
ขอ BOI ธุรกิจซอฟต์แวร์: เงินเดือน 1.5 ล้านบาทเป็นแค่ด่านแรก

กิจการซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล หรือดิจิทัลคอนเทนต์ที่ขอส่งเสริม BOI ต้องมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนบุคลากรไทยด้านไอทีที่เข้าเกณฑ์อย่างน้อย 1.5 ล้านบาทต่อปี ตามคำอธิบายหลักเกณฑ์ของ Forvis Mazars เงินจำนวนนี้เป็นฐานคำนวณค่าใช้จ่ายบุคลากรของโครงการ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมยื่นคำขอหรือเงินก้อนที่จ่ายครั้งเดียวแล้วผ่านเกณฑ์
ผู้ก่อตั้งยังต้องระบุให้ได้ว่าทีมจะพัฒนาอะไรในประเทศไทยหลังยื่นคำขอ งานนั้นอยู่ในประเภทพัฒนาหรือปรับปรุง และรายจ่ายกับรายได้ส่วนใดเป็นของโครงการที่ขอส่งเสริม บริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ขายอยู่แล้วจึงยังมีทางยื่นได้ แต่ต้องแยกความสามารถเดิมออกจากงานที่จะทำเพิ่ม เพราะลักษณะงานเป็นตัวกำหนดประเภทกิจการและสิทธิภาษี
แยกงานพัฒนาใหม่ออกจากงานปรับปรุงอย่างไร
แผนผังประเภทกิจการของ BOI จัดการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่และการสร้างฟังก์ชันใหม่ให้ผลิตภัณฑ์เดิมไว้ในประเภท 8.1.1 ส่วนประเภท 8.1.2 ครอบคลุมงานปรับปรุง เช่น การพัฒนา API เพื่อเชื่อมระบบ การปรับส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ไม่ใช่เพียงเพิ่มภาษา และการดัดแปลงผลิตภัณฑ์เดิมตามความต้องการลูกค้า ดังนั้นการมีแอปหรือระบบเดิมอยู่ก่อน ไม่ได้ทำให้โครงการต้องอยู่ในประเภทปรับปรุงโดยอัตโนมัติ
ความแตกต่างมีผลต่อประมาณการภาษีโดยตรง งานพัฒนาอยู่ในกลุ่มสิทธิ A2 ซึ่งมีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใต้เงื่อนไขและเพดานที่กำหนด แต่งานปรับปรุงอยู่ในกลุ่ม B ซึ่งไม่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามสิทธิพื้นฐาน หากบริษัทตั้งงบโดยคาดว่าจะได้สิทธิภาษีจากงานปรับหน้าจอหรือเชื่อมต่อระบบ ควรจัดประเภทงานให้ตรงก่อนนำสิทธินั้นไปคำนวณผลตอบแทน
จุดตัดสินใจที่ใช้ได้จริงคือผลลัพธ์ของงานหลังวันยื่นคำขอ หากทีมสร้างบริการใหม่ ให้บรรยายผลิตภัณฑ์ที่จะเกิดขึ้นและกระบวนการพัฒนาในไทย หากต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมด้วยฟังก์ชันใหม่ ให้บันทึกว่าผู้ใช้ทำอะไรได้ก่อนและหลังการพัฒนา หากงานเป็นการปรับ API ส่วนติดต่อผู้ใช้ หรือผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดลูกค้า ให้ระบุขอบเขตการเปลี่ยนแปลงและประเมินเส้นทางปรับปรุงแยกต่างหาก
บางงานไม่เข้าเส้นทางเหล่านี้ เช่น เว็บไซต์ที่ไม่ใช่เว็บแอปพลิเคชัน การขายสินค้าของตนผ่านแพลตฟอร์ม การติดตั้งซอฟต์แวร์ของผู้อื่น และการเปลี่ยนภาษาโดยไม่เพิ่มความสามารถ การรับจ้างทดสอบหรือวิเคราะห์ข้อมูลโดยไม่พัฒนาเครื่องมือของตนเองก็มีข้อจำกัดเช่นกัน ชื่อบริษัทว่าเป็นธุรกิจเทคโนโลยีจึงบอกคุณสมบัติของโครงการไม่ได้ ต้องดูงานที่ทำจริง
คำนวณเงินเดือนจากบุคลากรที่เข้าเกณฑ์
ให้เริ่มจากรายชื่อคนไทยที่ทำงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ในโครงการจริง ตำแหน่งอาจเป็นผู้พัฒนาโปรแกรม วิศวกรซอฟต์แวร์ ผู้ทดสอบระบบ นักวิเคราะห์ระบบ หรือผู้สร้างงานศิลปะดิจิทัลตามลักษณะโครงการ แต่ชื่อตำแหน่งอย่างเดียวไม่พอ หน้าที่และหลักฐานทักษะต้องสัมพันธ์กับงานที่ยื่นขอส่งเสริม
ประกาศแนวปฏิบัติของ BOI ให้นับเงินได้ของบุคลากรประจำตามแบบ ภ.ง.ด.1 หรือ ภ.ง.ด.1 ก และรอบปีบัญชีของบริษัท โดยผู้ที่เคยทำงานกับนิติบุคคลเดิมต้องพ้นจากการจ้างมาอย่างน้อย 1 ปีก่อนวันยื่นคำขอจึงจะนับเป็นการจ้างเพิ่มได้ ประกาศยังให้ใช้หลักฐานทักษะ เช่น ผลการศึกษา ประสบการณ์ทำงานที่รับรองได้ หรือประกาศนียบัตรที่เกี่ยวข้อง จึงควรเก็บข้อมูลการจ้างและคุณสมบัติรายคนตั้งแต่ต้น
คู่มือส่งเสริมการลงทุนของ BOI ระบุเพิ่มเติมว่าประเภทพัฒนา 8.1.1 อาจนับเงินเดือนบุคลากรไทยด้านไอทีที่จ้างชั่วคราวได้ ขณะที่ประเภทปรับปรุง 8.1.2 ระบุเงินเดือนของคนที่จ้างเพิ่มหลังยื่นคำขอ และประกาศแนวปฏิบัติข้างต้นอธิบายการตรวจบุคลากรประจำผ่านแบบภาษี บริษัทที่ตั้งงบโดยพึ่งค่าจ้างชั่วคราวจึงควรให้ BOI ยืนยันวิธีนับของโครงการและประเภทกิจการก่อนยื่น
ทำตารางเงินเดือนตามวันที่เริ่มงาน เงินได้ที่จ่ายจริง และรอบปีบัญชี แล้วแยกทีมที่มีอยู่ก่อนออกจากตำแหน่งที่จ้างเพิ่ม ตัวอย่างสมมติคือแผนจ้างที่ถึงเกณฑ์เมื่อคิดเงินเดือนเต็มปี แต่อาจต่ำกว่าเกณฑ์ในรอบแรกหากพนักงานเริ่มงานกลางปี การเผื่อเวลาสรรหาคนและช่วงตำแหน่งว่างจึงเป็นส่วนของงบประมาณ ไม่ใช่เพียงการคูณเงินเดือนรายเดือนด้วยจำนวนคน
เพดานยกเว้นภาษีผูกกับรายจ่ายใด
สำหรับโครงการพัฒนาที่มีสิทธิยกเว้นภาษี วงเงินใช้สิทธิในแต่ละปีอิงรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงในปีนั้น ได้แก่ เงินเดือนบุคลากรไทยด้านไอทีส่วนที่เข้าเงื่อนไข ค่าอบรมที่เกี่ยวกับการพัฒนา และค่าใช้จ่ายเพื่อรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด เงินเดือนที่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำจึงไม่ได้ทำให้กำไรทั้งหมดของบริษัทได้รับยกเว้นภาษี และรายจ่ายสำนักงานทั่วไปก็ไม่กลายเป็นวงเงินภาษีของโครงการ
ค่าอบรมมีเงื่อนไขต่างจากเงินเดือน ผู้เข้าอบรมอาจเป็นคนที่จ้างก่อนหรือหลังยื่นคำขอได้ แต่หลักสูตรต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล และต้องมีหลักฐานผู้ผ่านการอบรมกับใบเสร็จ ค่าเรียนกับหน่วยงานภายนอกหรือหลักสูตรออนไลน์อาจรวมค่าเดินทางและค่าสอบตามเงื่อนไข ส่วนโครงการร่วมกับสถาบันการศึกษาต้องมีข้อตกลงที่แสดงหลักสูตร ระยะเวลา และผู้เข้าอบรม
ค่าขอรับรองมาตรฐานต้องเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้ใบรับรองตามเกณฑ์ครั้งแรก ไม่ใช่ค่าต่ออายุ บริษัทจึงควรแยกใบเสร็จค่าฝึกอบรม ค่าที่ปรึกษา ค่าประเมิน และค่ารับรองออกจากรายจ่ายดำเนินงานอื่น พร้อมเก็บหลักฐานว่าใบรับรองยังมีผลใช้ได้ รายจ่ายฝึกอบรมและรับรองต้องเกิดหลังยื่นคำขอ อยู่ในรอบปีบัญชีที่ขอใช้สิทธิ และไม่ถูกนำไปใช้รับสิทธิซ้ำจากมาตรการอื่น
การทำบัญชีแยกโครงการช่วยตอบคำถามสองชุดพร้อมกัน: รายจ่ายนั้นเป็นของกิจการที่ได้รับส่งเสริมหรือไม่ และเกิดในปีที่ใช้คำนวณวงเงินหรือไม่ หากรวมเงินเดือนทีมเดิม ค่าอบรมทั่วไป หรือค่าต่ออายุใบรับรองไว้ในบัญชีเดียวกัน บริษัทจะต้องย้อนแยกรายการเมื่อขอใช้สิทธิ และตัวเลขในแผนธุรกิจอาจไม่ตรงกับหลักฐานที่จ่ายจริง
รายได้ใดใช้สิทธิของโครงการได้
รายได้ที่นำไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีต้องสัมพันธ์โดยตรงกับซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม หรือดิจิทัลคอนเทนต์ที่พัฒนาในโครงการ รายได้จากการขายผลงาน ค่าสมาชิก ค่าอนุญาตใช้ และค่าบริการตามการใช้งานอาจเข้าเกณฑ์ได้ตามลักษณะผลิตภัณฑ์ รายได้จากการติดตั้ง ทดสอบ ปรับปรุง หรือบำรุงรักษาก็ต้องโยงกลับไปยังผลงานที่ได้รับส่งเสริม ไม่ใช่งานบริการใด ๆ ของบริษัท
สำหรับแพลตฟอร์ม ค่าบริการจากการใช้ระบบที่พัฒนาในโครงการต่างจากค่านายหน้าที่บริษัทรับในฐานะตัวกลาง รายได้จากการขายสินค้า ค่าขนส่ง ค่าจัดหาฮาร์ดแวร์ และค่าที่ปรึกษาไม่ควรถูกรวมกับรายได้ของผลงานที่ได้รับส่งเสริมเพียงเพราะอยู่ในใบแจ้งหนี้ของนิติบุคคลเดียวกัน การแยกรหัสรายได้ สัญญา และคำอธิบายบริการตามผลิตภัณฑ์จะช่วยให้เห็นฐานรายได้ที่เกี่ยวกับโครงการจริง
หากขอส่งเสริมการพัฒนาฟังก์ชันใหม่บนผลิตภัณฑ์เดิม วันที่เริ่มมีรายได้ของโครงการสัมพันธ์กับการจำหน่ายหรือให้บริการผลิตภัณฑ์หลังมีส่วนที่พัฒนาเพิ่มตามแผน รายได้เดิมที่เกิดก่อนส่วนใหม่นั้นจึงไม่ควรถูกนำมาปะปนโดยไม่มีหลักฐานแยก การทำแผนที่รายได้ตั้งแต่ยื่นคำขอทำให้ประมาณการสิทธิภาษีสอดคล้องกับสิ่งที่จะขายจริง
เตรียมหลักฐานและกำหนดเปิดดำเนินการ
เอกสารโครงการควรเล่าเส้นทางเดียวกันตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ งานพัฒนา บุคลากร ไปจนถึงรายได้ แผนงานต้องแสดงความสามารถเดิมและความสามารถที่จะพัฒนา เทคโนโลยีที่ใช้ ตารางดำเนินงานในไทย ลูกค้า ช่องทางขาย รูปแบบรายได้ และทีมที่รับผิดชอบ สำหรับงานต่อยอด ควรมีหลักฐานที่ทำให้เปรียบเทียบผลก่อนและหลังได้อย่างชัดเจน
แบบคำขอเปิดดำเนินการของ BOI ให้เตรียมแบบ ภ.ง.ด.1 ก ตั้งแต่ปีที่ยื่นขอส่งเสริมถึงปีที่ขอเปิดดำเนินการ ผังองค์กร หลักฐานวุฒิหรือทักษะ และตารางเงินเดือนรายบุคคลที่ตรงกับยอดจ่ายจริง หากบุคลากรด้านไอทีไม่ได้จบสาขาไอที แบบฟอร์มให้แนบผลงานแสดงความสามารถด้วย โครงการขยายยังต้องเตรียมข้อมูลเงินเดือนของปีก่อนยื่นคำขอเพื่อแยกฐานบุคลากรเดิม
สำหรับทั้งเส้นทางพัฒนาและปรับปรุง BOI กำหนดให้เปิดดำเนินการเต็มโครงการภายใน 12 เดือนหลังออกบัตรส่งเสริม และไม่ขยายกำหนดนี้ ปฏิทินโครงการจึงต้องผูกวันยื่นคำขอ การจ้างเพิ่ม การพัฒนาผลงาน และการขอเปิดดำเนินการเข้าด้วยกัน หากผลิตภัณฑ์ยังไม่พร้อมหรือหลักฐานค่าใช้จ่ายยังไม่ครบ การมีตัวเลขเงินเดือนตามแผนก็ไม่ทำให้โครงการพร้อมเปิดดำเนินการ
บทความที่เกี่ยวข้อง


BOI-to-IPO เปิดทางบริษัทญี่ปุ่นระดมทุนไทย แต่ขั้นตอนยังไม่จบ

SAP ซื้อ TechWolf เพื่อมองเห็นทักษะจริง ไม่ใช่แค่ชื่อตำแหน่ง

Grab จะสอน AI ให้พาร์ตเนอร์ไทย แต่สิทธิ์เข้าร่วมยังต้องรอรายละเอียด

ตั้งเพดาน Google Forms ก่อนข้อมูลเต็ม 1 GB: คำตอบพร้อมกันอาจเกินโควตา

e-Tax Invoice ทำเองหรือใช้ตัวแทน ต้นทุนระบบซ่อนอยู่คนละจุด
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ