
Todoist หรือ TickTick: ถูกกว่าปีละ 10 ดอลลาร์ อาจแลกกับงานทีม

ถ้าจัดงานคนเดียวและใช้ปฏิทิน ช่วงโฟกัส และตัวติดตามนิสัยเป็นประจำ TickTick Premium น่าสนใจกว่าในด้านราคา: บทเปรียบเทียบของ 2sync ระบุราคาเว็บรายปี 49.99 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 60 ดอลลาร์สหรัฐของ Todoist Pro หรือถูกกว่าราว 10 ดอลลาร์ต่อปี แต่ถ้าความต้องการหลักคือรับงานด้วยการพิมพ์อย่างรวดเร็ว แล้วขยายไปสู่การดูแลหลายคนอย่างเป็นระบบ Todoist มีเหตุผลให้จ่ายเพิ่ม
ความต่างของงานทีมอยู่ที่ระดับการจัดการ ไม่ใช่แค่ปุ่มแชร์ หน้าแผนของ Todoist แสดงว่าเริ่มสร้างทีมได้ฟรี ขณะที่ Business ราคา 96 ดอลลาร์สหรัฐต่อสมาชิกต่อปีเมื่อจ่ายรายปี และเพิ่มบทบาทกับสิทธิ์ของสมาชิก โฟลเดอร์ทีม และการเรียกเก็บเงินส่วนกลาง ทีมเล็กที่เพียงแบ่งงานกันจึงไม่จำเป็นต้องซื้อ Business แต่ทีมที่ต้องควบคุมสมาชิกและค่าใช้จ่ายมีโจทย์ต่างจากผู้ใช้คนเดียว
ราคาเว็บรายปีและสิ่งที่ได้ในแผนฟรี
ตารางแผนของ TickTick ระบุว่าแผนฟรีมีได้ 9 รายการ รายการละ 99 งาน รองรับการอ่านวันเวลาจากข้อความ การเตือนงาน และการซิงก์ข้ามอุปกรณ์ ส่วน Premium ราคา 49.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขยายเป็น 299 รายการ รายการละ 999 งาน พร้อมมุมมองปฏิทินเพิ่มเติม ระยะเวลางาน และการเตือนทางอีเมล ตารางเดียวกันกำหนดเพดานตัวติดตามนิสัยไว้ที่ 5 รายการในแผนฟรีและ 299 รายการใน Premium ดังนั้นคนที่ติดตามกิจวัตรไม่มากอาจได้สิ่งที่ต้องการโดยไม่ต้องจ่าย
ฝั่ง Todoist แผน Beginner ให้โปรเจกต์ส่วนตัว 5 โปรเจกต์ มี Smart Quick Add การเตือนงาน มุมมองรายการและบอร์ด รวมถึงตัวกรองพื้นฐาน ส่วน Pro ขยายพื้นที่จัดงาน เพิ่มมุมมองปฏิทิน ระยะเวลางาน การเตือนที่กำหนดเอง และประวัติกิจกรรมเต็ม ความต่างนี้ทำให้การจ่าย Pro เหมาะกับคนที่ต้องจัดตารางและค้นงานย้อนหลังบ่อยกว่าคนที่เพียงเปิดรายการสิ่งที่ต้องทำประจำวัน
ตัวเลขเพดานของสองแอปเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้: “โปรเจกต์” ของ Todoist เป็นพื้นที่รวมงานตามเรื่องหรือเป้าหมาย ส่วน “รายการ” ของ TickTick เป็นหน่วยจัดกลุ่มในโครงสร้างของแอปอีกแบบหนึ่ง ผู้ที่แยกงานเป็นเรื่องใหญ่เพียงไม่กี่เรื่องอาจอยู่กับ Beginner ได้นาน ขณะที่คนซึ่งชอบแยกรายการละเอียดอาจแตะข้อจำกัดของ TickTick Free ก่อน แม้จำนวนรายการที่เห็นบนหน้าราคาจะดูมากกว่า
ส่วนต่าง 10.01 ดอลลาร์สหรัฐเป็นผลลบของราคาเว็บรายปีสำหรับบัญชีส่วนบุคคลที่จ่ายเต็มปีในสกุลเดียวกัน ไม่ใช่ส่วนลดรับประกันสำหรับผู้ซื้อทุกคน และไม่ใช่การเปรียบเทียบต้นทุนทีม ค่าใช้จ่ายที่สำคัญกว่าคือฟีเจอร์ที่ต้องใช้จริง: หากแผนฟรีครอบคลุมงานอยู่แล้ว ค่าแอปทั้งปีเป็นศูนย์ แต่หากต้องเพิ่มการจัดการสมาชิก การเทียบ Premium กับ Pro อย่างเดียวจะยังตอบโจทย์ไม่ครบ
บันทึกงานด้วยภาษาธรรมชาติ: งานแบบไหนพิมพ์ได้คล่องกว่า
ทั้งสองแอปรับข้อความภาษาธรรมชาติเพื่อตั้งวันเวลาได้ตั้งแต่การใช้งานพื้นฐาน ความแตกต่างเริ่มชัดเมื่อชื่อรายการเดียวมีหลายองค์ประกอบ เช่น วันครบกำหนด งานที่ทำซ้ำ ป้ายกำกับ ระดับความสำคัญ และโปรเจกต์ปลายทาง Todoist วาง Smart Quick Add เป็นทางหลักสำหรับจับข้อมูลเหล่านี้ระหว่างพิมพ์ ส่วน TickTick ให้การอ่านวันเวลาจากข้อความควบคู่กับเครื่องมือจัดงานอื่นในแอป
คนที่ต้องรับงานต่อเนื่องจากข้อความหรือการสนทนาอาจให้ค่าน้ำหนักกับความเร็วของการบันทึกมากกว่าจำนวนมุมมองปฏิทิน หากป้อนงานแล้วต้องกลับมาแก้หมวดหรือวันทุกครั้ง ข้อได้เปรียบด้านราคาอาจไม่ช่วยลดเวลาในแต่ละวัน ในทางกลับกัน คนที่ตั้งวันแบบไม่ซับซ้อนและใช้ปฏิทินเป็นศูนย์กลางอาจไม่รู้สึกถึงความต่างของระบบรับข้อความเลย
สำหรับผู้ใช้ในไทย ความคล่องของคำสั่งภาษาอังกฤษในตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไม่ควรถูกเหมารวมว่าใช้กับประโยคภาษาไทยได้เหมือนกันทั้งหมด รูปแบบวันที่ คำว่า “พรุ่งนี้” หรือเงื่อนไขงานซ้ำอาจตีความต่างกันตามภาษาและการตั้งค่าบัญชี ประเด็นที่มีผลต่อการเลือกจึงเป็นประโยคที่ผู้ใช้พิมพ์จริงและผลลัพธ์ที่แอปตั้งให้ ไม่ใช่เพียงการมีคำว่า NLP อยู่ในตารางฟีเจอร์
ปฏิทิน ระยะเวลางาน และการเตือน
ถ้าใช้ปฏิทินเพื่อมองภาระงานทั้งสัปดาห์ TickTick มีจุดเริ่มต้นในแผนฟรี และ Premium เพิ่มมุมมองกับการระบุระยะเวลางาน การเห็นงานเป็นช่องเวลาช่วยแยก “ต้องเสร็จเมื่อไร” ออกจาก “ต้องเผื่อเวลาทำนานเท่าไร” ซึ่งเป็นคนละคำถาม งานที่มีกำหนดส่งวันเดียวกันอาจใช้เวลาต่างกันมาก การวางเป็นช่วงจึงมีประโยชน์กับผู้ที่จัดตารางทำงานจริง ไม่ใช่แค่เก็บวันครบกำหนด
Todoist Beginner เชื่อมบริการปฏิทินได้ แต่การจัดงานด้วยมุมมองปฏิทินภายใน Todoist และการใส่ระยะเวลางานอยู่ใน Pro คนที่มีปฏิทินหลักอยู่แล้วและต้องการเพียงให้กำหนดส่งปรากฏร่วมกันอาจไม่จำเป็นต้องจ่ายเพราะมุมมองใหม่ ส่วนคนที่ย้ายงานไปมาระหว่างวันและใช้รายการงานเป็นที่วางแผนหลักควรคิดว่าต้องการความสามารถนั้นในตัวแอปมากเพียงใด
คำว่า “มีการเตือน” ก็ครอบคลุมหลายระดับ แผนฟรีของทั้งคู่ส่งการเตือนงานพื้นฐานได้ แต่ Todoist Pro เพิ่มการเตือนที่ตั้งเอง ส่วน TickTick Premium เพิ่มการเตือนทางอีเมลและขยายจำนวนการเตือนต่องาน หากงานหนึ่งต้องเตือนก่อนเริ่มและก่อนครบกำหนดอีกครั้ง เงื่อนไขของแผนมีผลมากกว่าการมีไอคอนกระดิ่งเหมือนกัน ผู้ที่ต้องการเพียงแจ้งเตือนตามเวลางานทั่วไปอาจไม่มีเหตุผลด้านการเตือนที่จะอัปเกรด
การเตือนผ่านอีเมลยังมีบทบาทต่างจากการแจ้งเตือนบนโทรศัพท์ ผู้ที่ทำงานในกล่องอีเมลเป็นหลักอาจเห็นข้อความนั้นทันที ขณะที่ผู้ที่ปิดอีเมลระหว่างทำงานอาจไม่ได้ประโยชน์เพิ่มจากช่องทางนี้ การเลือกจ่ายเงินจึงควรผูกกับจังหวะที่งานหลุดจากสายตาจริง ไม่ใช่นับจำนวนวิธีแจ้งเตือนในรายการคุณสมบัติ
Pomodoro และนิสัยคุ้มเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิธีทำงาน
หน้าฟีเจอร์ของ TickTick แสดงตัวจับเวลา Pomodoro ตัวติดตามนิสัย ปฏิทิน การแชร์รายการ และการมอบหมายงานในผลิตภัณฑ์เดียว คนที่เริ่มงานด้วยช่วงโฟกัสแล้วบันทึกกิจวัตรต่อในที่เดียวจึงมีเหตุผลเชิงการใช้งานที่จะเลือก TickTick มากกว่าซื้อเพราะจำนวนฟีเจอร์บนกระดาษ เครื่องมือเหล่านี้สัมพันธ์กันได้: งานบอกสิ่งที่ต้องทำ ปฏิทินบอกช่วงที่ทำ และตัวจับเวลาช่วยแบ่งช่วงลงมือทำ
ตัวติดตามนิสัยเหมาะกับกิจกรรมที่ต้องทำซ้ำและต้องการเห็นความสม่ำเสมอ เช่น การอ่านหนังสือหรือออกกำลังกาย ส่วนรายการงานเหมาะกับสิ่งที่มีจุดจบชัด เช่น ส่งเอกสารหรือชำระบิล การแยกสองประเภทนี้ช่วยไม่ให้รายการงานประจำวันเต็มไปด้วยกิจกรรมที่ไม่มีวันปิดโครงการ ผู้ที่ใช้ทั้งสองแบบเป็นประจำจะเห็นประโยชน์ของการอยู่ในแอปเดียวชัดกว่าผู้ที่มีเพียงงานเป็นครั้งคราว
อย่างไรก็ดี การมี Pomodoro ไม่ได้ทำให้ทุกงานควรถูกจับเวลา งานตอบข้อความสั้น ๆ หรืองานที่ต้องรอคนอื่นอาจไม่เหมาะกับช่วงโฟกัสที่กำหนดไว้ หากผู้ใช้ส่วนใหญ่ของทีมเพียงรับมอบหมาย อัปเดตสถานะ และติดตามกำหนดส่ง เครื่องมือจับเวลาและนิสัยอาจแทบไม่มีผลต่อคุณภาพการประสานงาน นั่นเป็นเหตุผลที่แพ็กเกจซึ่งรวมเครื่องมือมากกว่าไม่ได้คุ้มกว่าสำหรับทุกคน
แชร์งานกับบริหารทีมเป็นคนละระดับ
TickTick แชร์รายการและมอบหมายงานให้ผู้อื่นได้ แผน Premium ยังขยายเพดานสมาชิกของรายการที่แชร์ จึงไม่ควรสรุปว่าแอปนี้ใช้ร่วมกันไม่ได้ กลุ่มที่ต้องซื้อของร่วมกัน ดูงานบ้าน หรือแบ่งงานโครงการขนาดเล็กอาจต้องการเพียงรายการเดียวที่ทุกคนเห็นว่าใครรับผิดชอบอะไร การเพิ่มคนเข้ารายการให้สำเร็จเป็นโจทย์ที่ง่ายกว่าการบริหารสิทธิ์ทั้งองค์กร
Todoist ก็รองรับงานร่วมกันในระดับเริ่มต้น การแชร์โปรเจกต์ส่วนตัว การมอบหมายงาน และความคิดเห็นช่วยให้คนไม่กี่คนทำงานชุดเดียวกันได้ ส่วนทีมที่สร้างฟรีมีขอบเขตการใช้งานของตัวเอง การมีผู้ร่วมงานจึงไม่ได้แปลว่าต้องซื้อ Business ทันที คำถามที่แยกแผนคือทีมต้องการควบคุมโครงสร้างงานและสมาชิกมากเพียงใด
เมื่อมีหลายโครงการพร้อมกัน ผู้ดูแลอาจต้องจัดโฟลเดอร์ แยกสิทธิ์การเข้าถึง ดูกิจกรรมของทีม และรวมการชำระเงินไว้ที่เดียว ฟังก์ชัน Business ของ Todoist ถูกออกแบบมารับโจทย์นี้โดยตรง ขณะที่ Premium ของ TickTick เพิ่มความสามารถให้บัญชีและรายการที่แชร์เป็นหลัก ความต่างจึงไม่ใช่ “ทำงานร่วมกันได้หรือไม่ได้” แต่เป็นความสะดวกในการดูแลทีมเมื่อจำนวนคนและงานเพิ่มขึ้น
ราคาต่อคนยิ่งทำให้ความต่างนี้สำคัญ แผนส่วนบุคคลมีต้นทุนต่อบัญชี แต่ Business คิดตามสมาชิกที่ต้องใช้แผน ทีมที่มีสมาชิกสามคนและทุกคนต้องอยู่ใน Business จะมีค่าบริการฐาน 288 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีจากอัตรา 96 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนก่อนภาษีท้องถิ่น นี่เป็นตัวอย่างคำนวณจากราคาเว็บ ไม่ใช่ราคาที่เสนอเฉพาะให้ทีมในไทย หากการแชร์ระดับพื้นฐานพออยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจไม่เกิดขึ้นเลย
เลือกตามพฤติกรรมจริงสี่แบบ
กรอบต่อไปนี้เริ่มจากสิ่งที่ทำซ้ำทุกวัน แล้วค่อยดูว่าความสามารถนั้นอยู่ในแผนฟรีหรือแผนจ่ายเงิน วิธีนี้ทำให้เห็นต้นทุนรายปีของการใช้งานแต่ละแบบชัดขึ้น โดยไม่เอาราคาแผนส่วนบุคคลไปแทนค่าใช้จ่ายของทีม
- จดงานส่วนตัวและเตือนตามกำหนด: ถ้างานแบ่งเป็นหมวดใหญ่ไม่มากและไม่ได้ย้ายงานบนปฏิทินบ่อย Todoist Beginner เป็นจุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย หากชอบแยกเป็นรายการและอยากมีปฏิทินพื้นฐานในแอป ลอง TickTick Free ทั้งสองกรณีมีค่าบริการรายปีเป็นศูนย์ภายใต้เพดานแผนฟรี
- วางช่วงทำงานและติดตามกิจวัตร: TickTick Free ให้เริ่มใช้เครื่องมือพื้นฐานได้ แต่ Premium เหมาะเมื่อจำเป็นต้องมีปฏิทินหลายมุมมอง ระยะเวลางาน หรือเพดานนิสัยที่สูงขึ้น ค่าเว็บรายปีตามราคาข้างต้นคือ 49.99 ดอลลาร์สหรัฐ การจ่ายเพิ่มมีเหตุผลเมื่อใช้ความสามารถเหล่านั้นสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงต้องการเก็บงานทั่วไป
- รับงานด้วยการพิมพ์และจัดมุมมองละเอียด: Todoist Beginner รองรับการเพิ่มงานอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว ส่วน Pro เหมาะเมื่อจำเป็นต้องใช้ปฏิทินในแอป ตัวกรองจำนวนมาก ประวัติเต็ม และการเตือนที่ตั้งเอง ค่าเว็บรายปีคือ 60 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่า TickTick Premium 10.01 ดอลลาร์สหรัฐจากราคาที่กล่าวมา
- ดูแลงานหลายคน: เริ่มจากความสามารถแชร์และทีมฟรีหากต้องการเพียงมอบหมายกับติดตามงานร่วมกัน เมื่อมีความต้องการเรื่องบทบาท สิทธิ์ โฟลเดอร์ และการออกบิลรวม จึงประเมิน Todoist Business ตามจำนวนสมาชิกที่ต้องจ่ายจริง ตัวอย่างทีมสามคนข้างต้นมีต้นทุนฐาน 288 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ผู้ร่วมงานบางรูปแบบอาจไม่ต้องใช้บัญชีแบบชำระเงินทั้งหมด
ความต่างที่ช่วยตัดสินใจได้ดีที่สุดมักปรากฏในงานที่ทำซ้ำ หากทุกเช้าเริ่มจากการลากงานลงปฏิทินแล้วเปิดช่วงโฟกัส TickTick มีเครื่องมือที่สอดคล้องกับพฤติกรรมนั้น หากทุกเช้าเริ่มจากรับคำขอใหม่ จัดหมวด แล้วแจกงานให้สมาชิก Todoist อาจลดขั้นตอนในส่วนที่สำคัญกว่า ราคาที่ต่ำกว่าจะคุ้มก็ต่อเมื่อไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มกับงานหลักของตน
ผู้จ่ายเงินจากไทยควรเทียบยอดในช่องทางเดียวกัน
ตัวเลขดอลลาร์สหรัฐในบทความเป็นฐานเปรียบเทียบแผนรายปีผ่านเว็บ ไม่ใช่ยอดสุทธิเป็นเงินบาท ข้อมูลการชำระเงินของ Todoist แยกการซื้อผ่านเว็บไซต์ออกจาก App Store และ Google Play และระบุสกุลเงินที่รองรับในแต่ละช่องทาง TickTick ก็มีช่องทางซื้อผ่านเว็บและร้านแอปตามข้อมูลการจัดการสมาชิกของบริการ จึงควรเทียบยอดสุดท้ายจากช่องทางที่จะจ่ายจริง
ค่าเงิน ภาษีท้องถิ่น และราคาที่ร้านแอปแสดงอาจทำให้จำนวนเงินบาทต่างจากการแปลงราคาดอลลาร์ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่เห็นในวันเดียวกัน การคิดแบบรายปีควรรวมเงื่อนไขต่ออายุด้วย เพราะราคาเว็บที่ใช้เทียบฟีเจอร์อาจไม่ใช่ราคาที่บัญชีเดิมหรือช่องทางเดิมถูกเรียกเก็บ ข้อแตกต่างนี้มีน้ำหนักมากเป็นพิเศษเมื่อส่วนต่างของแผนส่วนบุคคลอยู่เพียงราวสิบดอลลาร์ต่อปี
บทความที่เกี่ยวข้อง


Microsoft Planner หรือ Trello: ของที่แถมมากับงานอาจแพงเมื่อโปรเจกต์โต

ClickUp หรือ Asana: ทีมเล็กจ่ายน้อยกว่าได้ แต่ต้องนับเวลาตั้งระบบ

Google Calendar หรือ Calendly: ลิงก์จองฟรีพอ จนทีมต้องจัดคิวลูกค้า

Google Data Agent Kit เปิดใช้จริง แต่คำสั่งเดียวแตะข้อมูลสดได้

FlowAccount หรือ PEAK: ราคาถูกกว่าอาจแพ้เมื่อทีมและสต็อกเริ่มโต
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ