
สร้าง Recovery Code บัญชี Microsoft: รหัสใหม่ทำให้รหัสเดิมใช้ไม่ได้ทันที

หากยังลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ได้ ให้เปิดหน้าจัดการวิธีลงชื่อเข้าใช้ เลื่อนไปที่ส่วนรหัสการกู้คืน แล้วเลือกสร้างรหัสใหม่ คำแนะนำของ Microsoft ระบุว่ารหัสกู้คืนมี 25 หลัก และทันทีที่สร้างรหัสใหม่ รหัสก่อนหน้าจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป จึงต้องเก็บฉบับใหม่แทนฉบับเก่าทุกครั้ง
ควรทำขณะที่ยังเข้าบัญชีและวิธียืนยันตัวตนที่ใช้อยู่ได้ เพราะหากโทรศัพท์หาย อีเมลสำรองปิดไป หรืออุปกรณ์ยืนยันตัวตนเสีย คุณอาจกลับไปเปิดหน้าตั้งค่าเพื่อสร้างรหัสไม่ได้ หลังสร้างรหัส ให้เก็บในที่ปลอดภัยซึ่งเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่ใช้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี
ตรวจช่องทางยืนยันตัวตนก่อนสร้างรหัส

เริ่มที่แท็บความปลอดภัยของบัญชี Microsoft แล้วเลือกจัดการวิธีการลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดูว่าบัญชีใช้ช่องทางใดพิสูจน์ตัวตนอยู่ หน้าข้อมูลความปลอดภัยของ Microsoft อธิบายว่าบัญชีเพิ่มวิธีตรวจสอบการลงชื่อเข้าใช้ได้สูงสุด 10 วิธี และควรทำให้อีเมลกับหมายเลขที่ใช้ตรวจสอบเป็นข้อมูลปัจจุบัน
ดูรายชื่ออีเมลและหมายเลขที่แสดงทีละรายการ โดยถามว่าตอนนี้ยังรับข้อความผ่านช่องทางนั้นได้จริงหรือไม่ หากกำลังจะเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ ให้จัดการวิธีที่ใช้ได้ก่อนยกเลิกหมายเลขเดิม เช่นเดียวกับอีเมลสำรองที่กำลังจะเลิกใช้ เพราะชื่อที่ยังปรากฏในบัญชีไม่ได้หมายความว่าคุณยังเปิดกล่องจดหมายหรือรับข้อความได้
ในหน้าจัดการเดียวกัน คุณอาจเห็นตัวเลือกเพิ่มอีเมลสำหรับกู้คืน Microsoft Authenticator หรือ passkey ส่วนตัวเลือกเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ใหม่อาจไม่ปรากฏในทุกบัญชี ให้เลือกจากวิธีที่หน้าบัญชีของคุณแสดงจริง เมื่อเพิ่มอีเมลหรือหมายเลขใหม่ ระบบจะส่งรหัสความปลอดภัยไปยังช่องทางนั้นเพื่อยืนยันว่าคุณเข้าถึงได้
พิจารณาด้วยว่าวิธีที่ลงทะเบียนไว้พึ่งอุปกรณ์เดียวกันหรือไม่ ตัวอย่างเช่น หากทั้งแอปยืนยันตัวตน อีเมลสำรอง และ passkey เปิดได้จากโทรศัพท์เครื่องเดียว การเสียโทรศัพท์อาจกระทบหลายช่องทางพร้อมกัน การมีวิธีที่เข้าถึงได้แยกกันจึงช่วยลดโอกาสที่เหตุขัดข้องครั้งเดียวจะตัดทางยืนยันตัวตนทั้งหมด
หากใช้อีเมลของที่ทำงานหรือสถานศึกษาเป็นช่องทางสำรอง ให้คิดถึงวันที่เปลี่ยนงานหรือจบการศึกษาด้วย อีเมลที่เคยใช้งานได้อาจไม่อยู่ในความควบคุมของคุณในภายหลัง การปรับข้อมูลขณะที่ยังรับรหัสจากช่องทางเดิมได้ง่ายกว่าการรอจนเข้าช่องทางนั้นไม่ได้แล้ว
สร้างรหัสกู้คืนและเปลี่ยนสำเนาเก่า
ขั้นตอนนี้ใช้กับบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลที่คุณยังลงชื่อเข้าใช้ได้ ชื่อเมนูอาจต่างกันตามภาษาที่ตั้งไว้ แต่ตำแหน่งที่ต้องหาอยู่ในหน้าจัดการวิธีลงชื่อเข้าใช้ของแดชบอร์ดความปลอดภัย ก่อนเริ่ม ให้เลือกที่เก็บสำหรับรหัสฉบับใหม่ไว้ก่อน เพื่อไม่ต้องตัดสินใจว่าจะนำรหัสไปไว้ที่ใดหลังรหัสปรากฏบนหน้าจอ
- ลงชื่อเข้าใช้แดชบอร์ดความปลอดภัยของบัญชี Microsoft แล้วเปิดหน้าจัดการวิธีที่คุณลงชื่อเข้าใช้ ตรวจว่ากำลังจัดการบัญชีที่ต้องการ เพราะผู้ที่ใช้หลายบัญชีอาจมีหน้าตั้งค่าความปลอดภัยแยกกัน
- เลื่อนลงไปที่หัวข้อรหัสการกู้คืน แล้วเลือกสร้างรหัสใหม่ หากคุณเคยพิมพ์หรือจดรหัสไว้ ให้จำตำแหน่งสำเนาเหล่านั้นเพื่อแทนที่หลังสร้างรหัสเสร็จ
- พิมพ์รหัสที่ปรากฏตามคำแนะนำบนหน้าเว็บ แล้วเก็บในที่ปลอดภัย หากเลือกจดด้วยตนเอง ให้ตรวจว่าคัดลอกครบและอ่านกลับได้ชัดเจน โดยอย่าเผยแพร่ตัวรหัสในข้อความหรือภาพที่ผู้อื่นอาจเห็น
- นำสำเนาใหม่ไปไว้ในที่เก็บที่เลือก จากนั้นนำสำเนาเก่าออกจากที่เก็บทุกแห่งที่จำได้ การเขียนกำกับว่าเป็นฉบับล่าสุดช่วยลดโอกาสหยิบรหัสที่ใช้ไม่ได้เมื่อจำเป็นต้องกู้บัญชี
การสร้างรหัสใหม่เป็นการเปลี่ยนรหัสที่ใช้ได้ ไม่ใช่การเพิ่มรหัสอีกฉบับให้ใช้คู่กัน หากเพียงทำรหัสที่เคยสร้างหาย คุณไม่สามารถกลับไปเรียกดูหรือดาวน์โหลดรหัสเดิมจากบัญชีได้ ขณะที่ยังลงชื่อเข้าใช้ได้ วิธีแก้คือสร้างรหัสใหม่แล้วเก็บฉบับนั้นให้เรียบร้อย
อย่ากดสร้างรหัสซ้ำเพียงเพื่อดูว่าหน้าต่างทำงานอย่างไร เพราะการกดแต่ละครั้งทำให้สำเนาที่เก็บไว้ก่อนหน้าใช้ไม่ได้ หากมีสำเนาหลายแผ่นและไม่แน่ใจว่าแผ่นใดใหม่ที่สุด ให้สร้างฉบับใหม่ขณะที่ยังเข้าบัญชีได้ แล้วแทนที่สำเนาที่สับสนทั้งหมดในคราวเดียว
ก่อนออกจากหน้าตั้งค่า ให้ตรวจว่าคุณมีสำเนาที่อ่านได้จริงและรู้ว่าจะหยิบจากที่ใดเมื่ออุปกรณ์หลักใช้ไม่ได้ การจำได้เพียงว่าเคยสร้างรหัส ไม่เพียงพอในวันที่ระบบขอให้ป้อนตัวรหัส หากใช้กระดาษ ให้ระวังงานพิมพ์ที่ตัวอักษรจางหรือรอยพับที่ทำให้อ่านบางตำแหน่งผิด
เก็บรหัสให้ปลอดภัยและหยิบได้เมื่ออุปกรณ์หาย

ที่เก็บที่เหมาะต้องตอบโจทย์สองด้านพร้อมกัน คือคนอื่นเข้าถึงรหัสได้ยาก และเจ้าของบัญชียังหยิบรหัสได้เมื่อโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้ลงชื่อเข้าใช้หายหรือเสีย ตัวอย่างหนึ่งคือฉบับพิมพ์ที่เก็บในที่เก็บเอกสารส่วนตัวซึ่งควบคุมการเข้าถึงได้ โดยไม่วางไว้ใกล้อุปกรณ์ที่ใช้เข้าบัญชีเป็นประจำ
หากต้องการเก็บแบบดิจิทัล ให้ลองคิดล่วงหน้าว่าจะเปิดที่เก็บนั้นอย่างไรโดยไม่มีอุปกรณ์หลัก การบันทึกไว้เฉพาะในโทรศัพท์ที่ใช้ Microsoft Authenticator ทำให้รหัสหายไปพร้อมช่องทางยืนยันตัวตนเมื่อเครื่องหาย ส่วนการฝากไว้ในพื้นที่เก็บไฟล์ที่ต้องเข้าด้วยบัญชี Microsoft เดียวกัน อาจทำให้เปิดรหัสไม่ได้ในเวลาที่ต้องใช้
การส่งรหัสให้ตัวเองทางอีเมลหรือแชตทำให้เกิดสำเนาเพิ่มในกล่องข้อความ อุปกรณ์ที่ซิงก์ และการสำรองข้อมูลที่คุณอาจไม่ได้ตั้งใจใช้เป็นที่เก็บ หากเลือกวิธีใด ให้รู้ว่ารหัสอยู่ตรงไหนบ้างและใครเข้าถึงพื้นที่นั้นได้ การลดจำนวนสำเนาช่วยให้จัดการได้ง่ายขึ้นเมื่อจำเป็นต้องสร้างรหัสใหม่
ตัวอย่างสมมติ: คุณใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้านลงชื่อเข้าใช้บัญชี และรับการยืนยันผ่านโทรศัพท์ หากเก็บรหัสไว้เฉพาะในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น การเสียเครื่องจะทำให้ต้องหาทางเข้าถึงไฟล์ก่อนจึงจะใช้รหัสได้ แต่หากเก็บฉบับกระดาษไว้ในที่ปลอดภัยอีกแห่ง คุณยังหยิบรหัสได้โดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์เดิม
หลังเปลี่ยนรหัส ให้ตรวจทั้งสำเนากระดาษและสำเนาดิจิทัลที่เคยทำไว้ สำเนาเก่าอาจยังดูสมบูรณ์และอ่านได้ทุกตัว แต่สถานะของรหัสเปลี่ยนไปแล้วเมื่อมีการสร้างฉบับใหม่ การเก็บไว้ปะปนกันจึงเพิ่มโอกาสเสียเวลาไปกับรหัสที่ระบบไม่รับในช่วงที่ต้องกู้บัญชี
รหัสกู้คืน รหัสตรวจสอบ และวิธีลงชื่อเข้าใช้ต่างกันอย่างไร
ทั้งสามอย่างเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของบัญชี แต่ใช้คนละจังหวะ การเตรียมรหัสผิดชนิดอาจทำให้คิดว่ามีทางกู้บัญชีแล้ว ทั้งที่สิ่งที่เก็บไว้เป็นเพียงรหัสสำหรับการยืนยันครั้งหนึ่ง ดูหน้าที่และสิ่งที่ต้องเข้าถึงของแต่ละอย่างดังนี้
- รหัสกู้คืนบัญชี: สร้างล่วงหน้าในหน้าจัดการวิธีลงชื่อเข้าใช้ แล้วเก็บฉบับปัจจุบันไว้ใช้เมื่อจำรหัสผ่านไม่ได้หรือบัญชีถูกบุกรุก รหัสนี้ไม่ใช่ข้อความที่ระบบส่งมาเพื่อตรวจสอบการลงชื่อเข้าใช้ตามปกติ
- รหัสตรวจสอบ: ระบบส่งไปยังอีเมลหรือช่องทางที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อให้คุณยืนยันว่ากำลังเข้าถึงช่องทางนั้นได้ การได้รับรหัสตรวจสอบทางอีเมลจึงไม่ได้หมายความว่าคุณสร้างรหัสกู้คืนไว้แล้ว
- วิธีลงชื่อเข้าใช้อื่น: อีเมลสำรอง แอปยืนยันตัวตน และ passkey เป็นวิธีที่บัญชีอาจแสดงให้เลือกตามการตั้งค่า แต่ละวิธีต้องพึ่งการเข้าถึงอีเมล แอป หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
หากคุณถ่ายภาพรหัสตรวจสอบจากอีเมลเก็บไว้ ภาพนั้นไม่ใช่สำเนาของรหัสกู้คืนที่สร้างจากหัวข้อรหัสการกู้คืน เช่นเดียวกับการติดตั้ง Microsoft Authenticator ที่ยังไม่ได้สร้างรหัสกู้คืนให้โดยอัตโนมัติ การเตรียมพร้อมจึงต้องตรวจทั้งวิธีที่ใช้ยืนยันตัวตนได้ในชีวิตประจำวัน และรหัสกู้คืนที่เก็บไว้สำหรับเหตุที่วิธีเหล่านั้นใช้ไม่ได้
passkey อาศัยการปลดล็อกด้วยใบหน้า ลายนิ้วมือ หรือ PIN ของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จึงต้องคิดถึงการเข้าถึงอุปกรณ์นั้นด้วย ส่วนอีเมลสำรองต้องเป็นกล่องจดหมายที่ยังเปิดได้จริง ความแตกต่างนี้ช่วยให้เลือกช่องทางสำรองที่ไม่ผูกอยู่กับจุดเสี่ยงเดียวกัน แทนการเพิ่มหลายรายการโดยไม่ได้ตรวจว่าจะใช้ได้เมื่อเกิดปัญหาหรือไม่
ใช้รหัสเมื่อเข้าบัญชีไม่ได้
หากมีรหัสกู้คืนฉบับที่ยังใช้ได้ ให้เริ่มลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ด้วยชื่อผู้ใช้ แล้วเลือกวิธีอื่นในการลงชื่อเข้าใช้ เมื่อระบบพาไปยังทางเลือกเรื่องรหัสผ่านและวิธียืนยันตัวตน ให้เลือกตัวเลือกที่ระบุว่าลืมรหัสผ่านและไม่มีช่องทางที่แสดงอยู่ จากนั้นป้อนรหัสเมื่อระบบถามว่าคุณมีรหัสกู้คืนบัญชีหรือไม่
ลำดับหน้าจออาจต่างกันตามระดับความปลอดภัยและข้อมูลติดต่อที่บัญชีมีอยู่ รหัสกู้คืนไม่ต้องใส่ช่องว่างหรือขีดคั่น และตัวพิมพ์ใหญ่เล็กไม่มีผล เมื่อป้อนรหัสที่ถูกต้อง ระบบจะให้ทางเลือกในการอัปเดตรหัสผ่าน จึงควรหยิบรหัสจากที่เก็บที่เตรียมไว้แทนการเดาจากความจำ
หากไม่มีรหัสกู้คืนและเข้าถึงวิธีตรวจสอบเดิมไม่ได้ ให้เริ่มจากตัวช่วยลงชื่อเข้าใช้ก่อนพิจารณาแบบฟอร์มกู้คืนบัญชี คำแนะนำเรื่องแบบฟอร์มของ Microsoft ระบุว่า หากเปิดการตรวจสอบสองชั้นไว้แต่เข้าถึงวิธีอื่นสำหรับการตรวจสอบไม่ได้ ฝ่ายสนับสนุนไม่สามารถส่งลิงก์รีเซ็ตรหัสผ่านหรือเปลี่ยนรายละเอียดบัญชีให้ได้ ข้อจำกัดนี้ทำให้การเก็บรหัสปัจจุบันและรักษาช่องทางยืนยันตัวตนที่ใช้ได้เป็นเรื่องที่ควรจัดการตั้งแต่ยังเข้าบัญชีได้
อ่านเพิ่มเติม:
บทความที่เกี่ยวข้อง


ตั้ง passkey บัญชี Google ให้ปลอดภัย: อย่าสร้างบนเครื่องที่ใช้ร่วมกัน

เช็กอีเมลรั่วด้วย Have I Been Pwned: ผลลัพธ์ครอบคลุมเฉพาะเหตุที่รู้แล้ว

Facebook ถูกแฮ็กต้องเริ่มที่ช่องทางกู้คืน ไม่ใช่สร้างบัญชีใหม่

Claude Code หรือ Gemini CLI: ตัวเก่งเปลี่ยนตามโมเดลและชุดทดสอบ

Proton Pass หรือ 1Password: ความเป็นส่วนตัวกับความง่ายชนะคนละด้าน
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา
รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ