Plausible หรือ Fathom: เว็บเดียวเริ่มถูกกว่า แต่ 50 เว็บทำคำตอบพลิก

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|3 นาทีในการอ่าน
Plausible หรือ Fathom: เว็บเดียวเริ่มถูกกว่า แต่ 50 เว็บทำคำตอบพลิก

ถ้ามีเว็บเดียวและทราฟฟิกไม่มาก Plausible เริ่มถูกกว่า: แพ็กเกจของ Plausible คิด 9 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับ Starter ที่รองรับหนึ่งเว็บและ 10,000 pageviews ขณะที่ แพ็กเกจของ Fathom เริ่ม 15 ดอลลาร์ต่อเดือน แต่รองรับ 50 เว็บไซต์และ 100,000 pageviews รวมกัน ผู้ที่ดูแลเว็บลูกค้าจำนวนมากจึงได้ประโยชน์จากโควตาเว็บไซต์ของ Fathom แม้ราคาเริ่มต้นสูงกว่า

คำตอบเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อความต้องการไม่ใช่แค่นับผู้เข้าชม Plausible Business เหมาะกับทีมที่ต้องดู funnels และเส้นทางผู้ใช้ ส่วน Fathom เหมาะกับพอร์ตหลายเว็บที่ต้องการรายงานและการแชร์แดชบอร์ดในแพ็กเดียว ทั้งสองคิดค่าบริการตามปริมาณใช้งาน จึงต้องแยกคำถามเรื่องจำนวนเว็บออกจากคำถามเรื่องทราฟฟิกก่อนเทียบราคา

ราคาเริ่มต้นซื้อโควตาคนละแบบ

Plausible แบ่งฟีเจอร์และจำนวนเว็บตามแพ็ก Starter รองรับเว็บเดียว Growth เริ่ม 14 ดอลลาร์ต่อเดือนและรองรับสามเว็บ ส่วน Business เริ่ม 19 ดอลลาร์ต่อเดือนและรองรับสิบเว็บ ตัวเลขเริ่มต้นเหล่านี้ผูกกับโควตาทราฟฟิกระดับต่ำสุด หากยอดใช้งานเพิ่ม ราคาของแพ็กเดิมก็เพิ่มได้ การเห็นราคา Business ที่ 19 ดอลลาร์จึงยังบอกต้นทุนของพอร์ตที่มีผู้ชมมากไม่ได้

Fathom ใช้ชุดฟีเจอร์เดียวกันในทุกระดับราคา แล้วขยับค่าบริการตามยอด pageviews รวมของบัญชี แพ็ก 15 ดอลลาร์ครอบคลุมไม่เกิน 100,000 pageviews ต่อเดือน; ระดับ 200,000 pageviews อยู่ที่ 25 ดอลลาร์ และระดับ 500,000 pageviews อยู่ที่ 45 ดอลลาร์ เว็บไซต์ในบัญชีใช้โควตาเดียวกันทั้งหมด จึงไม่มีโควตา 100,000 pageviews แยกให้แต่ละเว็บ

จำนวนเว็บที่รวมอยู่ในราคาเป็นเพดานอีกชุดหนึ่ง ซึ่งแยกจากเพดานทราฟฟิก Fathom รวมอย่างน้อย 50 เว็บในทุกแพ็ก และขายชุดเพิ่มอีก 50 เว็บในราคา 10 ดอลลาร์ต่อเดือนหากต้องการขยายพอร์ต ส่วน Plausible กำหนดจำนวนเว็บตามระดับ Starter, Growth และ Business; ความต้องการที่เกินแพ็กมาตรฐานต้องเข้าสู่เงื่อนไข Enterprise ซึ่งไม่มีราคาเดียวสำหรับทุกลูกค้า

การใช้งานที่นำไปคิดแพ็กไม่ได้มีเพียงการเปิดหน้าเว็บ ทั้งสองบริการนับ custom events รวมกับ pageviews ที่ใช้คิดค่าบริการด้วย หากเว็บติดตามการส่งแบบฟอร์ม การสมัครสมาชิก หรือการกดปุ่ม ยอดจากเครื่องมือวิเคราะห์อาจสูงกว่าตัวเลข pageviews ล้วน ๆ ในกรณีที่อยู่ใกล้ขอบแพ็ก เหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้ต้องใช้ระดับราคาถัดไปโดยที่จำนวนผู้เข้าชมไม่ได้เพิ่ม

การเทียบค่าใช้จ่ายควรใช้รอบชำระเงินเดียวกัน ราคาที่กล่าวถึงในที่นี้เป็นราคาแบบจ่ายรายเดือนในดอลลาร์สหรัฐ ทั้งสองบริการมีส่วนลดเมื่อเลือกชำระรายปี แต่ส่วนลดนั้นไม่เปลี่ยนความต่างหลัก: Plausible ให้ราคาเริ่มต้นต่ำสำหรับเว็บเดียว ขณะที่ Fathom ให้พื้นที่สำหรับหลายเว็บตั้งแต่แพ็กแรก การนำราคาแบบรายปีของรายหนึ่งไปเทียบกับรายเดือนของอีกรายจะทำให้ส่วนต่างดูมากหรือน้อยเกินจริง

เอเจนซี 20 เว็บ: คิดจากทราฟฟิกรวมก่อนหารต้นทุนต่อเว็บ

พอร์ตสมมติของเอเจนซี 20 เว็บไซต์อยู่ในโควตาเว็บของ Fathom แต่เกินขีดจำกัด Plausible Business

สมมติว่าเอเจนซีดูแล 20 เว็บไซต์ และแต่ละเว็บมี 5,000 pageviews ต่อเดือน ยอดรวมคือ 100,000 pageviews หากไม่มี custom events เพิ่ม ยอดนี้พอดีกับโควตาเริ่มต้นของ Fathom ที่ 15 ดอลลาร์ต่อเดือน เมื่อนำค่าใช้จ่ายมาหารจำนวนเว็บจะเท่ากับ 0.75 ดอลลาร์ต่อเว็บต่อเดือน แต่ตัวเลขต่อเว็บนี้เป็นเพียงผลหารเพื่อมองต้นทุนพอร์ต ไม่ใช่ราคาหรือโควตาที่ Fathom รับประกันให้เว็บแต่ละแห่ง

ในตัวอย่างเดียวกัน Plausible Business รองรับได้ไม่เกินสิบเว็บต่อแพ็ก การเทียบราคาเริ่มต้น 19 ดอลลาร์ของ Business กับ 15 ดอลลาร์ของ Fathom จึงเทียบสิ่งที่รองรับจำนวนเว็บไม่เท่ากัน เอเจนซีอาจขอราคา Enterprise หรือแยกการสมัครใช้บริการตามพอร์ตลูกค้า แต่ก่อนทราบเงื่อนไขจริงยังสรุปราคาของ Plausible สำหรับ 20 เว็บไม่ได้

ถ้าพอร์ตขยายเป็น 50 เว็บไซต์โดยทราฟฟิกรวมยังอยู่ในระดับแพ็กเริ่มต้น Fathom ยังรองรับจำนวนเว็บในบัญชีเดียว ผลหารค่าใช้จ่ายจะเหลือ 0.30 ดอลลาร์ต่อเว็บต่อเดือน กรณีนี้ทำให้ข้อได้เปรียบของ Fathom ชัดขึ้นในด้านจำนวนเว็บที่รวมอยู่ในราคา แต่ไม่ได้หมายความว่าโควตาทราฟฟิกเพิ่มตามจำนวนลูกค้า: ทั้ง 50 เว็บยังแบ่งยอดใช้งานรวมก้อนเดียวกัน

สมมติฐานเรื่องทราฟฟิกมีผลต่อคำตอบมาก หากบางเว็บมีผู้ชมสูงกว่าเว็บอื่นมาก โควตาร่วมอาจหมดเพราะลูกค้าเพียงไม่กี่ราย แม้จำนวนเว็บยังไม่ถึงเพดานแพ็ก ในทางกลับกัน พอร์ตเว็บขนาดเล็กจำนวนมากอาจจ่ายระดับราคาเริ่มต้นได้นานกว่าเอเจนซีที่มีเว็บน้อยแต่ทราฟฟิกหนัก การหารราคาด้วยจำนวนเว็บจึงมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อดูยอด pageviews และ custom events รวมควบคู่กัน

ยังมีต้นทุนการจัดการที่ไม่ปรากฏในผลหารต่อเว็บด้วย หากผู้ดูแลต้องแยกสิทธิ์ของลูกค้า ให้ทีมภายในแก้การตั้งค่า หรือกำหนดว่าใครเห็นข้อมูลของเว็บไซต์ใด ความสามารถด้านการแชร์และสมาชิกทีมมีผลต่อการใช้บัญชีเดียวดูแลทั้งพอร์ต ราคา Fathom สำหรับหลายเว็บจึงตอบโจทย์เอเจนซีที่ต้องเผยแพร่รายงานให้ลูกค้าดูได้ง่ายที่สุด ส่วนงานที่ต้องมีผู้ร่วมจัดการหลายคนต้องพิจารณาสิทธิ์ให้ละเอียดกว่าโควตาเว็บไซต์

สำนักพิมพ์หนึ่งเว็บ: ทราฟฟิกสูงทำให้ส่วนต่างราคากลับทาง

เว็บสำนักพิมพ์สมมติที่มี 1 ล้าน pageviews ต่อเดือนเทียบค่าใช้จ่าย Plausible Starter กับ Fathom

สำหรับสำนักพิมพ์สมมติที่มีเว็บเดียวและ 1 ล้าน pageviews ต่อเดือน ตารางเปรียบเทียบราคาแบบรายเดือน ให้ Plausible Starter อยู่ที่ 69 ดอลลาร์ และ Fathom อยู่ที่ 60 ดอลลาร์ ส่วนต่าง 9 ดอลลาร์นี้เป็นการเทียบแพ็ก Starter ของ Plausible กับแพ็กตามทราฟฟิกของ Fathom ไม่ใช่การเทียบ Plausible Business ที่มี funnels และฟีเจอร์วิเคราะห์เชิงลึกกว่า

ผลดังกล่าวอธิบายว่าทำไมราคาเริ่มต้นจึงใช้ตัดสินเว็บขนาดใหญ่ไม่ได้ Plausible เริ่มต่ำกว่าเมื่อใช้โควตา 10,000 pageviews แต่ Fathom เริ่มด้วยโควตาที่กว้างกว่า เมื่อปริมาณใช้งานเพิ่มถึงระดับของสำนักพิมพ์สมมติ ความต่างของขั้นราคาแต่ละรายจึงสำคัญกว่าค่าบริการเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม หากเว็บต้องการฟีเจอร์ของ Business การนำราคา Starter มาเป็นต้นทุน Plausible จะต่ำกว่าค่าใช้จ่ายของแพ็กที่ตอบความต้องการจริง

สำนักพิมพ์ที่วัดเฉพาะหน้าเนื้อหา แหล่งที่มาของผู้อ่าน และอีเวนต์พื้นฐานอาจพิจารณาแพ็กที่ถูกกว่าได้โดยตรง แต่ถ้าต้องดูเส้นทางจากบทความไปยังหน้าสมัครสมาชิก หรือจุดที่ผู้อ่านหลุดจากกระบวนการซื้อ ต้องเทียบความสามารถของรายงานพร้อมกับราคา การมีชื่ออีเวนต์ว่า “สมัคร” หรือ “ชำระเงิน” ไม่ได้ให้ภาพการผ่านแต่ละขั้นแบบเดียวกับรายงาน funnel

ยอดใช้งาน 1 ล้านในตัวอย่างเป็นสมมติฐานสำหรับเปรียบเทียบราคา ไม่ใช่คำทำนายค่าใช้จ่ายของทุกสำนักพิมพ์ หากติดตาม custom events จำนวนมาก ยอดที่ใช้คิดแพ็กอาจสูงกว่าจำนวน pageviews ของบทความอย่างมีนัยสำคัญ เว็บไซต์ที่ทราฟฟิกขึ้นลงตามข่าวหรือแคมเปญยังควรแยกยอดปกติออกจากช่วงที่พุ่งสูง เพราะสองสถานการณ์อาจอยู่คนละระดับราคาแม้เป็นเว็บเดียวกัน

ข้อได้เปรียบของการมีเว็บเดียวคือจำนวนเว็บไซต์ไม่เป็นตัวบังคับให้ขยับไปแพ็กที่แพงขึ้นใน Plausible ตราบใดที่ฟีเจอร์ Starter เพียงพอ ตรงกันข้าม เอเจนซีหลายเว็บอาจต้องขอเงื่อนไขใหม่แม้ทราฟฟิกรวมไม่สูง ความต่างนี้ทำให้การตัดสินใจของสำนักพิมพ์ควรเริ่มจากปริมาณใช้งานและประเภทการวิเคราะห์ ส่วนการตัดสินใจของเอเจนซีต้องเริ่มจากจำนวนเว็บพร้อมปริมาณใช้งานรวม

อายุข้อมูล Funnels และสิทธิ์ทีมเปลี่ยนคุณค่าของแพ็ก

Plausible Starter เก็บข้อมูลสามปีและเหมาะกับการใช้งานเว็บเดียวแบบผู้ดูแลคนเดียว Growth เพิ่มการแชร์แดชบอร์ดและรองรับสมาชิกทีมได้สูงสุดสามคน Business เพิ่มการเก็บข้อมูลเป็นห้าปี รองรับสมาชิกทีมได้สูงสุดสิบคน พร้อม funnels, user journeys และ custom properties ความต่างของสามแพ็กจึงเป็นทั้งระยะเวลาย้อนดูข้อมูลและวิธีที่ทีมเข้าถึงหรือวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ใช่เพียงจำนวนเว็บ

Fathom ให้ประวัติการวิเคราะห์ทั้งหมดตราบที่ยังสมัครใช้บริการ และรวม event tracking, revenue tracking, saved views กับ shared dashboards ในแพ็กปกติ เงื่อนไข “ตราบที่ยังสมัคร” สำคัญสำหรับทีมที่ต้องย้อนดูแนวโน้มหลายปี เพราะไม่ได้หมายถึงการรับประกันว่าจะเข้าถึงประวัติเดิมหลังยกเลิกบริการ ส่วน Plausible ระบุอายุข้อมูลเป็นจำนวนปีตามแพ็ก จึงควรเลือกให้ตรงกับช่วงเวลาที่องค์กรต้องใช้เปรียบเทียบ

Funnels ของ Plausible Business เหมาะกับคำถามที่มีลำดับ เช่น ผู้อ่านเข้าหน้าสมาชิก แล้วเริ่มสมัคร ก่อนชำระเงินเสร็จ รายงานประเภทนี้ช่วยแยกว่าการหลุดเกิดระหว่างขั้นใด ส่วนการบันทึกอีเวนต์หรือมูลค่ารายได้ของ Fathom ตอบได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นและมีมูลค่าเท่าไร แต่ไม่ควรถือว่าเป็นรายงานการผ่านขั้นตอนเดียวกันโดยอัตโนมัติ หากทีมต้องหาคอขวดของการสมัคร ฟีเจอร์นี้อาจมีน้ำหนักมากกว่าส่วนต่างรายเดือน

การแชร์รายงานก็ต้องแยกจากการเป็นสมาชิกทีม คู่มือแชร์แดชบอร์ดของ Fathom อธิบายว่าผู้ถือบัญชีสร้างลิงก์ให้ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานดูข้อมูลได้ และเลือกตั้งรหัสผ่านหรือวันหมดอายุได้ ผู้รับลิงก์ดูรายงาน ปรับช่วงเวลาและตัวกรอง รวมถึงดาวน์โหลดข้อมูลที่เห็นได้ แต่เปลี่ยนการตั้งค่าบัญชีหรือเว็บไซต์ไม่ได้ คู่มือยังระบุว่าบัญชีผู้ใช้สำหรับทีมที่ใช้งานได้เต็มรูปแบบอยู่ระหว่างพัฒนา

สำหรับเอเจนซีที่ต้องให้ลูกค้าอ่านผลเท่านั้น ลิงก์ดูรายงานของ Fathom อาจตรงงานและไม่ต้องเพิ่มผู้ใช้ที่มีสิทธิ์จัดการบัญชี แต่ถ้าพนักงานหลายคนต้องกำหนดเป้าหมาย เปลี่ยนการตั้งค่า และดูแลเว็บไซต์ร่วมกัน จำนวนสมาชิกทีมของ Plausible Growth หรือ Business จะกลายเป็นข้อพิจารณาโดยตรง การรองรับ 50 เว็บไซต์จึงไม่เท่ากับการรองรับผู้ดูแล 50 คนหรือการให้ลูกค้าแต่ละรายมีสิทธิ์จัดการข้อมูล

เมื่อนำเงื่อนไขเหล่านี้มาวางคู่ราคา จะเห็นว่าคำว่า “คุ้มกว่า” เปลี่ยนตามงานที่ต้องทำ พอร์ตเว็บที่ต้องแจกเพียงลิงก์รายงานให้ลูกค้าให้คุณค่ากับจำนวนเว็บของ Fathom ขณะที่ทีมผลิตภัณฑ์ซึ่งติดตามการเปลี่ยนจากผู้ชมเป็นผู้สมัครอาจให้คุณค่ากับ Business ของ Plausible มากกว่า ราคาต่อเดือนจึงต้องเทียบกับรายงานและสิทธิ์ที่ใช้งานจริง ไม่ใช่เทียบเฉพาะจำนวนช่องสำหรับเพิ่มเว็บไซต์

ข้อมูลอยู่ในสหภาพยุโรป หรือถูกทำให้นิรนามก่อนเก็บในสหรัฐฯ

Plausible เก็บข้อมูลเว็บไซต์ในสหภาพยุโรป ส่วน Fathom ส่งข้อมูลวิเคราะห์ที่ทำให้นิรนามแล้วไปเก็บในสหรัฐฯ

ตำแหน่งจัดเก็บข้อมูลวิเคราะห์เป็นความต่างที่ชัดเจนของสองบริการ ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลของ Plausible ระบุว่าข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์ถูกประมวลผลและจัดเก็บภายในสหภาพยุโรปบนโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการยุโรป และข้อมูลติดตามอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ในเยอรมนี ข้อความนี้กล่าวถึงข้อมูลผู้เข้าชมที่ใช้ทำสถิติเหมือนกันตลอดสายการประมวลผล

Fathom ใช้อีกเส้นทางหนึ่ง คำอธิบาย Data Isolation ของ Fathom ระบุว่าข้อมูลจากผู้เข้าชมในสหภาพยุโรปถูกส่งไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ยุโรปก่อน โดยตัด IP address ออกจากคำขอ แล้วจึงเก็บข้อมูลวิเคราะห์ที่ทำให้นิรนามแล้วบนโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐฯ สำหรับผู้เข้าชมนอกสหภาพยุโรป คำขอถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์สหรัฐฯ และทำให้ข้อมูลเป็นนิรนามที่นั่น

ดังนั้นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าชมยุโรปในยุโรป กับการเก็บผลวิเคราะห์ไว้ในยุโรป เป็นคนละเงื่อนไข Plausible ระบุว่าข้อมูลผู้เข้าชมที่ใช้ทำสถิติไม่ออกนอกสหภาพยุโรป ส่วน Fathom แยกสถานที่ทำให้ข้อมูลของผู้เข้าชมยุโรปเป็นนิรนามออกจากสถานที่เก็บผลวิเคราะห์ เงื่อนไขใดสำคัญกว่าขึ้นกับข้อกำหนดของลูกค้าและชนิดข้อมูลที่องค์กรต้องควบคุม

สำหรับเจ้าของเว็บในไทยที่มีผู้อ่านยุโรป เส้นทางของ Fathom หมายความว่า IP address ของผู้อ่านกลุ่มนั้นถูกจัดการในยุโรปก่อนข้อมูลวิเคราะห์ไปสหรัฐฯ แต่ถ้าสัญญาลูกค้ากำหนดให้ข้อมูลวิเคราะห์ที่จัดเก็บอยู่ในสหภาพยุโรปด้วย เส้นทางดังกล่าวไม่ตรงกับข้อกำหนดเดียวกัน การใช้บริการแบบไม่ใช้คุกกี้ของทั้งคู่จึงไม่ใช่คำตอบแทนคำถามเรื่องสถานที่ประมวลผลและจัดเก็บ

การตัดสินใจจึงเริ่มจากข้อจำกัดที่เปลี่ยนไม่ได้ก่อนราคา หากต้องเก็บข้อมูลวิเคราะห์ของผู้เข้าชมในสหภาพยุโรป และดูแลเว็บเดียวหรือจำนวนเว็บที่แพ็ก Plausible รองรับ บริการนั้นมีเงื่อนไขที่ตรงกว่า หากดูแลพอร์ตเว็บขนาดใหญ่ ยอมรับการเก็บผลวิเคราะห์ที่ทำให้นิรนามแล้วในสหรัฐฯ และต้องการให้ลูกค้าดูแดชบอร์ดผ่านลิงก์ Fathom มีข้อได้เปรียบด้านจำนวนเว็บในแพ็ก ราคาในแต่ละกรณีจึงมีความหมายเมื่อจำนวนเว็บ ยอดใช้งาน สิทธิ์ทีม และสถานที่เก็บข้อมูลตรงกับงานเดียวกันแล้ว

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0