
Apate ส่ง AI ล่อมิจฉาชีพ 2.5 ล้านครั้ง แต่ตัวเลขผลสำเร็จยังมาจากบริษัท

เมื่อ 14 ตุลาคม 2026 TechCrunch รายงานคำกล่าวของ Apate.ai ว่าเอเจนต์ AI ของบริษัทสนทนากับผู้ต้องสงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพแล้ว 2.5 ล้านครั้ง และใช้เวลาของคู่สนทนารวมเทียบเท่า 17 ปี ระบบให้บอตแสร้งเป็นเป้าหมายของการหลอกลวง เพื่อดึงรายละเอียดที่ธนาคารและผู้ให้บริการสื่อสารอาจนำไปใช้ป้องกันลูกค้า ยอดบทสนทนาและเวลาสะสมเป็นตัวเลขที่บริษัทให้ไว้ ยังไม่ใช่จำนวนคดีหรือความเสียหายที่พิสูจน์ได้ว่าป้องกันสำเร็จ
รายงานของศูนย์ต่อต้านการหลอกลวงแห่งชาติออสเตรเลีย ระบุว่า TPG Telecom ทดลองใช้ Apate.ai กับสายหลอกลวง และมีเวลาที่มิจฉาชีพคุยกับบอตสะสม 7 เดือน อีกด้านหนึ่ง Commonwealth Bank of Australia ใช้บอตเพื่อเก็บข่าวกรองเกี่ยวกับวิธีหลอกลวง และนำข้อมูลไปเสริมการตรวจจับในเวลาใกล้เคียงจริง รายงานนี้ยืนยันว่ามีการใช้งานในออสเตรเลีย แต่ข้อมูลกรณีธนาคารและโทรคมนาคมมาจากภาคส่วนที่ใช้งาน จึงไม่ได้ตรวจรับรองยอดสะสมล่าสุดหรือผลป้องกันความเสียหายทั้งหมดของ Apate.ai
บอตทำอะไรระหว่างคุยกับผู้ต้องสงสัย

กลไกของ Apate.ai เริ่มจากการทำให้ผู้ต้องสงสัยได้สนทนากับตัวแทนที่ไม่มีเงินหรือข้อมูลส่วนตัวให้ขโมย แทนที่จะเข้าถึงผู้ใช้จริง บอตรับสาย ตอบข้อความหรืออีเมล และใช้ตัวตนที่ออกแบบให้การพูดคุยดำเนินต่อไปได้ จุดประสงค์ไม่ได้มีเพียงการถ่วงเวลา แต่รวมถึงการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายบอกช่องทางติดต่อ จุดรับเงิน และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับแผนหลอกลวง
WIRED ซึ่งสัมภาษณ์ Dali Kaafar ผู้ก่อตั้ง Apate.ai เมื่อ 10 ตุลาคม 2026 รายงานคำกล่าวของเขาว่าระบบมีบอตราว 350,000 ตัวและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยได้มากกว่า 250,000 รายการ Kaafar เรียกบอตเหล่านี้ว่า “the perfect victims for scammers” ขณะที่ผู้สื่อข่าวทดลองสนทนากับบอตรุ่นสาธิตและพบว่ามันโต้ตอบต่อเนื่องได้ การทดลองสนทนานั้นแสดงพฤติกรรมของบอตในสถานการณ์จำลอง ไม่ได้วัดว่าการใช้งานจริงลดจำนวนผู้เสียหายได้เท่าไร
บอตต้องรักษาบทสนทนาให้น่าเชื่อพอที่อีกฝ่ายจะเดินหน้าตามบทหลอกลวง หากตอบเหมือนระบบอัตโนมัติที่ใช้ข้อความตายตัว ผู้โทรอาจวางสายก่อนเปิดเผยรายละเอียดที่มีประโยชน์ ความแตกต่างของบุคลิก ภาษา และวิธีตอบจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเก็บข้อมูล ไม่ใช่เพียงวิธีทำให้สายยาวขึ้น
สายโทรศัพท์เป็นทางเข้าที่เห็นภาพง่ายที่สุด แต่แนวทางเดียวกันครอบคลุมการติดต่อผ่านข้อความ อีเมล และพื้นที่สนทนาออนไลน์ด้วย ผู้ต้องสงสัยแต่ละรายอาจพยายามชวนให้โทรกลับ ส่งลิงก์ หรือย้ายบทสนทนาไปยังช่องทางอื่น การติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางช่วยเชื่อมคำพูดในบทสนทนากับตัวบ่งชี้ที่องค์กรรับข้อมูลสามารถนำไปตรวจสอบต่อได้
การคุยกับบอตยังมีขอบเขตของมัน ผู้ต้องสงสัยอาจเลิกติดต่อก่อนให้รายละเอียด หรือให้ข้อมูลที่ใช้ครั้งเดียวแล้วเปลี่ยนใหม่ได้ ดังนั้นความยาวของสายเพียงอย่างเดียวไม่บอกคุณภาพข่าวกรอง บทสนทนาที่สั้นแต่ได้บัญชีรับเงินซึ่งตรวจสอบต่อได้ อาจมีประโยชน์ต่างจากสายยาวที่ไม่มีรายละเอียดให้ดำเนินการ
เบาะแสเดินทางจากบทสนทนาไปถึงธนาคารอย่างไร
ข้อมูลที่บอตพยายามดึงออกมาเป็นสิ่งซึ่งมักปรากฏหลังผู้เสียหายติดต่อแจ้งเหตุแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ บัญชีธนาคาร กระเป๋าคริปโต เว็บไซต์ หรือชื่อองค์กรที่ถูกแอบอ้าง การได้ข้อมูลระหว่างที่อีกฝ่ายยังพยายามหลอกบอต ทำให้ผู้รับข่าวกรองมีโอกาสเห็นแผนที่กำลังดำเนินอยู่ก่อนมีคำร้องเรียนจากลูกค้า รายละเอียดแต่ละชนิดต้องถูกตรวจสอบตามหน้าที่ของมัน ไม่ใช่นำทุกอย่างไปนับรวมเป็นผลสำเร็จชนิดเดียว
หมายเลขโทรศัพท์ช่วยเชื่อมการติดต่อที่เกิดซ้ำหรือเกิดผ่านหลายสาย เว็บไซต์ช่วยระบุหน้าปลายทางที่ผู้ต้องสงสัยพยายามพาคู่สนทนาไป ส่วนบัญชีรับเงินและกระเป๋าคริปโตชี้ไปยังปลายทางที่ถูกเสนอให้โอนเงิน ชื่อแบรนด์ที่ถูกอ้างช่วยให้ธนาคารหรือผู้ให้บริการรู้ว่าลูกค้ากลุ่มใดอาจได้รับข้อความลักษณะเดียวกัน ข้อมูลเหล่านี้เป็นเบาะแสสำหรับการตรวจสอบต่อ ยังไม่ใช่คำตัดสินว่าทุกหมายเลขหรือทุกบัญชีเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
สำหรับธนาคาร ข่าวกรองจากบทสนทนามีค่าเมื่อเชื่อมกับสัญญาณที่ธนาคารถืออยู่แล้ว หากมีผู้ต้องสงสัยบอกบัญชีปลายทาง ธนาคารสามารถใช้ข้อมูลนั้นประกอบการตรวจสอบธุรกรรมหรือคำแจ้งเหตุที่เกี่ยวข้อง หากพบเว็บไซต์ที่สวมรอยองค์กร เบาะแสอาจช่วยให้ทีมป้องกันการฉ้อโกงเข้าใจข้อความที่ลูกค้าได้รับเร็วขึ้น ผลที่เกิดขึ้นจริงจึงขึ้นอยู่กับการตรวจสอบและการตัดสินใจหลังรับข้อมูล ไม่ได้เกิดจากบอตสนทนาเพียงขั้นตอนเดียว
ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอยู่คนละจุดของกระบวนการ รายนี้มองเห็นการติดต่อที่เข้าข่ายต้องสงสัย และอาจส่งสายบางส่วนให้บอตรับเพื่อดึงข้อมูลเพิ่ม ธนาคารอยู่ใกล้จุดที่เงินอาจถูกโอนออก จึงใช้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีหลอกและปลายทางรับเงินประกอบมาตรการของตน การเชื่อมสองฝั่งทำให้การสนทนามีทางไปสู่การป้องกัน แต่แต่ละองค์กรยังต้องตัดสินใจจากข้อมูลในความรับผิดชอบของตัวเอง
ความเร็วมีผลต่อคุณค่าของเบาะแส เว็บไซต์และหมายเลขติดต่ออาจถูกเปลี่ยนเมื่อผู้ก่อเหตุรู้ว่าถูกตรวจพบ ข้อมูลที่ส่งต่อช้าอาจยังช่วยอธิบายรูปแบบการหลอกลวง แต่มีประโยชน์น้อยลงต่อการหยุดการติดต่อที่กำลังเกิดขึ้น ในทางกลับกัน การเร่งใช้ข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบก็เพิ่มโอกาสกระทบคนที่ไม่เกี่ยวข้อง จึงต้องมีขั้นตอนแยกการเก็บข้อมูลออกจากการดำเนินมาตรการ
หลักฐานจาก TPG และ Commonwealth Bank บอกอะไร
กรณี TPG Telecom แสดงว่าบอตเข้าไปอยู่ที่จุดรับสายของการทดลองจริง สถานะที่หน่วยงานรัฐบันทึกไว้คือการทดลองพิสูจน์แนวคิด ซึ่งมุ่งใช้เวลาของผู้ต้องสงสัยและดึงข้อมูลจากสายที่เข้าข่ายหลอกลวง ตัวเลขเวลาสะสมในกรณีนี้เป็นผลที่รายงานสำหรับการทดลองนั้น ไม่ควรขยายเป็นผลของทุกสายที่ผ่านเครือข่าย หรือเป็นยอดของลูกค้า Apate.ai ทั้งหมด
กรณี Commonwealth Bank แสดงปลายทางของข่าวกรอง ธนาคารใช้บอตสนทนากับผู้ต้องสงสัยและนำสิ่งที่ได้ไปเสริมการตรวจจับกลโกง การใช้งานฝั่งธนาคารจึงบอกมากกว่าการมีบอตรับสาย เพราะมีองค์กรที่รับข้อมูลไปใช้ในกระบวนการป้องกันลูกค้าจริง แต่การระบุว่าข้อมูลเข้าสู่กระบวนการ ไม่เท่ากับการวัดว่าบอตทำให้ยอดความเสียหายลดลงมากเพียงใด
สองกรณีนี้มีขอบเขตและจุดวัดต่างกัน ฝั่งผู้ให้บริการสื่อสารเน้นสายที่ส่งเข้าหาบอตและเวลาที่ใช้สนทนา ฝั่งธนาคารเน้นการเก็บวิธีหลอกลวงและการนำข่าวกรองไปช่วยระบบตรวจจับ หากนำเวลาจากการทดลองหนึ่งไปเทียบตรงกับผลของธนาคารอีกแห่ง จะปะปนกิจกรรมคนละขั้นตอนของห่วงโซ่การป้องกัน
การบันทึกกรณีใช้งานในรายงานรัฐมีน้ำหนักต่อคำถามว่าลูกค้าของ Apate.ai ใช้เทคโนโลยีจริงหรือไม่ แต่รายงานไม่ได้แสดงชุดข้อมูลระดับบทสนทนา วิธีคัดแยกสาย หรือการประเมินผลกระทบสุทธิของบอต ตัวเลขปริมาณล่าสุดจึงยังต้องอ่านตามผู้ให้ข้อมูลเดิม ขณะที่หลักฐานจากลูกค้าตอบคำถามเรื่องสถานะการใช้งานได้ชัดกว่าเรื่องประสิทธิผลรวม
เหตุใดยอดบทสนทนาจึงยังไม่ใช่ยอดป้องกันภัย

หนึ่งบทสนทนาไม่ได้หมายถึงหนึ่งมิจฉาชีพ หนึ่งเครือข่าย หรือหนึ่งคนที่รอดจากการเสียเงิน ผู้ติดต่อรายเดิมอาจโทรหลายครั้ง และบอตตัวเดียวอาจคุยกับคนละสายโดยได้ข้อมูลซ้ำกัน การนับบทสนทนาบอกขนาดกิจกรรมของระบบได้ แต่จะใช้วัดผลต่อผู้ใช้บริการต้องรู้ด้วยว่าข้อมูลจากแต่ละสายใหม่และนำไปใช้ได้มากเพียงใด
เวลาสะสมก็เป็นมาตรวัดทรัพยากรที่อีกฝ่ายใช้กับบอต ไม่ใช่เวลาที่พิสูจน์ได้ว่าไม่มีเหยื่อถูกติดต่อ ผู้ก่อเหตุอาจทำงานพร้อมกันหลายคน หรือใช้ระบบโทรและส่งข้อความอัตโนมัติ ระหว่างที่รายหนึ่งคุยกับบอต คนอื่นยังอาจติดต่อเป้าหมายจริงอยู่ ประโยชน์ด้านการถ่วงเวลาจึงมีเหตุผลรองรับในระดับการสนทนา แต่ไม่อาจแปลงตรงเป็นจำนวนคนที่ได้รับการคุ้มครอง
ข้อมูลข่าวกรองต้องผ่านการวัดอีกชั้น จำนวนรายการที่บอตเก็บได้อาจรวมเบาะแสซ้ำ เบาะแสที่หมดอายุ หรือข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วไม่เกี่ยวข้องกับกลโกง รายการที่มีประโยชน์คือรายการซึ่งผู้รับนำไปเชื่อมกับหลักฐานอื่นและใช้ตัดสินใจได้ การนับทุกหมายเลข เว็บไซต์ และบัญชีเป็นผลป้องกันสำเร็จ จะทำให้ภาพประสิทธิผลสูงเกินสิ่งที่ข้อมูลบอก
แม้ธนาคารพบความเสียหายลดลงในช่วงที่ใช้ระบบ ก็ยังต้องแยกผลของบอตจากมาตรการอื่น ธนาคารอาจปรับการเตือนลูกค้า ตรวจธุรกรรม เข้มงวดกับบัญชีรับเงิน หรือร่วมมือกับผู้ให้บริการสื่อสารในช่วงเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของยอดรวมจึงไม่บอกส่วนที่ Apate.ai ทำให้เกิดโดยลำพัง ข้อมูลที่จะตอบได้ตรงกว่าคือจำนวนเบาะแสที่ผ่านการตรวจสอบ มาตรการที่เกิดตามมา และผลของมาตรการนั้นในช่วงเวลาที่ระบุชัด
สำหรับผู้ใช้บริการ ความแตกต่างนี้มีผลต่อความคาดหวัง บอตอาจช่วยให้องค์กรเห็นรูปแบบหลอกลวงเร็วขึ้น โดยที่สายหรือข้อความหลอกลวงบางส่วนยังไปถึงคนจริงได้ ตัวเลขการทำงานขนาดใหญ่จึงบอกว่าระบบรับภาระได้มาก แต่ยังไม่รับประกันว่าลูกค้าของธนาคารหรือผู้ให้บริการสื่อสารทุกรายจะพ้นจากความเสี่ยงเดียวกัน
โมเดลนี้เกี่ยวข้องกับไทยตรงไหน
สำหรับไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประเด็นที่นำมาพิจารณาคือการเก็บตัวบ่งชี้ก่อนผู้เสียหายแจ้งเหตุ สายโทรศัพท์ ข้อความ เว็บไซต์ และบัญชีรับเงินเป็นส่วนประกอบที่อาจปรากฏในแผนหลอกลวงข้ามช่องทางได้ โมเดลของ Apate.ai พยายามให้ผู้ต้องสงสัยเปิดเผยส่วนประกอบเหล่านั้นระหว่างคุยกับบอต แล้วส่งข้อมูลให้ผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบ การใช้งานที่มีหลักฐานระบุชื่อองค์กรในเรื่องนี้อยู่ในออสเตรเลีย
ความเกี่ยวข้องต่อไทยจึงอยู่ที่ลำดับการป้องกัน หากองค์กรที่รับสายและองค์กรที่มองเห็นธุรกรรมแลกเปลี่ยนเบาะแสที่ตรวจสอบแล้วได้ทันเวลา ก็อาจพบรูปแบบใหม่ก่อนเกิดคำร้องเรียนจำนวนมาก อย่างไรก็ดี การนำโมเดลเดียวกันมาใช้ย่อมขึ้นอยู่กับช่องทางรับข้อมูล ขอบเขตความร่วมมือ และเกณฑ์ดำเนินการของแต่ละประเทศ ข้อมูลที่เปิดเผยในกรณีนี้ยังไม่ได้ระบุว่าบริการของ Apate.ai เปิดใช้กับสายโทรศัพท์หรือลูกค้าธนาคารในไทย
สิ่งที่จะทำให้ประเมินผลได้ชัดขึ้นคือข้อมูลจากองค์กรผู้ใช้ที่แยกกิจกรรมของบอตออกจากผลหลังส่งข่าวกรอง จำนวนสายที่รับได้ เบาะแสที่ตรวจสอบผ่าน การเตือนหรือการหยุดธุรกรรมที่ตามมา และช่วงเวลาที่ใช้วัดผลเป็นคนละคำถาม เมื่อเปิดเผยตัวเลขตามลำดับนี้ ผู้อ่านจึงจะเห็นว่าการคุยกับผู้ต้องสงสัยเปลี่ยนเป็นการคุ้มครองลูกค้าได้มากเพียงใด
บทความที่เกี่ยวข้อง


IPID ได้ทุน 16 ล้านดอลลาร์ เมื่อการโอนเงินเร็วเกินกว่าจะเรียกคืนทัน

GitHub ให้ AI ดักรหัสลับก่อน push เร็วขึ้น 86% แต่ยังต้องมีคนตัดสิน

Payoneer หรือ Wise ในไทย: บริษัทจำกัดอาจตัด Wise ออกจากตัวเลือก

e-Withholding Tax เหลือ 1% แต่ธุรกิจต้องปรับไฟล์บัญชีก่อน

ไทยโชว์ Nok Krasip AI ใช้ยอดขายช่วยขอสินเชื่อ แต่ไม่ได้รับประกันอนุมัติ
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ