Deel หรือ Remote ในไทย: 599 กับ 699 ดอลลาร์ยังไม่ใช่ต้นทุนจริง

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|2 นาทีในการอ่าน
Deel หรือ Remote ในไทย: 599 กับ 699 ดอลลาร์ยังไม่ใช่ต้นทุนจริง

ราคาบริการ EOR ของ Deel เริ่มที่ 599 ดอลลาร์ต่อพนักงานต่อเดือน ส่วนราคา EOR ที่ Remote แสดงสำหรับไทย อยู่ที่ 699 ดอลลาร์ต่อพนักงานต่อเดือน ส่วนต่างค่าบริหารจึงอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อเดือนภายใต้ราคาที่แสดง แต่จำนวนดังกล่าวยังไม่ใช่ต้นทุนรวมของการจ้างพนักงานไทยหนึ่งคน

ถ้าต้องเลือกระหว่างสองราย ให้ใช้เงินเดือนและเงื่อนไขจ้างชุดเดียวกัน แล้วรวมเงินสมทบฝ่ายนายจ้าง สวัสดิการที่ต้องซื้อเพิ่ม ค่าแปลงสกุลเงิน และภาระเมื่อสิ้นสุดการจ้าง แยกเงินที่จ่ายเป็นต้นทุนออกจากเงินสำรองที่อาจได้รับคืน วิธีนี้จะบอกได้ทั้งค่าใช้จ่ายรายเดือนและเงินสดที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

ค่าบริการรายเดือนครอบคลุมงานใด

Deel และ Remote เสนอบริการ Employer of Record หรือ EOR สำหรับบริษัทที่ต้องการจ้างพนักงานผ่านนายจ้างตามกฎหมายในประเทศที่พนักงานทำงานอยู่ ค่าบริหารจ่ายให้องค์กรที่รับหน้าที่จัดการการจ้าง เงินเดือน และงานด้านข้อกำหนดท้องถิ่นตามขอบเขตบริการ แต่เงินเดือนที่ตกลงกับพนักงานยังเป็นภาระของบริษัทผู้ว่าจ้าง การเห็นคำว่า “จัดการสวัสดิการ” ในรายการบริการก็ยังไม่ควรตีความว่าเบี้ยประกันหรือสิทธิพิเศษทุกอย่างรวมอยู่ในค่าบริหารแล้ว

ราคาที่เผยแพร่ยังต้องแยกจากราคาตามสัญญาเฉพาะราย ตารางเปรียบเทียบของ Compareor ลงค่า EOR ของ Remote ไว้ที่ 599 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งต่างจากราคา 699 ดอลลาร์ที่ Remote แสดงสำหรับไทย ตารางนั้นไม่ได้ให้เงื่อนไขใบเสนอราคาสำหรับพนักงานไทยคนเดียวกัน จึงใช้ตัวเลขจากสองหน้ามาคำนวณสลับกันไม่ได้ หากมีส่วนลดหรือข้อผูกพันตามสัญญา ต้องนำราคาที่เสนอจริงมาแทนตัวเลขเผยแพร่ทั้งสองฝั่ง

ขอบเขตงานก็มีผลต่อการเทียบราคาเช่นกัน บริษัทควรถามว่าการร่างสัญญา การขึ้นทะเบียนพนักงาน การจ่ายเงินเดือน การยื่นรายการตามกฎหมาย และการจัดการเมื่อพนักงานออกจากงานอยู่ในค่าบริหารส่วนใด งานที่รวมอยู่ช่วยลดภาระการดำเนินการภายในบริษัท แต่ไม่ทำให้ภาระเงินเดือนหรือสิทธิของลูกจ้างหายไป การแยกค่าบริหารออกจากค่าใช้จ่ายเหล่านี้จึงเป็นจุดเริ่มของการเทียบที่ใช้ได้จริง

ภาระนายจ้างไทยที่ต้องใส่ในฐานคำนวณ

เงินเดือนเป็นก้อนใหญ่ที่สุดในตัวอย่างการจ้างหนึ่งคน แต่ไม่ใช่รายการเดียวที่เกิดประจำ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 หนังสือเวียนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่แนบกฎกระทรวง ระบุเพดานฐานค่าจ้าง 17,500 บาท และเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือนในช่วงปี 2569–2571 ตัวอย่างต้นทุนจึงต้องใส่เงินสมทบส่วนของนายจ้างสำหรับลูกจ้างที่มีเงินเดือนสูงกว่าเพดาน ส่วนเงินสมทบของลูกจ้างเป็นเงินที่หักจากค่าจ้าง ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายนายจ้างอีกก้อนหนึ่ง

สวัสดิการต้องระบุเป็นสิทธิที่พนักงานจะได้รับ ไม่ใช่เพียงชื่อแพ็กเกจในใบเสนอราคา ประกันสุขภาพอาจต่างกันทั้งวงเงิน ผู้ที่ได้รับความคุ้มครอง และค่าเบี้ยที่บริษัทต้องออกเอง เช่นเดียวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โบนัส หรือเงินช่วยเหลือที่บริษัทเสนอเพิ่มเติม ถ้าผู้ให้บริการรายหนึ่งรวมเพียงงานบริหารสวัสดิการ แต่อีกรายรวมค่าเบี้ยบางส่วน การเทียบค่าบริหารอย่างเดียวจะทำให้ข้อเสนอที่พนักงานได้รับไม่เท่ากัน

ค่าใช้จ่ายบางรายการควรบันทึกตามจังหวะที่เกิดจริง เงินเดือนรายเดือนครอบคลุมค่าจ้างในช่วงวันลาที่ได้รับค่าจ้างอยู่แล้ว จึงไม่ควรบวกเงินเดือนช่วงลาซ้ำ ต้นทุนเพิ่มอาจเกิดจากการจ้างคนทดแทน ค่าล่วงเวลา หรือสิทธิที่บริษัทให้สูงกว่าเงื่อนไขเดิม อุปกรณ์ทำงานและค่าใช้จ่ายเริ่มงานก็ต้องแยกจากค่าบริหาร EOR หากเป็นสิ่งที่บริษัทผู้ว่าจ้างรับผิดชอบ

ตัวอย่างเงินเดือนเดียวกันให้ผลต่างเท่าไร

ตัวอย่างสมมติ ให้พนักงานไทยหนึ่งคนรับเงินเดือน 60,000 บาทต่อเดือน บริษัทตั้งงบสวัสดิการเพิ่มเติม 2,000 บาทต่อเดือน และใช้อัตราคำนวณ 36 บาทต่อดอลลาร์กับค่าบริการทั้งสองราย ตัวเลขสวัสดิการและอัตราแลกเปลี่ยนนี้เป็นสมมติฐานเพื่อให้เทียบฐานเดียวกัน ไม่ใช่ราคาประกันหรืออัตราที่ผู้ให้บริการรับประกันว่าจะเรียกเก็บจริง

  • Deel: เงินเดือน 60,000 บาท + เงินสมทบฝ่ายนายจ้าง 875 บาท + สวัสดิการสมมติ 2,000 บาท + ค่าบริหาร 599 × 36 หรือ 21,564 บาท = 84,439 บาทต่อเดือน
  • Remote: เงินเดือน 60,000 บาท + เงินสมทบฝ่ายนายจ้าง 875 บาท + สวัสดิการสมมติ 2,000 บาท + ค่าบริหาร 699 × 36 หรือ 25,164 บาท = 88,039 บาทต่อเดือน

ภายใต้สมมติฐานนี้ Deel ต่ำกว่า 3,600 บาทต่อเดือน หากจ้างครบ 12 เดือนโดยเงินเดือน สวัสดิการ ราคา และอัตราแปลงสกุลเงินคงเดิม ยอดรวมจะเป็น 1,013,268 บาทสำหรับ Deel และ 1,056,468 บาทสำหรับ Remote ส่วนต่างตลอดปีเท่ากับ 43,200 บาท ผลคูณนี้เป็นงบเปรียบเทียบก่อนโบนัส ค่าใช้จ่ายที่เกิดครั้งเดียว และภาระตามเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิด จึงไม่ควรนำไปเรียกว่ายอดใบแจ้งหนี้แน่นอน

การคำนวณแบบเดียวกันยังช่วยเห็นผลของข้อเสนอที่ต่างกัน หากรายหนึ่งเสนอค่าบริหารต่ำกว่า แต่ชุดสวัสดิการที่บริษัทต้องการมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ส่วนต่างที่เห็นจากค่าบริหารอาจลดลงหรือกลับทิศได้ ในทางกลับกัน หากสิทธิพนักงานและเงื่อนไขอื่นเท่ากันจริง ส่วนต่างค่าบริหารก็ยังเป็นเงินประหยัดที่จับต้องได้ ข้อสรุปจึงขึ้นกับรายการที่อยู่ใต้ตัวเลขราคา ไม่ใช่การคาดว่าทุกรายการจะต่างกันเสมอ

อัตราแลกเปลี่ยนกับสวัสดิการเปลี่ยนยอดอย่างไร

เมื่อค่าบริหารตั้งเป็นดอลลาร์ แต่เงินเดือนพนักงานอยู่ในเงินบาท ต้องรู้ทั้งสกุลเงินบนใบแจ้งหนี้และวิธีแปลงรายการแต่ละชนิด ถ้าคิดเฉพาะส่วนต่างค่าบริหาร 100 ดอลลาร์ อัตราสมมติ 35 บาทต่อดอลลาร์ทำให้ต่างกัน 3,500 บาทต่อเดือน ส่วนอัตรา 37 บาททำให้ต่างกัน 3,700 บาท ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการทดสอบความไวของแบบคำนวณ ไม่ใช่การคาดการณ์ค่าเงินบาท

ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้จำกัดอยู่ที่ค่าบริหาร หากบริษัทจ่ายใบแจ้งหนี้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ แต่ผู้ให้บริการต้องจ่ายเงินเดือนและค่าใช้จ่ายในไทยเป็นบาท ยอดที่บริษัทถูกเรียกเก็บอาจขึ้นกับวันแปลงเงินและอัตราที่ใช้กับเงินเดือนทั้งก้อนด้วย จึงต้องถามให้ชัดว่าเงินเดือนเงินบาทถูกแปลงเมื่อใด อัตราอ้างอิงมาจากไหน และมีส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าธรรมเนียมชำระเงินอยู่ในรายการใด ไม่ควรนำอัตราสมมติในตารางไปแทนวิธีออกใบแจ้งหนี้ของผู้ให้บริการ

สำหรับสวัสดิการ ให้ขอราคาโดยกำหนดสิทธิชุดเดียวกันสำหรับพนักงานคนเดียวกัน ทั้งความคุ้มครองสุขภาพ ผู้ติดตาม วันลา และสิทธิที่บริษัทตั้งใจให้เพิ่มเติม หากรายหนึ่งเสนอสิทธิที่กว้างกว่า การตัดรายการนั้นทิ้งเพื่อให้ตัวเลขถูกลงจะเปลี่ยนข้อเสนอจ้าง ไม่ใช่ลดต้นทุนของข้อเสนอเดิม ควรดูด้วยว่าค่าเบี้ยเรียกเก็บรายเดือน รายปี หรือชำระล่วงหน้า เพราะยอดเงินสดช่วงเริ่มงานอาจต่างจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน

เมื่อออกจากงาน ต้องมองทั้งต้นทุนและเงินสด

ค่าชดเชยเลิกจ้างเป็นภาระตามเหตุและอายุงาน ไม่ใช่ค่าบริการที่เกิดทุกเดือน ข้อมูลสิทธิกรณีถูกเลิกจ้างของกระทรวงแรงงาน ระบุว่า เมื่อเข้าเงื่อนไขและไม่มีข้อยกเว้น ลูกจ้างที่ทำงานครบ 120 วันแต่ไม่ครบหนึ่งปีมีสิทธิได้ค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 30 วัน ส่วนผู้ที่ทำงานครบหนึ่งปีแต่ไม่ครบสามปีมีสิทธิไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 90 วัน สำหรับเงินเดือนสมมติ 60,000 บาท ตัวเลขสองช่วงนี้เท่ากับประมาณ 60,000 และ 180,000 บาทตามลำดับ

จำนวนดังกล่าวทำให้เห็นขนาดของความเสี่ยงทางการเงิน: ค่าชดเชยตามตัวอย่างแม้ในช่วงอายุงานแรกก็สูงกว่าส่วนต่างค่าบริหารรายปี 43,200 บาท แต่ไม่ได้แปลว่าจะต้องจ่ายค่าชดเชยทุกครั้งที่ความสัมพันธ์จ้างสิ้นสุดลง เหตุที่ออกจากงานและเงื่อนไขตามกฎหมายเป็นตัวกำหนดสิทธิ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาค่าจ้างช่วงบอกกล่าวล่วงหน้าหรือเงินแทนการบอกกล่าว ตลอดจนวันลาคงเหลือและข้อตกลงพิเศษในสัญญา โดยแยกแต่ละรายการไม่ให้คิดซ้ำ

เงินสำรองหรือเงินจ่ายล่วงหน้าเป็นอีกคำถามหนึ่งของกระแสเงินสด หากใบเสนอราคากำหนดให้วางเงินไว้รองรับภาระเมื่อสิ้นสุดการจ้าง เงินนั้นอาจทำให้ยอดที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงานสูงขึ้น แม้ส่วนที่เหลือจะมีเงื่อนไขคืนในภายหลัง จึงควรขอให้ระบุฐานคำนวณ ผู้ถือเงิน รายการที่หักได้ และวันคืนเงินอย่างชัดเจน ต้นทุนสุทธิกับเงินสดที่ต้องมีพร้อมจ่ายเป็นคนละตัวเลข และทั้งคู่มีผลต่อการตัดสินใจของบริษัทขนาดเล็ก

โครงสร้างนิติบุคคลเปลี่ยนสิ่งที่ควรเปรียบเทียบ

บริษัทที่ยังไม่มีนิติบุคคลในไทยกำลังซื้อบริการ EOR เพื่อจ้างผ่านนายจ้างตามกฎหมายในประเทศ ส่วนบริษัทที่มีนิติบุคคลของตนเองอยู่แล้วอาจต้องการเพียงบริการประมวลผลเงินเดือนหรือช่วยบริหารงานบุคคล สองกรณีนี้แบ่งความรับผิดชอบต่างกัน จึงไม่ควรนำราคาบริการเงินเดือนทั่วไปมาเทียบกับราคา EOR แล้วสรุปว่าผู้ให้บริการใดถูกกว่าโดยไม่ดูว่าใครเป็นนายจ้างในสัญญาจ้าง

ชื่อของนิติบุคคลนายจ้างในไทยมีผลต่อการทำสัญญา การจ่ายสิทธิพนักงาน และการจัดการเมื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการ หากบริษัทวางแผนตั้งนิติบุคคลเองในภายหลัง ควรถามตั้งแต่ต้นว่าจะย้ายการจ้างอย่างไร อายุงานเดิมจะถูกจัดการแบบใด และใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากการสิ้นสุดหรือเริ่มสัญญาใหม่ คำตอบเหล่านี้อาจสำคัญกว่าส่วนต่างค่าบริหารในช่วงที่การจ้างกำลังเปลี่ยนโครงสร้าง

คำถามที่ทำให้ใบเสนอราคาเทียบกันได้

ก่อนลงชื่อ ให้ส่งรายละเอียดตำแหน่ง เงินเดือน วันเริ่มงาน และสิทธิพนักงานชุดเดียวกันแก่ทั้งสองราย แล้วขอใบเสนอราคาที่แยกต้นทุนประจำ ค่าใช้จ่ายครั้งเดียว และเงินที่อาจต้องวางล่วงหน้า คำถามที่ควรได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรมีดังนี้

  • นิติบุคคลใดจะเป็นนายจ้างตามสัญญาในไทย และค่าบริหารครอบคลุมงานสัญญา เงินเดือน ภาษี และการจัดการเมื่อออกจากงานถึงขั้นใด
  • เงินเดือน เงินสมทบฝ่ายนายจ้าง ค่าเบี้ยสวัสดิการ โบนัส และอุปกรณ์ทำงานแสดงเป็นรายการแยกกันหรือไม่
  • ราคา EOR ที่เสนอคิดรายเดือนตามการใช้งานหรือผูกกับระยะสัญญา และมีส่วนลดหรือค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตามเงื่อนไขใด
  • ใบแจ้งหนี้ออกเป็นสกุลเงินใด เงินเดือนเงินบาทถูกแปลงเมื่อใด และมีส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าธรรมเนียมชำระเงินตรงไหน
  • ต้องวางเงินสำรองหรือจ่ายล่วงหน้าหรือไม่ ยอดนั้นคำนวณจากอะไร และส่วนที่เหลือจะคืนเมื่อใด
  • เมื่อพนักงานลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือย้ายไปอยู่กับนิติบุคคลของบริษัทเอง ใครคำนวณและจ่ายสิทธิค้างอยู่ และมีค่าดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่

หากคำตอบด้านสิทธิพนักงาน อัตราแปลงเงิน และภาระตามสัญญาเท่ากัน ราคา Deel ที่ต่ำกว่าจะลดต้นทุนในตัวอย่างนี้ได้จริง หากคำตอบต่างกัน ให้ตัดสินจากยอดรวมและช่วงเวลาที่ต้องจ่ายเงินตามใบเสนอราคาของการจ้างคนเดียวกัน

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0