุดจึงอาจต่างจากบริการที่ทำให้ผลิตทั้งชุดได้สะดวกที่สุด

คุณภาพภาพ: ผลทดสอบบอกอะไรได้จริง

Midjourney เหมาะกับงานที่คุณค่าหลักอยู่ที่ภาพสุดท้าย เช่น ภาพเปิดแคมเปญ ภาพประกอบแนวคิด หรือฉากที่ต้องการอารมณ์ชัดเจน จุดเด่นด้านภาพไม่ได้ทำให้ทุกผลลัพธ์พร้อมเผยแพร่ทันที ภาพโฆษณายังต้องผ่านโจทย์เรื่องรูปทรงสินค้า พื้นที่วางข้อความ สัดส่วน และรายละเอียดที่แบรนด์ยอมรับได้

การเปรียบเทียบของ TechRadar ใช้พรอมป์ต่างกันห้าโจทย์และพบว่า Midjourney ให้ภาพหลากหลายกว่าในบางโจทย์ ขณะที่บางโจทย์ทั้งสองบริการให้ภาพที่ใช้ได้ และมีโจทย์ที่ Leonardo ทำได้ดีกว่า ผลนั้นมาจากการทดสอบที่เผยแพร่ในปี 2024 จึงใช้เป็นตัวอย่างของความต่างตามพรอมป์ได้ แต่ไม่ควรถือเป็นคำรับรองผลของรุ่นปัจจุบันทุกแบบ

ความสวยและความแม่นยำยังเป็นคนละคำถาม ภาพที่ดูน่าสนใจอาจเปลี่ยนรูปทรงบรรจุภัณฑ์หรือรายละเอียดที่ลูกค้าต้องการรักษาไว้ ส่วนภาพที่ตรงโจทย์อาจยังต้องปรับแสง ฉาก หรือองค์ประกอบก่อนใช้งาน หากต้องส่งภาพหลักเพียงชิ้นเดียว น้ำหนักของการคัดภาพที่ดีที่สุดจะสูงกว่า หากต้องส่งภาพหลายสัดส่วน ความสามารถในการทำซ้ำและแก้ต่อจะมีผลต่อเวลาผลิตมากขึ้น

ราคาและโควตา: หน่วยที่เห็นไม่ใช่จำนวนภาพสำเร็จ

ตารางราคา Leonardo.Ai ระบุว่าแผนฟรีให้ 150 fast tokens ต่อวันและสร้างงานแบบสาธารณะ ส่วน Essential ราคา 12 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ได้ 8,500 โทเคนต่อเดือน และ Premium ราคา 30 ดอลลาร์ต่อเดือน ได้ 25,000 โทเคนต่อเดือนเมื่อจ่ายรายเดือน ราคาที่แสดงยังไม่รวมภาษี แผนเสียเงินเปิดให้สร้างงานแบบส่วนตัวได้ ขณะที่ Premium ให้สร้างภาพแบบ Relax โดยไม่จำกัดเฉพาะโมเดลที่รองรับ

ตารางแผน Midjourney ระบุราคาแบบรายเดือนของ Basic, Standard และ Pro ที่ 10, 30 และ 60 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ Basic มีเวลา Fast 200 นาทีต่อเดือน ส่วน Standard มี 15 ชั่วโมงและสร้างภาพแบบ Relax ได้ไม่จำกัด แผน Pro และ Mega เพิ่ม Stealth Mode สำหรับเก็บภาพและวิดีโอให้เป็นส่วนตัว Midjourney ไม่มีแผนฟรีทั่วไป ดังนั้นการลองใช้งานก่อนตัดสินใจจึงมีต้นทุนเริ่มต้น

โทเคนของ Leonardo กับนาที Fast ของ Midjourney นำมาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ Leonardo หักโทเคนตามการกระทำและต้นทุนประมวลผล ส่วน Midjourney หักเวลาประมวลผลในโหมด Fast การสร้างใหม่ การแก้ภาพ และการทำวิดีโออาจกินโควตาต่างกัน แม้ทั้งหมดอยู่ในโครงการเดียวกัน

คำว่า Relax ก็มีขอบเขตต่างกัน Leonardo จำกัดสิทธิ์สร้างภาพแบบ Relax ตามแผนและโมเดลที่รองรับ ขณะที่ Midjourney ให้ภาพแบบ Relax ตั้งแต่ Standard ขึ้นไป แต่โหมดนี้ไม่ได้ตอบโจทย์งานที่ต้องได้ผลทันทีเสมอไป เมื่อกำหนดส่งกระชั้น โควตา Fast ที่ใช้ได้จริงจึงสำคัญกว่าคำว่าไม่จำกัดเพียงอย่างเดียว

คำนวณจำนวนงานจากรอบสร้าง ไม่ใช่ภาพที่ส่ง

ต้นทุนของ Leonardo เปลี่ยนตามฟีเจอร์ โมเดล ขนาดภาพ จำนวนภาพ การตั้งค่า และภาพอ้างอิง โดย คำอธิบายโทเคนของ Leonardo.Ai ระบุว่าระบบแสดงต้นทุนก่อนกดสร้าง วิธีประเมินจำนวนงานจึงเริ่มจากโทเคนต่อการกระทำที่ตั้งใจใช้จริง แล้วแยกโควตาสำหรับการแก้และการสร้างซ้ำออกจากรอบแรก การเรียก 150 โทเคนว่า 150 ภาพจะทำให้งบคลาดเคลื่อน

ตัวอย่างสมมติ หากการสร้างหนึ่งครั้งใช้ 25 โทเคน แผนฟรีจะทำได้ 6 ครั้งในวันที่ใช้โควตาเต็ม Essential จะทำได้ 340 ครั้งต่อรอบเดือน และ Premium จะทำได้ 1,000 ครั้งก่อนหักงานแก้ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงผลหารจากโควตาที่ระบุ ไม่ใช่ต้นทุนจริงที่ใช้ได้กับทุกโมเดล อีกทั้งโควตาฟรีเติมรายวัน จึงไม่ควรนำโควตาหลายวันมารวมเป็นกำลังผลิตของวันส่งงานเดียว

สมมติว่าทีมต้องส่งภาพสำหรับ 40 ตำแหน่ง แต่ละตำแหน่งต้องลอง 3 ตัวเลือกและเผื่อการสร้าง 2 รอบ จะเกิดการสร้าง 240 ครั้ง หากแต่ละครั้งยังใช้ 25 โทเคน ส่วนสร้างภาพจะใช้ 6,000 โทเคน เหลือ 2,500 โทเคนจากโควตา Essential สำหรับงานอื่นในรอบเดือนนั้น แต่ถ้าการใช้ภาพอ้างอิงหรือการตั้งค่าที่ต่างออกไปเพิ่มต้นทุนต่อครั้ง จำนวนรอบที่ทำได้ก็ลดลง

สำหรับ Midjourney ให้คิดด้วยเวลาประมวลผลแทน ตัวอย่างสมมติ หากหนึ่งงานใช้เวลา Fast 2 นาที Basic ที่มี 200 นาทีจะรองรับได้ประมาณ 100 งาน ส่วน Standard ที่มี 15 ชั่วโมงจะรองรับได้ประมาณ 450 งานในโหมด Fast ก่อนต้องใช้ Relax หรือซื้อเวลาเพิ่ม นี่เป็นแบบจำลองเพื่อวางงบ ไม่ใช่จำนวนภาพที่บริการรับประกัน เพราะเวลาแต่ละงานเปลี่ยนตามลักษณะการสร้าง

หน่วยที่ควรนับอีกชั้นคือภาพที่ผ่านการคัดเลือก สมมติว่าสร้าง 100 ครั้ง แต่ได้ภาพพร้อมส่ง 20 ชิ้น ต้นทุนต่อชิ้นงานย่อมต่างจากกรณีที่ต้องสร้างเพียง 40 ครั้งเพื่อให้ได้ภาพพร้อมส่งเท่ากัน ความต่างนี้ทำให้ค่าบริการรายเดือนราคาต่ำกว่าไม่ได้แปลว่าต้นทุนต่อภาพที่ใช้ได้จริงต่ำกว่าเสมอไป

งานแบรนด์ต้องรักษาสไตล์และแก้รายละเอียด

Leonardo เหมาะกับขั้นตอนที่ภาพแรกเป็นต้นทางสำหรับงานอีกหลายชิ้น บริการมีโมเดลหลายแบบ เครื่องมือภาพอ้างอิง พื้นที่แก้ไข และการสร้างวิดีโออยู่ในระบบเดียวกัน จึงมีทางเลือกเมื่อต้องเปลี่ยนฉากหรือทดลองหน้าตาภาพโดยยังทำงานต่อจากแนวคิดเดิม แต่ความยืดหยุ่นนี้ต้องมาพร้อมการเลือกโมเดลและการตั้งค่าที่สม่ำเสมอ หากสลับวิธีสร้างไปมาทุกชิ้น ชุดภาพอาจดูไม่เป็นแคมเปญเดียวกัน

Midjourney ก็มีวิธีกำกับสไตล์และทำภาพต่อเนื่อง การใช้ภาพอ้างอิงสไตล์และการปรับพารามิเตอร์ช่วยกำหนดบรรยากาศของผลลัพธ์ได้ งานที่ต้องการภาพหลักมีเอกลักษณ์จึงไม่จำเป็นต้องตัดบริการนี้ออกเพียงเพราะ Leonardo มีเครื่องมือหลายประเภท คำถามที่มีน้ำหนักกว่าคือทีมต้องแก้รายละเอียดเล็ก ๆ ของภาพเดิมบ่อยแค่ไหน และยอมคัดจากภาพหลายชุดได้มากเพียงใด

หากผลิตภาพสินค้าสำหรับหน้าเว็บไซต์ โฆษณาแนวตั้ง และโพสต์สังคมออนไลน์ ความสม่ำเสมอของตัวสินค้าอาจสำคัญกว่าความแตกต่างของฉาก ภาพที่สวยที่สุดแต่ทำให้รูปลักษณ์สินค้าเปลี่ยนไปจะเพิ่มรอบแก้ ส่วนภาพที่รักษารายละเอียดได้แต่ไม่เข้ากับแนวทางศิลป์ของแคมเปญก็อาจถูกปฏิเสธ การประเมินสองบริการกับงานประเภทนี้จึงควรมองทั้งภาพหลักและภาพดัดแปลงที่ต้องส่งจริง

สิทธิ์ใช้ภาพกับความเป็นส่วนตัวเป็นคนละเรื่อง

คำอธิบายสิทธิ์ของ Leonardo.Ai ระบุว่าผู้ใช้แผนฟรีนำภาพและวิดีโอไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ แต่ผลงานเป็นสาธารณะ และระหว่างผู้ใช้กับบริษัท Leonardo เป็นเจ้าของผลงานนั้น ผู้สมัครแบบเสียเงินเลือกสร้างงานส่วนตัวได้ และมีสิทธิ์ในผลงานของตนตามเงื่อนไขบริการ การใช้เชิงพาณิชย์ได้จึงไม่ได้หมายความว่าภาพที่กำลังทำให้ลูกค้าจะถูกเก็บเป็นความลับ

ฝั่ง Midjourney สิทธิ์ใช้ภาพเชิงพาณิชย์กับ Stealth Mode ก็แยกจากกัน แผน Basic และ Standard ใช้ผลงานได้ตามเงื่อนไขเชิงพาณิชย์ทั่วไปของบริการ แต่การเก็บภาพและวิดีโอเป็นส่วนตัวต้องใช้ Pro หรือ Mega เงื่อนไขแผนยังระบุว่าบริษัทที่มีรายได้รวมเกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีต้องสมัคร Pro หรือ Mega ประเด็นนี้เกี่ยวกับขนาดบริษัท ไม่ใช่ยอดขายของภาพหรือแคมเปญชิ้นเดียว

สำหรับภาพสินค้าที่ยังไม่เปิดตัว งานแคมเปญลูกค้า หรือชิ้นงานที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดความลับ ระดับแผนที่รองรับความเป็นส่วนตัวอาจเป็นต้นทุนขั้นต่ำของงานนั้น การอัปเกรดหลังจากสร้างภาพแบบสาธารณะไปแล้วไม่ใช่วิธีลบการเปิดเผยก่อนหน้า ส่วนการเปิดโหมดส่วนตัวก็ไม่ได้ทำให้ใช้โลโก้ ภาพอ้างอิง หรือภาพบุคคลที่ไม่มีสิทธิ์ได้โดยอัตโนมัติ

เมื่อภาพนิ่งต้องต่อเป็นวิดีโอ

ทั้งสองบริการรองรับงานวิดีโอ แต่สิทธิ์สร้างแบบ Relax แตกต่างกัน Midjourney ให้สร้างวิดีโอแบบ Relax ไม่จำกัดในแผน Pro และ Mega โดยตารางแผนระบุขอบเขตเป็นวิดีโอความละเอียด SD ส่วน Leonardo ให้สร้างวิดีโอแบบ Relax ไม่จำกัดใน Ultimate เฉพาะโมเดลที่รองรับ งานที่ต้องใช้โมเดลอื่นหรือความเร็วสูงจึงยังต้องดูโควตาที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างสมมติ หากแคมเปญต้องลองคลิป 12 ชิ้น และโมเดล Leonardo ที่เลือกใช้ 500 โทเคนต่อชิ้น รอบแรกจะกิน 6,000 โทเคน ยังไม่รวมภาพต้นทาง การแก้ และการสร้างซ้ำ ตัวเลขนี้แสดงว่าคลิปเพียงไม่กี่ชิ้นอาจใช้โควตาส่วนใหญ่ของแผนระดับเริ่มต้นได้ หากต้นทุนจริงต่อคลิปสูงตามสมมติฐาน ทีมที่ผลิตภาพนิ่งและวิดีโอในเดือนเดียวกันจึงควรคิดทั้งสองงานในโควตาเดียว

หากวิดีโอเป็นเพียงงานเสริมเป็นครั้งคราว ความสะดวกของการทำต่อจากภาพเดิมอาจสำคัญกว่าสิทธิ์ Relax แบบไม่จำกัด แต่ถ้าต้องลองการเคลื่อนไหวหลายแบบก่อนเลือกคลิปสุดท้าย คิวงานและข้อจำกัดของโมเดลจะมีผลชัดขึ้น งานภาพหลักจำนวนน้อยอาจคุ้มกับ Midjourney ส่วนงานที่ต้องแตกออกเป็นภาพหลายแบบและคลิปหลายรอบอาจเหมาะกับเครื่องมือผลิตต่อของ Leonardo มากกว่า ทั้งนี้ต้องคิดจำนวนรอบสร้างตามแผนที่เลือกจริง

เลือกแผนจากชิ้นงานที่จะส่ง

ถ้ายังสำรวจแนวภาพหรือทำงานที่เปิดเผยได้ Leonardo ให้เริ่มจากแผนฟรีโดยไม่ต้องจ่ายค่าสมัคร หากต้องการภาพหลักที่ให้น้ำหนักกับบรรยากาศและการกำกับทางศิลป์ Midjourney มีเหตุผลรองรับการจ่ายตั้งแต่ต้น แต่เมื่องานมีเงื่อนไขความลับ ต้นทุนของแผนฟรีหรือแผนเริ่มต้นจะไม่สะท้อนค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพื่อทำงานนั้นจริง

สำหรับงานประจำของทีมการตลาด ให้คำนวณจากจำนวนภาพปลายทาง ตัวเลือกต่อภาพ รอบแก้ และคลิปที่ต้องส่ง แล้วจึงเทียบกับโทเคนหรือเวลา Fast ที่แผนให้ พร้อมเผื่อส่วนของงานที่ถูกคัดทิ้ง หากภาพหลักไม่กี่ชิ้นเป็นหัวใจของแคมเปญ ให้ตัดสินจากผลลัพธ์ภาพที่ต้องการ หากคุณค่าของงานอยู่ที่การผลิตชุดภาพและแก้ต่อซ้ำ ๆ ให้ให้น้ำหนักกับเครื่องมือ โควตา และสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0