FINNOMENA กับ Jitta Wealth คิดต้นทุนต่างกันตั้งแต่โครงสร้างบริการ

|ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ QUASA|2 นาทีในการอ่าน| 1
FINNOMENA กับ Jitta Wealth คิดต้นทุนต่างกันตั้งแต่โครงสร้างบริการ

FINNOMENA Funds กับ Global ETF ของ Jitta Wealth เป็นบริการลงทุนคนละประเภท จึงเทียบกันด้วยค่าธรรมเนียมบรรทัดเดียวไม่ได้ FINNOMENA Funds เป็นช่องทางซื้อกองทุนรวมจาก 21 บลจ. เริ่มต้นลงทุนได้ที่ 1 บาท และ ไม่เก็บค่าบริการลูกค้าเพิ่ม จากราคาซื้อขายกับ บลจ. รายได้ของบริการมาจากส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมกับ บลจ. แต่กองทุนรวมที่ผู้ลงทุนเลือกยังมีค่าใช้จ่ายของตัวเอง

Global ETF ของ Jitta Wealth เป็นกองทุนส่วนบุคคล ผู้ลงทุนถือสินทรัพย์ในชื่อตนเอง ขณะที่ผู้จัดการพอร์ตคัดเลือก ETF และดูแลสัดส่วนตามแผนที่เลือก รายละเอียดบริการ Global ETF ระบุว่าเริ่มลงทุนที่ 10,000 บาท และลงทุนใน ETF ต่างประเทศผ่านตลาดสหรัฐฯ ต้นทุนของบริการนี้จึงรวมงานบริหารพอร์ต การรับฝากทรัพย์สิน และธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง โดยยังต้องมองค่าใช้จ่ายภายใน ETF อีกชั้นหนึ่ง การเปรียบเทียบต่อไปนี้ใช้ Global ETF เป็นตัวแทนฝั่ง Jitta Wealth ไม่ได้เหมารวมทุกแผนของบริษัท

ผู้ลงทุนถืออะไร และมอบหมายให้ใครจัดพอร์ต

เมื่อซื้อกองทุนรวมผ่าน FINNOMENA Funds สิ่งที่ผู้ลงทุนได้คือหน่วยลงทุนของกองทุนที่เลือก สินทรัพย์ภายในกองทุนเป็นพอร์ตที่ บลจ. บริหารรวมตามนโยบายของกองนั้น ผู้ลงทุนจึงเลือกได้ว่าจะซื้อกองทุนรายตัวหรือใช้แนวทางจัดพอร์ตที่แพลตฟอร์มเสนอ แต่การถือหน่วยลงทุนไม่ได้ทำให้ผู้ลงทุนเป็นเจ้าของหุ้นหรือตราสารแต่ละรายการในพอร์ตของกองทุนโดยตรง

Global ETF วางอีกชั้นหนึ่งไว้ระหว่างผู้ลงทุนกับหลักทรัพย์: ผู้ลงทุนเลือกแผนลงทุน แล้วมอบหมายให้ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลดำเนินการภายในกรอบแผนนั้น พอร์ตถือ ETF ในชื่อผู้ลงทุน และระบบดูแลการจัดสรรสินทรัพย์กับการปรับสัดส่วน ความต่างนี้มีผลต่อคำถามว่าใครเป็นผู้เลือกหลักทรัพย์และใครเป็นผู้ลงมือปรับพอร์ตเมื่อสัดส่วนเคลื่อนจากแผน

ในทางปฏิบัติ คำว่า “จัดพอร์ต” จึงต้องอ่านให้ตรงกับหน้าที่ที่ได้รับ FINNOMENA มีบริการแนะนำและจัดพอร์ตควบคู่กับช่องทางซื้อกองทุนรวม แต่การเลือกใช้บริการเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนกองทุนรวมให้เป็นพอร์ต ETF ส่วนบุคคล ส่วนการเลือกแผน Global ETF เป็นการกำหนดกรอบให้ผู้จัดการพอร์ตทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่การส่งคำสั่งซื้อกองทุนรวมรายตัวผ่านตัวกลาง

  • รูปแบบบริการ: FINNOMENA Funds เป็นช่องทางซื้อขายหน่วยลงทุนกองทุนรวม ส่วน Global ETF เป็นนโยบายลงทุนภายใต้บริการกองทุนส่วนบุคคล
  • สิ่งที่ถือ: ฝั่งแรกถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่เลือก ฝั่งหลังถือสินทรัพย์ ETF ในพอร์ตส่วนบุคคลตามโครงสร้างของบริการ
  • ผู้เลือกสินทรัพย์: ผู้ลงทุนฝั่ง FINNOMENA เลือกกองทุนหรือแนวทางพอร์ตที่ต้องการ ขณะที่ Global ETF คัดเลือก ETF และดูแลสัดส่วนภายในแผนที่ผู้ลงทุนเลือก
  • การปรับพอร์ต: คำแนะนำบนแพลตฟอร์มกองทุนรวมกับการจัดการพอร์ตส่วนบุคคลมีขอบเขตการลงมือทำต่างกัน จึงควรดูบริการที่สมัครจริงควบคู่กับชื่อแผนลงทุน

การถือสินทรัพย์ในชื่อตนเองไม่ได้ตัดความเสี่ยงจากราคาหลักทรัพย์ ค่าเงิน หรือค่าใช้จ่ายของ ETF ออกไป เช่นเดียวกับการมีผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุนรวมไม่ได้หมายความว่ามูลค่าหน่วยลงทุนจะคงที่ โครงสร้างการถือครองบอกสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้บริการ ส่วนผลลงทุนยังขึ้นกับสินทรัพย์ที่ถือและสภาพตลาด

ค่าบริการแพลตฟอร์มเป็นศูนย์ ยังมีต้นทุนของกองทุนรวม

ข้อเสนอของ FINNOMENA Funds หมายถึงผู้ลงทุนไม่ถูกบวกค่าบริการเพิ่มเพียงเพราะส่งคำสั่งซื้อขายผ่านช่องทางนี้ ราคาที่ได้เป็นราคาเดียวกับการซื้อขายกับ บลจ. ของกองทุนเดียวกัน จึงเป็นคำตอบสำหรับค่าบริการของตัวกลาง ไม่ใช่คำตอบสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ผู้ถือหน่วยลงทุนแบกรับ

กองทุนรวมแต่ละกองมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตามเอกสารของตนเอง ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากทรัพย์สินกองทุน เช่น ค่าจัดการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จะสะท้อนผ่านมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผู้ลงทุนอาจไม่เห็นรายการหักเงินแยกในบัญชีทุกครั้ง แต่ต้นทุนประเภทนี้ยังมีผลต่อมูลค่าหน่วยลงทุนที่ถืออยู่

อีกส่วนหนึ่งเป็นค่าที่ผูกกับคำสั่งของผู้ถือหน่วย เช่น ค่าขายหน่วยลงทุนเมื่อซื้อ ค่ารับซื้อคืนเมื่อขาย หรือค่าสับเปลี่ยน หากกองทุนที่เลือกกำหนดให้เรียกเก็บ รายการเหล่านี้มีฐานคิดและเวลาที่เกิดต่างจากค่าใช้จ่ายรายปี บางกองทุนอาจยกเว้นบางรายการ บางกองทุนอาจมีเงื่อนไขเฉพาะช่วงเวลา จึงใช้ตัวเลขของกองทุนหนึ่งแทนกองทุนอื่นไม่ได้

หากพอร์ตผ่าน FINNOMENA ประกอบด้วยกองทุนหลายกอง ต้นทุนของพอร์ตขึ้นกับกองทุนที่ถือจริงและน้ำหนักเงินในแต่ละกอง กองทุนที่กินสัดส่วนเงินมากย่อมส่งผลต่อต้นทุนรวมมากกว่า แม้จำนวนกองทุนในพอร์ตจะเท่ากัน การเปลี่ยนสัดส่วนหรือสับเปลี่ยนกองระหว่างทางยังอาจสร้างต้นทุนธุรกรรมเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของกองทุนที่เกี่ยวข้อง

จุดนี้ทำให้การเปรียบเทียบคำว่า “ไม่เก็บเพิ่ม” กับอัตราค่าบริหารของอีกบริการคลาดเคลื่อน ตัวเลขแรกตอบเพียงว่าช่องทางซื้อขายคิดเงินเพิ่มจากผู้ลงทุนหรือไม่ ส่วนตัวเลขหลังจ่ายสำหรับงานบริหารสินทรัพย์ที่ได้รับมอบหมาย การหาต้นทุนฝั่งกองทุนรวมต้องเริ่มจากกองทุนที่ตั้งใจซื้อจริง ไม่ใช่จากค่าบริการของช่องทางขายเพียงช่องเดียว

Global ETF แยกค่าบริหาร ค่ารับฝาก และค่าธุรกรรม

ตารางค่าธรรมเนียม Jitta Wealth ที่ปรับปรุงเมื่อ 2 เมษายน 2569 แสดงสำหรับ Global ETF ว่าค่าบริหารที่เก็บจริงคือ 0.5% ต่อปี และค่าดูแลทรัพย์สินคือ 0.1% ต่อปี โดยค่าดูแลทรัพย์สินมีขั้นต่ำ 80 บาทต่อเดือน ยกเว้นพอร์ตที่เงินลงทุนต่ำกว่า 100,000 บาท ตารางเดียวกันระบุค่าซื้อ 0.5% ค่าขาย 1% และค่าซื้อขายสินทรัพย์ 0.2% ของมูลค่าที่ซื้อขาย พร้อมแสดงอัตรารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแยกต่างหาก

ค่าบริหารเป็นค่าดูแลพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ฐานคำนวณคือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของพอร์ตตามวันที่ให้บริการ ไม่ใช่กำไรที่เกิดขึ้น และไม่ใช่จำนวนเงินที่ฝากครั้งแรกตลอดไป หากมูลค่าพอร์ตเปลี่ยน จำนวนเงินค่าบริหารที่คำนวณได้ก็เปลี่ยนตาม แม้ผู้ลงทุนไม่ได้เพิ่มเงินหรือสั่งซื้อขายในวันนั้น

ค่าดูแลทรัพย์สินเป็นอีกหน้าที่หนึ่ง ผู้รับฝากทรัพย์สินดูแลการเก็บรักษาสินทรัพย์แยกจากผู้จัดการพอร์ต จึงไม่ควรกลบรายการนี้เข้าไปในคำว่า “ค่าบริหาร” เพียงคำเดียว อัตรารายปีช่วยบอกวิธีคิดตามมูลค่าพอร์ต แต่เงื่อนไขขั้นต่ำรายเดือนอาจทำให้จำนวนเงินที่จ่ายจริงสูงกว่าอัตราร้อยละเมื่อพอร์ตเข้าเกณฑ์ขั้นต่ำและมีมูลค่าไม่มาก

ค่าซื้อกับค่าขายผูกกับเงินที่นำเข้าลงทุนและเงินที่ไถ่ถอนตามลำดับ จึงเกิดต่างจังหวะจากค่ารายปี หากเพิ่มเงินหลายครั้ง ค่าซื้อย่อมเกี่ยวข้องกับแต่ละรายการที่เพิ่ม ไม่ใช่เฉพาะวันเปิดพอร์ต ส่วนค่าซื้อขายสินทรัพย์เกิดจากการซื้อหรือขาย ETF ภายในพอร์ต เช่น เมื่อจัดเงินเข้าลงทุนหรือปรับสัดส่วน การไม่มีคำสั่งถอนจากผู้ลงทุนจึงไม่ได้แปลว่าพอร์ตจะไม่มีธุรกรรมสินทรัพย์

ตัวเลขค่าบริหารกับค่ารับฝากรวมกันเป็นอัตราตามมูลค่าพอร์ตภายใต้เงื่อนไขปกติ แต่ไม่ใช่ยอดต้นทุนทุกกรณี ค่าซื้อ ค่าขาย และค่าซื้อขายสินทรัพย์มีฐานคิดเป็นมูลค่าธุรกรรม ขณะที่ ETF ที่ถือมีค่าใช้จ่ายภายในของตนเอง การลงทุนต่างประเทศยังทำให้มูลค่าเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านมูลค่าและควรแยกจากรายการค่าธรรมเนียม

หน้าแสดงอัตราก่อนภาษีและอัตรารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแยกกัน การนำอัตราก่อนภาษีของ Global ETF ไปเทียบกับค่าใช้จ่ายรวมของกองทุนรวมที่แสดงในเอกสารอีกแบบอาจทำให้ฐานเปรียบเทียบไม่ตรงกัน เช่นเดียวกับการหยิบอัตราค่าบริหารเพียงรายการเดียวไปเรียกว่า “ต้นทุนพอร์ต” รายการที่เรียกเก็บจากพอร์ต รายการตามธุรกรรม และค่าใช้จ่ายภายใน ETF ต้องอยู่คนละช่องก่อนจึงรวมภาพได้ถูกต้อง

เงินลงทุนต่างระดับทำให้เงื่อนไขขั้นต่ำมีน้ำหนักต่างกัน

พอร์ต Global ETF ของ Jitta Wealth ที่มีมูลค่าต่างกันทำให้ค่ารับฝากทรัพย์สินขั้นต่ำมีน้ำหนักต่อต้นทุนต่างกัน

ตัวอย่างสมมติต่อไปนี้ตรึงมูลค่าพอร์ตไว้ตลอดปีเพื่อแสดงกลไกค่าบริหารและค่ารับฝากเท่านั้น ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าซื้อ ค่าขาย ค่าซื้อขาย ETF และค่าใช้จ่ายภายใน ETF ตัวเลขจึงไม่ใช่จำนวนเงินที่ลูกค้าจะถูกเรียกเก็บจริงเมื่อมูลค่าพอร์ตหรือรายการลงทุนเปลี่ยน

หากสมมติพอร์ต Global ETF มีมูลค่า 50,000 บาทตลอดปี ค่าบริหารตามอัตราที่ประกาศคิดได้ 250 บาท และค่ารับฝากตามอัตราคิดได้ 50 บาท พอร์ตสมมตินี้ต่ำกว่าเกณฑ์เงินลงทุนที่ใช้ขั้นต่ำรายเดือน จึงได้ผลรวมสองรายการเป็น 300 บาทภายใต้สมมติฐานดังกล่าว การนำเพียง 300 บาทไปบอกว่าเป็นต้นทุนปีแรกทั้งหมดจะขาดค่าซื้อที่เกิดตอนนำเงินเข้าลงทุนและรายการอื่นที่อาจเกิดในพอร์ต

หากสมมติพอร์ตมีมูลค่า 200,000 บาทคงที่ตลอดปี ค่าบริหารตามอัตราเดียวกันคิดได้ 1,000 บาท ส่วนค่ารับฝากตามอัตราร้อยละคิดได้ 200 บาท แต่ขั้นต่ำรายเดือนทำให้รายการรับฝากเป็น 960 บาทตลอดปี ผลรวมค่าบริหารกับค่ารับฝากจึงเป็น 1,960 บาทก่อนต้นทุนชั้นอื่น ความต่างระหว่าง 200 บาทกับ 960 บาทแสดงว่าขั้นต่ำมีผลต่อจำนวนเงินที่จ่ายจริงมากกว่าการบวกอัตรารายปีตรง ๆ

สำหรับพอร์ตสมมติที่เริ่มด้วย 10,000 บาท ค่าบริหารและค่ารับฝากตามอัตรารายปีจะดูเป็นเงินไม่มาก เพราะพอร์ตต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำรายเดือน แต่ค่าซื้อคิดตามเงินที่นำเข้าลงทุนทันที และค่าขายจะเกี่ยวข้องเมื่อไถ่ถอน หากถือช่วงสั้น ค่าใช้จ่ายจากธุรกรรมจึงกินสัดส่วนของระยะเวลาถือมากกว่ากรณีถือยาว แม้จำนวนเงินลงทุนเริ่มต้นเท่ากัน

เมื่อนำตัวอย่างเหล่านี้ไปเทียบกับการซื้อกองทุนรวมผ่าน FINNOMENA ต้องแทนที่ต้นทุนฝั่งกองทุนรวมด้วยค่าธรรมเนียมของกองทุนที่เลือกจริง รวมทั้งรูปแบบการซื้อและขายแบบเดียวกัน กองทุนรวมที่มีค่าใช้จ่ายภายในต่างกันอาจทำให้ผลเทียบเปลี่ยน แม้ค่าบริการเพิ่มของ FINNOMENA ยังคงเป็นศูนย์ การเปรียบเทียบจึงขึ้นกับสินทรัพย์ที่ซื้อ ระยะเวลาถือ และจำนวนครั้งที่มีธุรกรรมร่วมกัน

เลือกบริการจากงานที่ต้องการมอบหมาย

ผู้ลงทุนที่ต้องการเลือกกองทุนรวมเอง หรือใช้คำแนะนำแล้วตัดสินใจจากรายชื่อกองทุน มีเหตุผลจะพิจารณาช่องทางที่เข้าถึงกองทุนจากหลาย บลจ. จุดที่ต้องรับผิดชอบคือการเลือกกองทุนแต่ละกอง การดูนโยบายและความเสี่ยง และการติดตามว่าพอร์ตที่ถือยังตรงกับเป้าหมายหรือไม่ ค่าบริการแพลตฟอร์มที่ไม่เพิ่มขึ้นช่วยลดต้นทุนชั้นตัวกลาง แต่ไม่ได้ทำงานเหล่านี้แทนทั้งหมด

ผู้ลงทุนที่ต้องการมอบหมายการเลือก ETF และการดูแลสัดส่วนภายใต้แผนที่เลือก อาจให้คุณค่ากับ Global ETF มากกว่า ค่าบริหารจ่ายสำหรับหน้าที่นั้น ส่วนค่ารับฝากและค่าธุรกรรมสะท้อนโครงสร้างการถือสินทรัพย์กับการซื้อขายในพอร์ต ความเหมาะสมจึงไม่ได้ตัดสินจากอัตราที่ต่ำที่สุดเพียงอัตราเดียว แต่จากขอบเขตงานที่ได้รับควบคู่กับต้นทุนรวมที่คาดว่าจะเกิดตามวิธีลงทุนของตน

เงินเริ่มต้นของบริการเป็นเพียงเกณฑ์เข้าถึง ไม่ใช่คำตอบว่าพอร์ตจะลงทุนได้เหมาะกับทุกคนหรือมีต้นทุนต่ำเท่ากัน ผู้ที่เพิ่มเงินเป็นงวดต้องนับค่าที่ผูกกับเงินเข้า ผู้ที่อาจถอนเงินเร็วต้องนับค่าขายและระยะเวลาที่ต้นทุนรายปีถูกเฉลี่ยลงไป ส่วนผู้ที่ถือกองทุนรวมหลายกองต้องดูค่าใช้จ่ายของแต่ละกองตามน้ำหนักจริง เมื่อเทียบรายการเหล่านี้บนเงินลงทุนและระยะเวลาถือชุดเดียวกัน ความต่างระหว่างช่องทางซื้อกองทุนกับบริการบริหารพอร์ตส่วนบุคคลจึงชัดเจนโดยไม่ต้องคาดการณ์ผลตอบแทน

แชร์:

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ Web3, AI และคริปโตส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ

0