
รับของฟรีก็เป็นรายได้: ครีเอเตอร์ไทยต้องเก็บหลักฐานอะไรบ้าง

ครีเอเตอร์ไทยควรแยกรายได้ตามที่มาและวิธีทำงานก่อนคำนวณภาษี เอกสารอบรมของกรมสรรพากร จัดส่วนแบ่งโฆษณาและค่าสมาชิกช่องไว้ในมาตรา 40(8) ส่วนค่าจ้างรีวิวที่ทำเองเป็นหลักอาจเข้ามาตรา 40(2) แต่งานที่มีทีมและต้นทุนดำเนินงานเข้าลักษณะมาตรา 40(8) การเรียกรายรับทุกก้อนว่าเป็นค่ารีวิวจึงทำให้เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายผิดได้
ของที่แบรนด์ให้เก็บไว้โดยมีเงื่อนไขให้ผลิตคอนเทนต์เป็นค่าตอบแทนในรูปสิ่งของ แม้ไม่มีเงินโอนเข้าบัญชี ขณะที่ของยืมทดลองซึ่งต้องคืนมีสถานะต่างกัน คำอธิบายบัญชีครีเอเตอร์ ระบุให้เก็บข้อตกลง มูลค่าของที่ได้รับ และหลักฐานส่งคืนของยืม ครีเอเตอร์จึงต้องเก็บทั้งร่องรอยของงาน สิ่งของ และเงินที่รับจริง เพื่ออธิบายยอดรายได้แต่ละรายการได้
จับคู่ช่องทางรายได้กับประเภทเงินได้

เริ่มที่ผู้จ่ายจ่ายเพื่ออะไร แล้วดูว่าครีเอเตอร์ทำงานด้วยแรงของตนเป็นหลัก หรือดำเนินงานเป็นกิจการที่มีต้นทุน คำว่าโฆษณาในสัญญาอย่างเดียวไม่ตอบคำถามนี้ เพราะส่วนแบ่งโฆษณาที่แพลตฟอร์มจ่ายให้เจ้าของช่องต่างจากค่าจ้างที่แบรนด์จ่ายเพื่อให้ผลิตชิ้นงาน ตารางแบบรายการต่อรายการช่วยให้รายได้หลายทางของคนเดียวกันไม่ปะปนกัน
- ส่วนแบ่งโฆษณาและค่าสมาชิกช่อง: รายได้จากยอดชม โฆษณาที่แสดงในช่อง หรือระบบสมาชิกของช่องเข้ามาตรา 40(8) ให้เก็บรายงานรายได้ตามรอบจ่าย รายการปรับยอด ค่าธรรมเนียมที่ถูกหัก และหลักฐานเงินเข้าบัญชี แยกยอดที่แพลตฟอร์มคำนวณให้จากยอดสุทธิที่โอนมา เพื่อให้เห็นส่วนต่างอย่างชัดเจน
- รีวิวที่ทำเองเป็นหลัก: หากรับบรีฟ คิดเนื้อหา ถ่าย และเผยแพร่ด้วยตนเอง โดยไม่มีลูกจ้างหรือค่าใช้จ่ายดำเนินงานมาก ค่าจ้างอาจเข้ามาตรา 40(2) ให้เก็บข้อตกลงเรื่องค่าตอบแทน ขอบเขตงาน กำหนดส่ง ชิ้นงานที่เผยแพร่ และหลักฐานชำระเงิน เอกสารเหล่านี้แสดงว่ารับค่าจ้างจากงานใด
- รีวิวที่ทำเป็นกิจการ: เมื่อมีการจ้างช่างภาพ ผู้ตัดต่อ หรือทีมงาน มีค่าเช่าสถานที่และต้นทุนผลิตงาน ลักษณะงานเข้าใกล้มาตรา 40(8) ให้เก็บหลักฐานการว่าจ้างผู้ช่วย หลักฐานจ่ายเงิน ค่าอุปกรณ์ และค่าเช่าที่โยงกับแคมเปญนั้น การมีอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวไม่ควรเป็นข้อสรุปแทนภาพรวมของการทำงานจริง
- สินค้าแลกคอนเทนต์: หากแบรนด์ให้สินค้าเป็นค่าตอบแทนและครีเอเตอร์เก็บไว้ ให้ลงมูลค่าสินค้าเป็นรายได้ แล้วจัดประเภทตามลักษณะงานรีวิวว่าเข้ามาตรา 40(2) หรือ 40(8) เก็บข้อความที่กำหนดสิ่งที่ต้องส่งมอบ วันที่รับสินค้า หลักฐานมูลค่า และชิ้นงานที่ทำตามข้อตกลง
- เงินสนับสนุนจากผู้ชม: ค่าสมาชิกหรือเงินที่ผู้ชมส่งระหว่างการถ่ายทอดเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของช่องควรบันทึกเป็นรายได้จากกิจกรรมนั้น และพิจารณามาตรา 40(8) เก็บรายงานยอดจากระบบรับเงิน ค่าธรรมเนียม และยอดที่ได้รับจริง คำเรียกในหน้าจอว่าเป็นของขวัญไม่ได้บอกลักษณะภาษีของเงินนั้นโดยลำพัง
ถ้าครีเอเตอร์ขายสินค้าที่ซื้อมาขายไปควบคู่กับการทำช่อง ให้แยกยอดขายออกจากส่วนแบ่งโฆษณาและค่าจ้างผลิตคอนเทนต์ แม้รายได้เหล่านี้อาจอยู่ในมาตรา 40(8) เหมือนกัน วิธีหักค่าใช้จ่ายขึ้นกับชนิดกิจการ ไม่ควรนำวิธีของการซื้อมาขายไปใช้กับรายได้โฆษณาเพียงเพราะอยู่ในมาตราเดียวกัน
ผังนี้ใช้กับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา งานที่ผู้ว่าจ้างเรียกว่ารีวิวอาจมีทั้งค่าตอบแทนเป็นเงินและสิ่งของ และครีเอเตอร์คนเดียวอาจมีงานที่ทำเองกับงานที่ใช้ทีมในปีเดียวกัน จึงควรบันทึกข้อเท็จจริงของแต่ละงานก่อนรวมยอดตามประเภทเงินได้ ไม่เลือกประเภทจากวิธีที่ให้ค่าใช้จ่ายสูงกว่า
ของที่เก็บไว้กับของที่ต้องคืน ใช้หลักฐานคนละชุด

เมื่อได้รับสินค้าจากแบรนด์ ให้ดูเงื่อนไขสองเรื่องก่อน คือมีหน้าที่ผลิตคอนเทนต์ตอบแทนหรือไม่ และเมื่อจบงานต้องคืนสินค้าหรือไม่ หากตกลงให้โพสต์รีวิวและให้เก็บสินค้าไว้ สินค้านั้นเป็นค่าตอบแทนที่คิดเป็นเงินได้ ควรบันทึกชื่อสินค้า วันที่รับ และมูลค่าที่ตกลงกัน หากไม่มีมูลค่าในข้อตกลง ให้เก็บหลักฐานราคาที่ตรวจสอบได้พร้อมวิธีที่ใช้กำหนดมูลค่า
ตัวอย่างสมมติ: แบรนด์ส่งเครื่องใช้ให้ครีเอเตอร์ถ่ายวิดีโอรีวิว และยืนยันว่าครีเอเตอร์เก็บไว้หลังเผยแพร่งาน แม้ไม่มีค่าจ้างเงินสด รายได้จากงานนี้ก็มีส่วนที่เป็นสิ่งของ หากแบรนด์จ่ายเงินเพิ่มด้วย ให้บันทึกมูลค่าสินค้าและเงินสดแยกช่อง แต่เชื่อมกับข้อตกลงและชิ้นงานเดียวกัน วิธีนี้ทำให้ตรวจได้ว่ารายได้เต็มของงานประกอบด้วยอะไรบ้าง
ในทางกลับกัน หากแบรนด์ส่งเครื่องใช้ให้ทดลองถ่ายทำโดยกำหนดวันคืน ให้เก็บข้อความที่ระบุว่าเป็นการยืม หลักฐานรับของ และร่องรอยการส่งคืนที่ระบุได้ว่าเป็นสินค้าชิ้นเดียวกัน หากใช้บริการขนส่ง ควรเก็บข้อมูลการส่งและการรับปลายทาง หากส่งคืนโดยตรง ควรมีข้อความยืนยันจากผู้รับคืน การมีเพียงภาพสินค้าในวิดีโอไม่บอกว่าสุดท้ายใครเป็นเจ้าของ
ตัวอย่างสมมติอีกกรณี: ครีเอเตอร์ยืมกล้องจากแบรนด์มาใช้ในคลิปแล้วคืนตามกำหนด แต่ได้รับค่าจ้างรีวิวเป็นเงินสด ให้บันทึกค่าจ้างเงินสดเป็นรายได้ของงาน และเก็บหลักฐานการคืนกล้องไว้แยกต่างหาก หลักฐานการคืนอธิบายว่ากล้องเป็นทรัพย์สินที่ผ่านมือชั่วคราว มิใช่ค่าตอบแทนที่ครีเอเตอร์ได้เก็บไว้
ข้อตกลงบางงานเปลี่ยนระหว่างทาง แบรนด์อาจส่งของมาให้ทดลองก่อน แล้วภายหลังตกลงให้ครีเอเตอร์เก็บไว้แลกกับโพสต์เพิ่มเติม ในกรณีนี้ควรเก็บข้อความทั้งก่อนและหลังเปลี่ยนเงื่อนไข พร้อมวันที่เกิดการเปลี่ยนแปลง การดูเฉพาะข้อความแรกหรือเฉพาะข้อความสุดท้ายอาจทำให้บันทึกรายการไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
สำหรับของที่ส่งมาโดยไม่มีเงื่อนไขชัดเจน อย่าตัดสินจากคำว่า «ฟรี» เพียงคำเดียว ให้เก็บข้อความจากผู้ส่งและข้อเท็จจริงว่ามีการรับปากทำงานหรือไม่ หากภายหลังมีการตกลงให้ผลิตคอนเทนต์ ให้เพิ่มหลักฐานนั้นไว้ในแฟ้มเดิม ประเด็นสำคัญคือแสดงความสัมพันธ์ระหว่างการได้สินค้า สิทธิที่จะเก็บสินค้า และงานที่ทำตอบแทนได้
วิธีหักค่าใช้จ่ายเปลี่ยนตามลักษณะงาน
ค่าจ้างรีวิวที่เข้ามาตรา 40(2) หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หากมีเงินเดือนตามมาตรา 40(1) ด้วย เพดานนี้ใช้ร่วมกัน ไม่ได้เพิ่มอีกชุดสำหรับงานรีวิว ผู้ที่หักค่าใช้จ่ายจากเงินเดือนเต็มเพดานแล้วจึงไม่เหลือเพดานอีกสำหรับค่าจ้างรีวิวประเภทนี้ ใบเสร็จค่ากล้องหรือค่าเดินทางไม่ทำให้หักค่าใช้จ่ายจริงเพิ่มเติมจากเงินได้มาตรา 40(2)
ส่วนแบ่งโฆษณาและงานรีวิวที่เป็นกิจการตามมาตรา 40(8) ต้องแยกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการหารายได้และพิสูจน์ด้วยหลักฐานจริง ตัวอย่างเช่น ค่าจ้างผู้ตัดต่อสำหรับคลิปที่รับงาน ค่าเช่าสถานที่ถ่ายทำ หรือค่าอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตงาน หลักฐานควรบอกได้ว่าจ่ายให้ใคร จ่ายเท่าไร และเกี่ยวกับงานใด การมีใบเสร็จโดยไม่รู้ว่าใช้กับงานหรือใช้ส่วนตัวอาจไม่พออธิบายรายจ่าย
ค่าอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งงานและชีวิตส่วนตัวต้องแยกส่วนที่เกี่ยวกับงานอย่างมีเหตุผล บันทึกว่าใช้อุปกรณ์กับโครงการใดช่วยอธิบายสัดส่วนได้ดีกว่าการนำราคาซื้อทั้งหมดลงเป็นต้นทุนของช่อง อุปกรณ์ที่ใช้งานได้นาน เช่น กล้องหรือเลนส์ อาจต้องพิจารณาเป็นทรัพย์สินและคิดค่าเสื่อมราคา แทนการหักราคาซื้อทั้งก้อนทันที
หากครีเอเตอร์ซื้อสินค้ามาขายต่อ ให้แยกต้นทุนสินค้าและยอดขายจากต้นทุนการผลิตวิดีโอ การซื้อมาขายไปมีหลักเกณฑ์หักค่าใช้จ่ายของกิจการนั้นเอง แต่รายได้ส่วนแบ่งโฆษณาไม่ได้กลายเป็นรายได้ค้าขายเพราะอยู่ในบัญชีธนาคารเดียวกัน แฟ้มที่แยกรายการตั้งแต่ต้นช่วยไม่ให้ใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายของกิจการหนึ่งกับรายได้อีกกิจการหนึ่ง
ค่าใช้จ่ายที่แบรนด์ออกให้โดยตรงก็ควรแยกจากเงินที่ครีเอเตอร์ได้รับ หากแบรนด์จ่ายค่าสถานที่หรือทีมงานเอง ครีเอเตอร์ควรเก็บเงื่อนไขงานไว้เพื่ออธิบายว่าใครเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายนั้น อย่าลงรายจ่ายในชื่อครีเอเตอร์เพียงเพราะปรากฏอยู่ในงบผลิตงานของแคมเปญ หลักฐานการจ่ายจริงเป็นส่วนสำคัญของการหักค่าใช้จ่ายตามจริง
จัดแฟ้มให้ไล่จากงานไปถึงยอดรับได้
แฟ้มรายได้ที่ใช้ได้จริงควรตอบคำถามต่อเนื่องกันว่าใครจ่าย จ่ายเพื่ออะไร ตกลงมูลค่าเท่าไร ส่งงานเมื่อใด และได้รับเงินหรือสิ่งของอะไรบ้าง จัดตามปีและช่องทางรายได้ แล้วทำรายการสรุปสำหรับแต่ละรอบจ่ายของแพลตฟอร์มหรือแต่ละงานของแบรนด์ คอลัมน์ที่มีประโยชน์คือผู้จ่าย ชื่องาน วันที่เกี่ยวข้อง มูลค่าเงินสด มูลค่าสิ่งของ ค่าธรรมเนียม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และยอดเงินโอนสุทธิ
รายงานแพลตฟอร์มกับรายการเดินบัญชีมีหน้าที่ต่างกัน รายงานแสดงที่มาของรายได้และรายการหักในรอบนั้น ส่วนรายการเดินบัญชียืนยันเงินที่เข้าจริง หากดูเฉพาะยอดโอนสุทธิ อาจมองไม่เห็นค่าธรรมเนียมหรือรายการปรับยอดที่เกิดก่อนโอน ควรเก็บรายงานของแต่ละรอบพร้อมหลักฐานการรับเงิน และจดเหตุผลของส่วนต่างเมื่อเทียบยอดกัน
งานแบรนด์ควรมีชุดเอกสารที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่การตกลงงานจนถึงการชำระเงิน เก็บใบเสนอราคาหรือข้อความตกลง ขอบเขตและจำนวนชิ้นงาน หลักฐานส่งมอบ ลิงก์หรือสำเนาชิ้นงานที่เผยแพร่ เอกสารเรียกเก็บเงิน และหลักฐานรับชำระ หากมีการแก้บรีฟหรือเพิ่มงานระหว่างทาง ให้เก็บข้อความเปลี่ยนแปลงนั้นไว้ด้วย มิฉะนั้นยอดรับสุดท้ายอาจไม่ตรงกับข้อตกลงฉบับแรก
กรณีรับทั้งเงินและสินค้าในงานเดียวกัน ให้รายการสรุปแสดงค่าตอบแทนทั้งสองรูปแบบ ไม่ใช้ยอดเงินเข้าบัญชีแทนมูลค่างานทั้งหมด ฝั่งสินค้าควรมีหลักฐานว่าได้รับอะไร เมื่อใด และมีสิทธิเก็บไว้หรือมีหน้าที่คืน ฝั่งเงินควรมีหลักฐานยอดก่อนหักและยอดที่รับจริง การแยกเช่นนี้ช่วยไม่ให้รายได้ที่ไม่มีสลิปโอนตกหล่น
- รายได้แพลตฟอร์ม: เก็บรายงานรายได้ รายงานจ่ายเงิน รายการค่าธรรมเนียม และหลักฐานเงินเข้าบัญชี หากรับเป็นเงินต่างสกุล ให้เก็บข้อมูลยอดในสกุลเดิมและหลักฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้บันทึก เพื่ออธิบายยอดเงินบาทที่ลงไว้
- งานจากแบรนด์หรือเอเจนซี: เก็บข้อตกลงราคา บรีฟงาน การเปลี่ยนแปลงบรีฟ หลักฐานส่งงาน เอกสารเรียกเก็บ และหลักฐานรับเงิน ใช้ชื่อแคมเปญหรือรหัสงานเดียวกันเชื่อมเอกสาร เพื่อค้นรายการที่เกี่ยวข้องได้ครบ
- สินค้าที่ได้และของยืม: เก็บข้อความระบุเงื่อนไขการผลิตคอนเทนต์ สิทธิในสินค้าหลังจบงาน หลักฐานรับสินค้า และข้อมูลมูลค่า หากเป็นของยืม ให้เพิ่มหลักฐานการส่งคืนหรือการรับคืนของแบรนด์
- เงินสนับสนุนจากผู้ชม: เก็บรายงานยอดสมาชิกหรือยอดสนับสนุนจากระบบรับเงิน และรายการโอนเข้าบัญชีหรือกระเป๋าเงิน การแยกช่องทางรับเงินของกิจกรรมช่องจากเงินโอนส่วนตัวทำให้ระบุที่มาของยอดได้ง่ายขึ้น
- ต้นทุนและภาษีที่ถูกหัก: เก็บใบเสร็จหรือหลักฐานจ่ายค่าทีมงาน ค่าเช่า และค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในงาน พร้อมบันทึกว่าเกี่ยวกับงานใด หากผู้จ่ายหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ขอหนังสือรับรองและเก็บคู่กับหลักฐานรับเงินของงานนั้น
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายกับค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มไม่ใช่รายการเดียวกัน ภาษีที่ผู้จ่ายหักไว้เป็นเงินภาษีที่นำไปเครดิตเมื่อยื่นแบบ โดยต้องมีหนังสือรับรองรองรับ ส่วนค่าธรรมเนียมเป็นรายการต้นทุนที่ต้องพิจารณาตามประเภทเงินได้และหลักฐาน หากขาดหนังสือรับรอง การเทียบยอดรับสุทธิกับยอดในข้อตกลงก็ยังอธิบายเครดิตภาษีได้ไม่ครบ
แยกแบบยื่นภาษีเงินได้จากเกณฑ์ VAT
ผู้ที่มีเงินได้มาตรา 40(8) ในครึ่งปีแรกควรตรวจหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.94 สำหรับช่วงนั้น แล้วนำเงินได้ตลอดปีไปรวมใน ภ.ง.ด.90 ผู้ที่มีเฉพาะค่าจ้างรีวิวซึ่งจัดเป็นมาตรา 40(2) ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 เพียงเพราะได้รับค่าจ้างประเภทนี้ หากมีทั้งสองประเภท ให้แยกยอดสำหรับแบบครึ่งปีให้ถูกก่อนรวมรายได้ในแบบประจำปี
การถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ได้ทำให้ค่าจ้างนั้นหายไปจากรายได้ที่ต้องแจ้งในแบบประจำปี ให้ใช้ยอดรายได้เต็มในการคำนวณ แล้วนำภาษีที่ถูกหักไว้ไปเป็นเครดิตตามหลักฐาน ผู้จ่ายอาจหักภาษีจากงานต่างลักษณะกันด้วยวิธีต่างกัน จึงควรเก็บหนังสือรับรองแยกตามผู้จ่ายและงาน แทนการเดาเครดิตจากส่วนต่างระหว่างค่าจ้างในสัญญากับเงินโอน
สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม เกณฑ์จดทะเบียนของกรมสรรพากร ระบุว่าผู้ประกอบกิจการซึ่งมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติธุระเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ จึงควรติดตามยอดรายรับที่เกี่ยวข้องต่อเนื่อง ไม่รอวันยื่นภาษีเงินได้ประจำปีแล้วค่อยรวมจากสลิปโอน
ประเภทเงินได้ที่ใช้คำนวณภาษีบุคคลธรรมดากับหน้าที่จด VAT เป็นการพิจารณาคนละเรื่อง รายรับจากหลายช่องทางที่เป็นการขายสินค้าหรือให้บริการควรถูกบันทึกให้เห็นยอดสะสมและลักษณะกิจกรรมแยกกัน โดยเฉพาะเมื่อมีทั้งงานแบรนด์ รายได้จากช่อง และการขายสินค้า แฟ้มเดียวกันจึงควรมีทั้งรายละเอียดรายได้สำหรับเลือกมาตรา 40 และยอดรายรับสำหรับติดตามเกณฑ์จดทะเบียน
บทความที่เกี่ยวข้อง


ตั้งสมาชิกช่อง YouTube ไทย: เริ่ม 1–3 ระดับก่อนสิทธิพิเศษกินเวลา

YouTube Shopping ไทย: แท็กสินค้าได้ แต่ค่าคอมมิชชันวันซื้ออาจเปลี่ยน

ทำ Media Kit ใน Beacons: สถิติอัปเดตเอง แต่เรตราคาต้องอธิบายได้

Printful หรือ Printify: ส่วนลดสูงสุด 33% ยังไม่บอกกำไรต่อชิ้น

Threads แจก Gems ให้บทสนทนาดี แต่ครีเอเตอร์ไทยยังไม่ได้และไม่มีเงินรางวัล
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ