
Oratomic ได้ทุน 475 ล้านดอลลาร์ แต่เครื่องควอนตัมยังรอปี 2030

Oratomic บริษัทพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมในเมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศยอดระดมทุนสะสม 775 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 โดยมี ARCH Venture Partners, Spark Capital, Khosla Ventures, Index Ventures, General Catalyst และ Bezos Expeditions เป็นผู้นำการลงทุน เงินทุนนี้จะใช้ขยายทีมวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ห้องแล็บ และระบบสำหรับสร้างเครื่องควอนตัมที่ทนต่อข้อผิดพลาด
รายงาน Dealroom ระบุว่าเงินรอบล่าสุดเป็น Series B ขนาด 475 ล้านดอลลาร์ ทำให้มูลค่าบริษัทเพิ่มจาก 1.5 พันล้านเป็น 5.4 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Dolev Bluvstein ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งคาดว่าเครื่องที่ใช้งานได้จริงจะพร้อมภายในปี 2030 และให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “We need to cross this tipping point where we can build a working computer that is cheap and manufacturable.” กำหนดเวลานี้เป็นเป้าหมายการพัฒนา ยังไม่ใช่กำหนดส่งมอบเครื่องให้ลูกค้า
รอบทุนเพิ่มทรัพยากร แต่ยังไม่ใช่ผลทดสอบเครื่อง

ตัวเลขทางการเงินทั้งสามตัวบอกเรื่องคนละอย่าง เงินรอบล่าสุดคือทุนที่เข้ามาในการระดมทุนครั้งนี้ ยอดสะสมรวมเงินจากรอบก่อน ส่วนมูลค่าบริษัทเป็นราคาประเมินกิจการที่ใช้ในธุรกรรมลงทุน จึงไม่ใช่จำนวนเงินสดที่บริษัทได้รับทั้งหมด การแยกความหมายเหล่านี้สำคัญเป็นพิเศษเมื่อผลิตภัณฑ์หลักยังอยู่ระหว่างสร้าง
จากยอดสะสมและขนาดรอบล่าสุด เงินที่ระดมได้ก่อนหน้านี้คิดเป็น 300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่ากิจการรอบใหม่สูงกว่ามูลค่ารอบก่อน 3.6 เท่า การเพิ่มขึ้นของราคาประเมินแสดงว่าผู้ลงทุนยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อถือหุ้นในแผนงานของ Oratomic แต่ราคานั้นไม่ได้วัดความแม่นยำของคิวบิต ความเสถียรของเครื่อง หรือรายได้จากการใช้งานจริง
ลักษณะการใช้เงินที่บริษัทระบุสอดคล้องกับงานสร้างฮาร์ดแวร์ที่ต้องรวมความเชี่ยวชาญหลายด้าน นักฟิสิกส์ต้องทำให้อะตอมอยู่ในสภาพที่ควบคุมได้ วิศวกรแสงต้องส่งสัญญาณเลเซอร์อย่างแม่นยำ และทีมควบคุมกับซอฟต์แวร์ต้องประสานการทำงานตลอดการคำนวณ การจ้างคนและเพิ่มพื้นที่ทดลองช่วยให้ทำงานเหล่านี้ได้พร้อมกันมากขึ้น แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพเมื่อทุกส่วนทำงานร่วมกัน
สำหรับตลาดทุน ความต่างระหว่างการมีทรัพยากรกับการมีเครื่องที่ใช้งานได้คือความเสี่ยงหลักของรอบนี้ เงินจำนวนมากอาจลดข้อจำกัดด้านบุคลากร อุปกรณ์ และเวลาทดลอง แต่ไม่สามารถแทนผลการวัดความผิดพลาดระหว่างคำนวณได้ มูลค่ากิจการจึงสะท้อนความคาดหวังต่อความสำเร็จในอนาคตมากกว่าสถานะของผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน
แนวทางอะตอมเป็นกลางของ Oratomic ต้องแก้ข้อผิดพลาดได้จริง

Oratomic วางแผนใช้คิวบิตที่สร้างจากอะตอมเป็นกลางซึ่งจัดตำแหน่งใหม่ได้ระหว่างการคำนวณ ตามคำอธิบายสถาปัตยกรรมของบริษัท ลำแสงเลเซอร์จะกักและเคลื่อนย้ายอะตอม ส่วนพัลส์เลเซอร์ที่ส่งครอบคลุมอะตอมหลายตัวช่วยควบคุมการทำงานร่วมกัน บริษัทประเมินว่าการรันอัลกอริทึมของ Shor บนเครื่องที่แก้ข้อผิดพลาดได้อาจต้องใช้อะตอมคิวบิตประมาณ 10,000–20,000 ตัว ตัวเลขนี้เป็นการประเมินทรัพยากรสำหรับงานคำนวณที่ระบุ ไม่ใช่จำนวนคิวบิตของเครื่องเชิงพาณิชย์ที่สร้างเสร็จแล้ว
เหตุผลที่การจัดตำแหน่งใหม่มีความสำคัญคือคิวบิตที่ต้องทำงานร่วมกันไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกันตลอดเวลา หากย้ายอะตอมเพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่ต้องการได้ ระบบอาจจัดลำดับการคำนวณและการแก้ข้อผิดพลาดได้ยืดหยุ่นขึ้น นี่เป็นข้อได้เปรียบที่สถาปัตยกรรมมุ่งใช้ แต่การเคลื่อนย้ายแต่ละครั้งยังต้องรักษาสถานะควอนตัมและควบคุมผลกระทบต่ออะตอมข้างเคียง
จำนวนอะตอมที่กักไว้ได้เป็นเพียงขนาดของระบบกายภาพ การคำนวณที่ทนต่อข้อผิดพลาดต้องนำคิวบิตกายภาพหลายตัวมาเข้ารหัสเป็นคิวบิตเชิงตรรกะ แล้วตรวจและแก้ความผิดพลาดซ้ำระหว่างทำงาน หากขั้นตอนแก้ข้อผิดพลาดเพิ่มความผิดพลาดใหม่มากเกินไป การมีอะตอมจำนวนมากก็ไม่ทำให้งานคำนวณยาวขึ้นอย่างน่าเชื่อถือ
ผลที่มีน้ำหนักจึงไม่ใช่ภาพอาร์เรย์อะตอมขนาดใหญ่เพียงภาพเดียว แต่เป็นการวัดว่าคิวบิตเชิงตรรกะผิดพลาดน้อยลงเมื่อเพิ่มทรัพยากรสำหรับการแก้ข้อผิดพลาดหรือไม่ ต้องเห็นทั้งเงื่อนไขการทดลอง วิธีคำนวณอัตราความผิดพลาด และความสามารถในการทำซ้ำ การทดสอบส่วนประกอบแยกกันช่วยพัฒนาเครื่องได้ ทว่าประสิทธิภาพของแต่ละส่วนยังต้องรักษาไว้เมื่อรวมเป็นระบบเดียว
ช่องว่างจากผลงานในห้องแล็บถึงเครื่องที่ลูกค้าใช้ได้
เครื่องควอนตัมที่ลูกค้าใช้งานได้ต้องทำมากกว่าการสร้างคิวบิตเชิงตรรกะชั่วคราว งานคำนวณต้องดำเนินต่อเนื่องผ่านการเตรียมสถานะ การสั่งงาน การตรวจแก้ข้อผิดพลาด และการอ่านผล โดยมีอัตราความผิดพลาดต่ำพอสำหรับโจทย์ที่ต้องการแก้ หากระบบหยุดบ่อยหรือผลเปลี่ยนไปมากเมื่อรันซ้ำ ความสามารถของคิวบิตแต่ละตัวจะยังแปลงเป็นบริการที่เชื่อถือได้ยาก
ความยากอีกชั้นอยู่ที่การประสานอุปกรณ์ แสงเลเซอร์ที่ควบคุมอะตอมต้องสัมพันธ์กับระบบอิเล็กทรอนิกส์ กลไกที่รักษาตำแหน่งอุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ที่ตีความผลการตรวจข้อผิดพลาด ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในส่วนหนึ่งอาจทำให้ส่วนอื่นต้องแก้มากขึ้นเมื่อขยายเครื่อง การรักษาประสิทธิภาพตลอดระบบจึงเป็นโจทย์ต่างจากการแสดงผลที่ดีที่สุดของอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว
หลังผลทดสอบภายใน ขั้นที่บอกความพร้อมต่อการใช้งานได้ชัดขึ้นคือระบบที่ผู้ใช้ภายนอกส่งงานเข้าไปรันและตรวจผลได้ พวกเขาต้องทราบว่างานประเภทใดรองรับ ใช้เวลานานเท่าใด และผลลัพธ์ทำซ้ำได้เพียงใด ข้อมูลเหล่านี้เชื่อมความสำเร็จทางฟิสิกส์กับความน่าเชื่อถือที่จำเป็นต่อการประเมินผลิตภัณฑ์
ต้นทุนก็เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่ Bluvstein กล่าวถึง เครื่องที่คำนวณได้แต่ต้องปรับแต่งด้วยแรงงานสูงทุกครั้งอาจขยายการใช้งานได้ช้า ความสามารถในการผลิตระบบที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ติดตั้งได้ และดูแลให้ทำงานสม่ำเสมอ จะมีผลต่อราคาการใช้งานพอ ๆ กับความก้าวหน้าของคิวบิตในห้องทดลอง
หมุดหมายถัดไปของแผนสร้างเครื่อง
การวัดความคืบหน้าของ Oratomic ต่อจากรอบทุนจึงอยู่ที่ผลสาธิตซึ่งเชื่อมหลายขั้นตอนเข้าด้วยกัน ผลทดสอบที่แสดงการแก้ข้อผิดพลาดซ้ำได้บนคิวบิตเชิงตรรกะหลายตัวจะบอกมากกว่าจำนวนอะตอมที่กักไว้ การรันงานที่ยาวขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่เปิดเผยจะช่วยบอกว่าข้อได้เปรียบของสถาปัตยกรรมยังคงอยู่เมื่อระบบซับซ้อนขึ้นหรือไม่
หากบริษัทเปิดให้ผู้ประเมินภายนอกทดลองระบบพร้อมข้อมูลความเสถียรและข้อจำกัดของงาน ตลาดจะเริ่มเชื่อมราคาประเมินกิจการกับสมรรถนะของเครื่องได้ชัดขึ้น จนกว่าจะมีหลักฐานระดับนั้น ระยะทางจากอาร์เรย์อะตอมและแบบจำลองการแก้ข้อผิดพลาดไปสู่เครื่องที่ใช้งานได้จริงยังเป็นงานวิศวกรรมที่ต้องทำให้สำเร็จตามแผน
อ่านเพิ่มเติม:
บทความที่เกี่ยวข้อง


Flow Engineering ได้ทุน 50 ล้านดอลลาร์ มูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 750 ล้าน

เงินทุนสตาร์ทอัพอาเซียนแตะ 7.25 พันล้านดอลลาร์ แต่ 92% ไหลสู่สิงคโปร์

Harbor ได้ทุน 10 ล้านดอลลาร์ แต่ประกัน AI agent ยังไร้ประวัติเคลม

ภัยไซเบอร์เริ่มจากบัญชีคน 52.2%—AI ทำให้เวลารับมือสั้นลง

TypeSafe AI ได้ทุน 870 ล้านดอลลาร์—Jev ยังต้องพิสูจน์ตัวเลขจากผู้สร้าง
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ