
ถอนสิทธิ์แอปจากบัญชี Google: ข้อมูลที่คัดลอกไปแล้วอาจยังไม่ถูกลบ

หากต้องการหยุดให้แอปภายนอกเข้าถึง Gmail, Google Drive หรือข้อมูลอื่นในบัญชี Google ให้เปิดหน้าแอปที่ลิงก์ เลือก «สิทธิ์เข้าถึงบัญชี Google» เปิด «ดูรายละเอียด» ของแอป แล้วกด «นำสิทธิ์เข้าถึงออก» ก่อนยืนยัน ขั้นตอนในคำแนะนำของ Googleแยกการถอนสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลออกจากการหยุดใช้ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google จึงควรเลือกการเชื่อมต่อให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการหยุด
ก่อนถอนสิทธิ์ ให้ดูชื่อบริการและความสามารถที่แอปได้รับ เพราะสิทธิ์ดูข้อมูลกับสิทธิ์จัดการข้อมูลมีผลต่างกัน เมื่อถอนแล้วแอปจะเข้าถึงข้อมูลผ่านสิทธิ์นั้นต่อไม่ได้ แต่สำเนาที่ได้รับก่อนหน้าอาจยังอยู่กับแอป คำอธิบายสิทธิ์ของ Googleระบุว่าผู้ใช้อาจต้องติดต่อผู้พัฒนาเพื่อขอลบข้อมูลที่แอปมีอยู่
หาแอปที่เข้าถึง Gmail หรือ Drive
เริ่มจากลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ที่ต้องการตรวจ แล้วเปิดหน้าแอปที่ลิงก์จากการตั้งค่าบัญชี หากมีทั้งบัญชีส่วนตัวและบัญชีที่ใช้ทำงาน ให้ดูอีเมลของบัญชีที่เปิดอยู่ก่อน รายการการเชื่อมต่อผูกกับบัญชีที่เลือก การไม่พบแอปในบัญชีหนึ่งจึงยังไม่บอกสถานะของอีกบัญชีหนึ่ง
ในหน้าแอปที่ลิงก์ ให้เลือกหมวด «สิทธิ์เข้าถึงบัญชี Google» เพื่อหาแอปที่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล จากนั้นใช้ตัวกรอง «การเข้าถึง» เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ของ Google ที่สนใจ หากกำลังกังวลเรื่องจดหมายหรือไฟล์ ให้ไล่ดูรายการที่เกี่ยวกับ Gmail และ Drive แล้วเปิดรายละเอียดของแอปแต่ละตัว ชื่อแอปเพียงอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าแอปเข้าถึงบริการใด หรือทำอะไรกับข้อมูลได้
หน้ารายละเอียดเป็นจุดสำคัญในการตัดสินใจ ให้ดูทั้งชื่อบริการและถ้อยคำของสิทธิ์ เช่น ดูข้อมูล คัดลอกข้อมูล หรือจัดการข้อมูล หากแอปได้รับสิทธิ์เฉพาะ Google ปฏิทิน ก็ไม่ควรเหมารวมว่าแอปอ่าน Gmail ได้ด้วย ในทางกลับกัน แอปที่เคยใช้เพื่อทำงานกับไฟล์อาจมีสิทธิ์มากกว่าข้อมูลโปรไฟล์พื้นฐาน จึงต้องอ่านรายการที่แสดงจริง ไม่อนุมานจากหน้าที่ที่จำได้ของแอป
หากพบชื่อแอปที่จำไม่ได้ ให้ตรวจชื่อผู้พัฒนาและหน้าที่ของบริการก่อนตัดสินใจ แอปอาจปรากฏด้วยชื่อบริษัทแทนชื่อผลิตภัณฑ์ที่คุ้นเคย แต่ถ้าเลิกใช้บริการแล้ว หรือไม่ต้องการให้บริการนั้นเข้าถึงข้อมูลต่อ การถอนสิทธิ์จากรายการดังกล่าวเป็นวิธีหยุดการเชื่อมต่อที่กำลังอนุญาตอยู่ การลบแอปออกจากโทรศัพท์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ใช้แทนการตรวจสิทธิ์ในบัญชี Google
อ่านสิทธิ์แต่ละระดับว่าแอปทำอะไรได้

ให้แยกสิทธิ์ตามผลที่เกิดกับข้อมูล การรู้เพียงว่า «เชื่อมต่อแล้ว» ยังไม่พอ เพราะแอปหนึ่งตัวอาจได้รับเพียงข้อมูลสำหรับสร้างบัญชี ขณะที่อีกตัวอ่านสำเนาข้อมูลหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลในบริการ Google ได้ รายการต่อไปนี้ช่วยแปลคำอธิบายสิทธิ์ให้เป็นผลกระทบที่ต้องพิจารณา
- ดูโปรไฟล์พื้นฐาน: แอปได้รับชื่อ อีเมล และรูปโปรไฟล์ เพื่อระบุตัวผู้ใช้หรือสร้างบัญชีในบริการของตน สิทธิ์ระดับนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ให้แอปเปิดอ่านกล่องจดหมาย Gmail หรือไฟล์ใน Drive แต่ข้อมูลโปรไฟล์ที่ส่งไปแล้วอาจถูกเก็บไว้ในบัญชีของแอป
- ดูและคัดลอกข้อมูล: แอปอาจอ่านหรือทำสำเนาข้อมูลในบริการที่ได้รับอนุญาต เช่น รายชื่อติดต่อหรือรูปภาพ หากรายละเอียดระบุ Gmail หรือ Drive ให้พิจารณาขอบเขตที่เขียนไว้สำหรับบริการนั้นโดยตรง สิทธิ์ประเภทนี้ทำให้คำถามเรื่องข้อมูลที่แอปเคยนำออกไปมีความสำคัญ แม้ภายหลังจะถอนการเข้าถึงแล้ว
- จัดการข้อมูล: แอปอาจสร้าง อัปโหลด แก้ไข หรือลบข้อมูลในบริการที่อนุญาต ผลของสิทธิ์นี้อาจปรากฏอยู่ในบัญชี Google เอง เช่น รายการที่แอปสร้างหรือเปลี่ยนไว้ การถอนสิทธิ์หยุดการกระทำครั้งต่อไป แต่ไม่ได้ย้อนคืนการแก้ไขที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
ต้องอ่านชื่อผลิตภัณฑ์ควบคู่กับระดับสิทธิ์เสมอ คำว่า «จัดการ» ที่เกี่ยวกับ Google ปฏิทินบอกถึงข้อมูลปฏิทิน ไม่ได้ขยายไปถึง Google Photos โดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกัน คำว่า «ดู» ไม่ควรทำให้สรุปว่าแอปแสดงข้อมูลชั่วคราวเท่านั้น เพราะบางสิทธิ์เปิดทางให้คัดลอกข้อมูลได้ การประเมินความเสี่ยงจึงต้องอาศัยคำอธิบายในรายละเอียดแอป ไม่ใช่คำเรียกกว้าง ๆ ว่าแอปปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย
อีกเรื่องที่ควรแยกคือสิทธิ์ที่แอปได้รับ กับสิ่งที่แอปทำไปจริง หน้าสิทธิ์แสดงขอบเขตที่ผู้ใช้อนุญาต ไม่ใช่บันทึกว่าผู้พัฒนาอ่านไฟล์ใดหรือคัดลอกข้อความฉบับไหนแล้ว หากต้องติดตามข้อมูลที่ออกไป ให้ตรวจการตั้งค่า ประวัติการนำเข้า หรือข้อมูลที่บริการภายนอกแสดงอยู่ประกอบ การตั้งคำถามกับผู้พัฒนาโดยระบุประเภทข้อมูลที่กังวลจะตรงประเด็นกว่าการสรุปจากชื่อสิทธิ์เพียงอย่างเดียว
ถอนการเข้าถึงของแอปตามลำดับ
เมื่อระบุแอปและอ่านสิทธิ์แล้ว ให้ถอนจากรายการของแอปนั้นโดยตรง ตรวจชื่อบัญชี Google และชื่อแอปอีกครั้งก่อนยืนยัน โดยเฉพาะเมื่อมีบริการชื่อคล้ายกันหรือใช้หลายบัญชี การถอนของแอปหนึ่งจัดการเฉพาะการเชื่อมต่อที่เลือก ไม่ได้ถอนสิทธิ์ของทุกแอปในบัญชี
- เปิดหน้าแอปที่ลิงก์ของบัญชี Google ที่ต้องการจัดการ
- เลือก «สิทธิ์เข้าถึงบัญชี Google» แล้วหาแอปจากรายการ หรือใช้ตัวกรอง «การเข้าถึง» เพื่อจำกัดตามผลิตภัณฑ์
- เลือกแอปและเปิด «ดูรายละเอียด» อ่านชื่อบริการกับสิทธิ์ที่แอปได้รับให้ครบ
- เลือก «นำสิทธิ์เข้าถึงออก» แล้วกดยืนยันตามที่หน้าจอแสดง
- กลับไปดูรายการของแอปนั้นอีกครั้ง หากมีการเชื่อมต่อประเภทอื่น ให้พิจารณาแยกตามหน้าที่ของแต่ละรายการ
หลังถอน ฟีเจอร์ในแอปที่ต้องใช้ข้อมูลจาก Google อาจหยุดทำงาน เช่น การแสดงข้อมูลที่ต้องดึงจากบริการที่เพิ่งตัดสิทธิ์ นี่เป็นผลของการหยุดการเชื่อมต่อ หากยังต้องใช้ฟีเจอร์นั้นในอนาคต แอปอาจขอให้อนุญาตอีกครั้ง และควรอ่านคำขอใหม่ก่อนกดยอมรับ อย่าถอนแล้วอนุญาตกลับทันทีเพียงเพราะแอปเปิดคำขอขึ้นมา โดยยังไม่ได้ดูว่าขอข้อมูลใด
สำหรับแอปที่เคยได้รับสิทธิ์จัดการข้อมูล ให้กลับไปดูบริการ Google ที่เกี่ยวข้องด้วย หากสิทธิ์ครอบคลุมการสร้างหรือแก้ไขไฟล์ ให้ตรวจไฟล์ที่ใช้งานอยู่ หากครอบคลุมปฏิทิน ให้ดูรายการกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง การตรวจข้อมูลในบัญชีช่วยให้เห็นผลที่อาจเกิดขึ้นก่อนถอน ส่วนการถอนสิทธิ์ช่วยหยุดการเข้าถึงหลังจากนั้น ทั้งสองอย่างตอบคนละคำถาม
แยกการลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google ออกจากสิทธิ์อ่านข้อมูล
แอปที่อยู่ในหมวด «ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google» ไม่ได้อ่าน Gmail หรือแก้ไขไฟล์ใน Drive ได้เพียงเพราะใช้ปุ่มลงชื่อเข้าใช้ คำอธิบายฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ของ Googleระบุว่าเมื่อผู้ใช้อนุญาต บริการภายนอกจะได้รับชื่อ อีเมล และรูปโปรไฟล์ โดย Google ไม่ส่งรหัสผ่านบัญชีให้บริการนั้น แอปยังอาจขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลอื่นเพิ่มเติม ซึ่งต้องตรวจแยกในรายละเอียดการเชื่อมต่อ
หากต้องการหยุดใช้บัญชี Google เพื่อลงชื่อเข้าใช้บริการภายนอก ให้เปิดหมวด «ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google» เลือกแอป เปิด «ดูรายละเอียด» แล้วเลือก «หยุดใช้ฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google» ก่อนยืนยัน การหยุดเชื่อมต่อนี้อาจทำให้เข้าแอปด้วยวิธีเดิมไม่ได้ แต่ไม่ได้ลบบัญชีหรือข้อมูลที่เก็บอยู่กับผู้พัฒนา หากยังต้องใช้บริการ ควรดูว่าบัญชีในแอปรองรับวิธีลงชื่อเข้าใช้อื่นหรือไม่ก่อนตัดการเชื่อมต่อ
บางบริการปรากฏมากกว่าหนึ่งประเภทการเชื่อมต่อ เช่น ใช้ Google เพื่อลงชื่อเข้าใช้และขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติม การหยุดฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้จึงไม่ควรถูกใช้แทนการถอนสิทธิ์เข้าถึง Gmail หรือ Drive หากเป้าหมายคือหยุดให้แอปอ่านข้อมูล ให้ตรวจหมวด «สิทธิ์เข้าถึงบัญชี Google» ของแอปเดียวกันด้วย ในทางกลับกัน หากต้องการจัดการเฉพาะวิธีลงชื่อเข้าใช้ ก็เลือกการเชื่อมต่อประเภทนั้นให้ตรงเรื่อง
การลิงก์บัญชีอีกแบบหนึ่งมีทิศทางต่างออกไป คือผู้ใช้อาจอนุญาตให้ Google เข้าถึงข้อมูลบางอย่างในบัญชีของบริการภายนอก รายการ «บัญชีที่ลิงก์» จัดการความสัมพันธ์ลักษณะนั้น ไม่ใช่รายการสิทธิ์ที่แอปภายนอกได้รับเพื่ออ่านข้อมูลใน Google การอ่านหัวข้อกำกับการเชื่อมต่อก่อนกดลบช่วยหลีกเลี่ยงการจัดการผิดฝั่ง โดยเฉพาะเมื่อชื่อบริการเดียวกันปรากฏหลายตำแหน่ง
จัดการสำเนาข้อมูลที่แอปได้รับไปแล้ว

หลังถอนสิทธิ์ สิ่งที่ควรตรวจต่อคือข้อมูลที่เคยส่งออกไป หากแอปนำเข้ารูปภาพ รายชื่อติดต่อ หรือไฟล์ไว้ในระบบของตน การเปลี่ยนสิทธิ์ในบัญชี Google ไม่ได้สั่งให้ระบบของผู้พัฒนาลบสำเนาเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ เปิดบัญชีหรือการตั้งค่าของแอปภายนอกเพื่อดูว่ามีข้อมูลใดเก็บอยู่ และมีตัวเลือกส่งออกหรือลบข้อมูลอย่างไร
อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริการภายนอกเพื่อดูวิธีใช้ข้อมูล ระยะเวลาจัดเก็บ และช่องทางติดต่อผู้พัฒนา หากต้องส่งคำขอลบ ให้ระบุบัญชีที่ใช้กับบริการและประเภทข้อมูลที่ต้องการให้จัดการ เช่น ข้อมูลโปรไฟล์ รูปภาพที่นำเข้า หรือไฟล์ที่คัดลอกจาก Drive ถามให้ชัดว่าคำขอครอบคลุมข้อมูลที่นำเข้าก่อนถอนสิทธิ์หรือไม่ และจะทราบผลการลบได้อย่างไร
หากแอปมีปุ่มลบบัญชีของตนเอง ให้ดูผลของปุ่มนั้นก่อนใช้ บางคนยังต้องเก็บข้อมูลหรือสิทธิ์เข้าถึงบริการที่จ่ายเงินไว้ การขอลบข้อมูลเฉพาะประเภท การลบบัญชีในแอป และการถอนสิทธิ์จาก Google เป็นการดำเนินการคนละส่วน เลือกให้ตรงกับข้อมูลที่ต้องการจัดการ แทนการคาดว่าปุ่มเดียวจะจัดการทุกที่ที่เคยมีสำเนา
ใช้รายการสั้น ๆ หลังถอนสิทธิ์: ตรวจว่าการเชื่อมต่อที่ต้องการหยุดหายจากหมวดที่ถูกต้อง ดูว่าแอปเดียวกันยังมีการเชื่อมต่ออื่นหรือไม่ ตรวจข้อมูลในบริการ Google หากแอปเคยมีสิทธิ์แก้ไข และติดต่อผู้พัฒนาเมื่อกังวลเรื่องสำเนาที่แอปเก็บไว้ หากสงสัยว่าแอปใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์ หน้าแอปที่ลิงก์ยังมีทางเลือกให้รายงานแอปจากหน้ารายละเอียด
การถอนสิทธิ์ตามปกติไม่ใช่เหตุให้ต้องเปลี่ยนรหัสผ่าน Google เพราะการลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google ไม่ส่งรหัสผ่านนั้นให้แอป แต่หากเคยกรอกรหัสผ่าน Google จริงลงในแอปหรือเว็บไซต์ภายนอก ให้เปลี่ยนรหัสผ่านและตรวจความปลอดภัยของบัญชี กรณีนี้ต่างจากการอนุญาตสิทธิ์ผ่านหน้าของ Google และควรจัดการในฐานะรหัสผ่านที่เคยเปิดเผย
อ่านเพิ่มเติม:
บทความที่เกี่ยวข้อง


คนไทยกลัว AI แย่งงาน 33.35% ขณะที่อัตราใช้งานยังเพิ่มต่อเนื่อง

ทำกล่องอีเมลกลางใน Gmail: กลุ่มกับผู้รับมอบสิทธิ์ใช้แทนกันไม่ได้

ย้าย Google Authenticator ก่อนล้างเครื่อง: QR เดียวอาจมีบัญชีมากเกินไป

ลบ My Activity แล้วยังเห็นประวัติ เพราะ Chrome เก็บอีกชุด

Google Workspace หรือ Microsoft 365: ราคาไทยใกล้กัน แต่ AI แยกบิล
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ